แฟลชม็อบ : กมธ.แก้รัฐธรรมนูญฯ ประกาศเปิดเวทีรับฟังความเห็น นศ. สัปดาห์หน้า

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนนิสิตนักศึกษาภายในสัปดาห์หน้า หลังเกิดปรากฏการณ์ "แฟลชม็อบ" ทั่วประเทศ
ข้อเรียกร้องของนักศึกษาที่สะท้อนและแสดงออกใน "แฟลชม็อบ" ที่เกิดขึ้นในรั้วโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ถูกสรุปโดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร รองประธาน กมธ. ว่ามี 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ให้นายกฯ ลาออก, ให้มีการเลือกตั้งใหม่, ให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ลาออก และให้ล้มล้างองค์กรอิสระทั้งหมด
นายสมชัยนำเสนอความเห็นนี้ในระหว่างการประชุมร่วมกันนัดที่ 9 ของ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ทั้ง 49 คน ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ช่วงเช้าที่ผ่านมา (5 มี.ค.) โดยมีวาระสำคัญคือการพิจารณาเปิดเวทีรับความคิดเห็นของนักเรียนนิสิตนักศึกษา
ทว่าความเห็นส่วนตัวของเขาคือ กมธ. ควรกำหนดประเด็นการรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาไว้เพียงเรื่องเดียว นั่นคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะประเด็นที่เกินกว่านั้น ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กมธ.
"อย่าได้หวังผลว่าการเชิญนักศึกษามา จะทำให้สถานการณ์การเมืองสงบลง แต่ช่วยให้ผ่อนคลายเบาลงได้" นายสมชัย กมธ.โควตาพรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าว

ที่มาของภาพ, Hataikarn Treesuwan/BBC Thai
อย่างไรก็ตามนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองประธาน กมธ.โควตาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา กมธ.โควตาพรรคเพื่อไทย (พท.) เห็นแย้งว่า ข้อเรียกร้องของนักศึกษาทั้ง 5 ประเด็นล้วนเชื่อมโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากแก้รัฐธรรมนูญได้ ก็เลือกนายกฯ คนใหม่ได้, องค์กรอิสระและ ส.ว. ก็พ้นไปได้ แต่ในทัศนะของนายพงศ์เทพ "เรื่องแบบนั้นคงไม่เกิดขึ้น เพราะ ส.ว. คงไม่ยอมลงคะแนนให้ผ่านไปได้"
ส่วนนายไพบูลย์เสนอให้ตั้งคณะอนุ กมธ. อีกชุดหนึ่งขึ้นมาเป็นการเฉพาะ โดยดึงเอานักศึกษาที่ "ไม่ได้เก่งแค่การปราศรัย แต่มีความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญ" มาร่วมเป็นอนุ กมธ.
"การเอานักศึกษาเข้าสภา คงไม่ใช่เรื่องไปลดกระแสการชุมนุม แต่อยากให้ใช้กลไกอนุ กมธ. ให้เป็นประโยชน์ในการดึงผู้ที่มีความเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน และมีพลังมากเกือบเท่าผู้ทรงคุณวุฒิที่นั่งอยู่ใน กมธ. นี้ ทำให้เขามีบทบาท" นายไพบูลย์กล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ขณะที่นายชำนาญ จันทร์เรือง กมธ.โควตาอดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เตือน กมธ. ให้แสดงความจริงใจว่าไม่ได้เปิดเวทีรับฟังนักศึกษาเพื่อลดสถานการณ์รุนแรงนอกสภาจาก "แฟลชม็อบ"
"ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขาก็เชื่อว่าเราทำไม่ได้หรอก เขาก็ฉลาด และอย่าให้เขารู้สึกว่าเราอาศัยเขาเป็นเครื่องมือ" นายชำนาญระบุ
แม้ กมธ. ทั้งหมดเห็นตรงกันว่าการรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาเป็นวาระ "จำเป็นเร่งด่วน" แต่ก็มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับรูปแบบที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ จึงมอบหมายให้คณะอนุ กมธ.ประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ที่มีนายวัฒนา เมืองสุข เป็นประธาน ไปพิจารณาเรื่องนี้ ก่อนกลับมานำเสนอในที่ กมธ. ชุดใหญ่ วันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.) พร้อมรับปากว่าการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์หน้า
ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากคำอภิปรายของ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ในการประชุมวันที่ 5 มี.ค.
นายชัยธวัช ตุลาธน ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ของ อนค. ภาคสอง ให้ความเห็นว่า กมธ. ไม่ควรรีบสรุปเรื่องรูปแบบในการเปิดรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงสอบไล่ และอยากให้สอบถามความต้องการจากนักศึกษาก่อน บางส่วนอาจไม่พอใจกับการเข้ามาเป็นอนุ กมธ. เพราะนักศึกษาที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในขณะนี้ ไม่มีองค์กรที่เป็นทางการรองรับ ไม่มีตัวแทนที่ชัดเจน นักศึกษาอาจอยากให้ไปจัดเวทีที่มหาวิทยาลัยเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้พูดก็ได้
พปชร. วิเคราะห์โครงสร้าง นศ. เตือนให้ระวังตกเป็นเครื่องมือ "อาจารย์ตัวจี๊ด"
ขณะที่นายรงค์ บุญสวยขวัญ กมธ.โควตา พปชร. ได้วิเคราะห์โครงสร้างของนักศึกษาไทยกลางห้องประชุม กมธ. ว่าแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ กลุ่มที่ออกมาเรียกร้องและต้องการทุกอย่างตามที่นายสมชัยระบุมา กับกลุ่มที่ไม่พูดอะไรซึ่งมีจำนวนมาก ขณะที่สถาบันการศึกษาเฉพาะ ม.รัฐมี 84 แห่ง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎ/ราชมงคล กลุ่มมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล และกลุ่มมหาวิทยาลัยในสังกัดของรัฐที่มีฐานะเป็นส่วนราชการ ซึ่ง 2 กลุ่มแรกค่อนข้างนิ่ง มีเฉพาะกลุ่มหลังที่มีความเคลื่อนไหว
"นักศึกษาเวลาเขาเคลื่อนไหว ไม่ใช่เขาทำอย่างดี แต่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง มีอาจารย์ตัวจี๊ด-ตัวไม่จี๊ด เราต้องเชื่อมโยงไปตรงนั้นเพื่อนำมาสู่กระบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยใช้รัฐธรรมนูญเป็นตัวแก้ เป็นตัวหาทางออกให้การเมือง" ส.ส.พปชร. กล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เขาย้ำด้วยว่า กมธ. จำเป็นต้องรับฟังความเห็นของนักศึกษาทั้ง 2 กลุ่ม หากฟังฝ่ายเดียวจะกลายเป็นว่าเลือกข้าง และถูกกล่าวหาว่าเป็นเครื่องมือของคนใดคนหนึ่ง แต่เห็นด้วยว่าเราจะเป็นพื้นที่สาธารณะให้
อย่างไรก็ตามเขาปฏิเสธกับบีบีซีไทยว่าการพูดถึง "อาจารย์ตัวจี๊ด" ไม่ได้สื่อความหมายว่าขบวนการ "แฟลชม็อบ" ของนักศึกษา มีอาจารย์บงการอยู่เบื้องหลัง แต่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจารย์เหล่านั้นมีความเคลื่อนไหวประเด็นเชิงสังคม แต่ไม่ขอระบุชื่อสถาบันและตัวบุคคลใด ๆ
ก่อนลงเล่นการเมือง นายรงค์เคยเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาการเมืองการปกครอง ม.วลัยลักษณ์
เผยพับแผนเปิดเวที 5 ภาคใน 5 มหาวิทยาลัยหลังเกิดโควิด-19
แนวคิดในการเปิดสภารับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาเกิดขึ้นหลังจากคณะอนุ กมธ.ประชาสัมพันธ์ฯ ชุดนายวัฒนา เมืองสุข รายงานว่าต้องชะลอแผนการเปิดเวที 5 ภาคเพื่อรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมหาวิทยาลัย 5 แห่งได้แจ้งความกังวลใจมา หลังเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19
นายวัฒนาจึงเสนอให้ใช้รัฐสภาเป็นเวทีรับฟังความคิดเห็นนักศึกษาอีกทางไปพลางก่อน เนื่องจากเป็นพื้นที่ปิดและมีระบบคัดกรองที่ดีกว่า
นายรังสิมันต์ โรม โฆษก กมธ.ในโควตาอดีต อนค. ตั้งคำถามว่ามหาวิทยาลัยทั้ง 5 แห่งได้พร้อมใจกันยกเลิกหมดเลยหรือ แม้ข้อกังวลต่อไวรัสโควิด-19 มีความสำคัญ แต่นักศึกษาที่มาชุมนุมทางการเมืองไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ตระหนักเรื่องโรคภัย แต่เขาก็คิดว่าการแสดงออกทางการเมืองสำคัญไม้น้อยไปกว่ากัน

ที่มาของภาพ, เฟซบุ๊ก อนาคตใหม่-Future Forward
"ถ้าเชิญนักศึกษามาที่สภา ก็ทำได้ แต่นักศึกษารุ่นนี้ไม่มีใครเป็นผู้นำใคร ถ้ามีผู้นำ อาจไม่ชุมนุมมาถึงวันนี้ ดังนั้นจึงอยากให้คงเวทีคู่ขนานที่มหาวิทยาลัย 5 แห่ง พร้อม ๆ กับเปิดเวทีที่สภา" นายรังสิมันต์ ซึ่งเป็นอดีตผู้นำนักศึกษายุคต่อต้านรัฐบาล คสช. ระบุ
อย่างไรก็ตามทางนายพีระพันธุ์ ประธาน กมธ. ได้ชี้แจงว่าปัญหาไม่ได้เกิดจาก กมธ. ไปขอยกเลิก แต่เกิดจากมหาวิทยาลัยที่แจ้งว่าไม่สะดวก และขอความร่วมมือให้เลื่อนกิจกรรมออกไปก่อน
นางวลัยพร รัตนเศรษฐ กมธ.โควตา พปชร. กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยแจ้งอนุ กมธ.ประชาสัมพันธ์ฯ ว่าไม่สามารถจัดหาหน้ากากให้ผู้ร่วมกิจกรรมซึ่งมี 200-350 คน/เวที ได้ครบทุกคน และไม่พร้อมด้านการคัดกรองบุคคล เรื่องนี้ต้องหาสมดุล แม้การแสดงออกทางการเมืองสำคัญ แต่สุขภาพของนักศึกษาก็ละเลยไม่ได้ เพราะเขาก็มีสิทธิดำรงอยู่ "หากเขามาแสดงออกทางการเมืองแล้วเป็นอะไรขึ้นมา ก็คงจะคาใจเรา"
สำหรับมหาวิทยาลัย 5 แห่งที่ถูกใช้เป็นเวทีรับฟังความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะอนุ กมธ.ประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วย ภาคกลาง มรภ.อยุธยา, ภาคเหนือ ม.เชียงใหม่, ภาคอีสาน ม.ขอนแก่น, ภาคตะวันออก ม.บูรพา, ภาคใต้ ม.สงขลานครินทร์ ซึ่งเดิมจะเปิดเวทีแรกในวันที่ 7 มี.ค. นี้

ที่มาของภาพ, Hataikarn Treesuwan/BBC Thai
กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญฯ เหลือเวลาอีกเพียงเดือนเศษ ก่อนครบวาระ 120 วัน ซึ่งจะประชุมนัดสุดท้ายในวันที่ 10 เม.ย. นี้ ท่ามกลางความคาดหวังของภาคประชาชนที่จะเห็นรูปธรรมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ประกาศเชิญประชาชนเดินทางไปยังอาคารรัฐสภาในวันที่ 13 มี.ค. เพื่อแสดงพลังกดดันรัฐบาล "คสช. 2" และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้ "เปิดไฟเขียว" ให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ












