อภิปรายงบ 63 : ปิยบุตรเสนอหั่นงบศาลรัฐธรรมนูญ ปรับปรุงบ้าน-ทำหลักสูตร "คอนเนคชัน"-ประชาสัมพันธ์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เข้าสู่วันที่ 4 ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3,200,000 ล้านบาท ในวาระ 2 และ 3 ยังเหลืออีก 16 จาก 55 มาตราที่สภาต้องพิจารณา หลังจากประธานส่งพักการประชุมไปเมื่อ 01.16 น. ที่ผ่านมา
ก่อนปิดการประชุมแบบมาราธอนของสมาชิกสภาล่าง ส.ส. ฝ่ายค้านและรัฐบาลได้ถกเถียงกันอย่างหนัก โดยรัฐบาลต้องการให้ประชุมต่อเนื่องไปชนิดข้ามวันข้ามคืน เพื่อเร่งผ่านกฎหมายงบประมาณ ขณะที่ฝ่ายค้านเห็นว่าควรเริ่มเช้าวันนี้ (11 ม.ค.) เพราะต้องการอภิปรายอย่างมีสติและตั้งใจ แต่ขณะนี้สภาพร่างกายไม่ไหวแล้ว ที่สุดนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุมได้ตัดบทสั่ง "พักการประชุม" แล้วให้กลับมาประชุมกันต่อในเวลา 09.30 น. ซึ่งเป็นการพิจารณามาตรา 40 งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ
- อนาคตใหม่ข้องใจงบจัดงานกระทรวงดิจิทัลฯ ล็อกเช่าพื้นที่จัดงานจาก "บริษัท ป." และตั้ง "ค่าจัดหาสื่อมวลชน"
- อนาคตใหม่ถล่มงบ 63 ของกลาโหม ตั้งงบเกณฑ์ทหาร บอก "นายพลโตแล้วซักผ้าเองได้"
- ฝ่ายค้านใช้เวทีอภิปรายงบ 63 ถล่ม ดอน "ชักศึกเข้าบ้าน" กดดันนายกฯ ปรับพ้น ครม.
- กลาโหม "ไม่มีประเด็น/รายการที่เป็นข้อสงสัย" หลังรัฐบาลประยุทธ์จัดงบให้ 2.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7%
เดิม นายชวน หลีกภัย ประธานสภา คาดการณ์ไว้ว่าจะจบได้ตั้งแต่วานนี้ (10 ม.ค.) แต่ปรากฏว่าทั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 เสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็น และ ส.ส. ที่ขอสงวนคำแปรญัตติ ไม่มีใครลดราวาศอก ต่างใช้เวลาอภิปรายในสภากันอย่างเต็มที่
ไฮไลท์สำคัญในวันที่ 3 ของการเปิดอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อยู่ที่งบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานของศาล มาตรา 31 ซึ่งตั้งไว้ 6,229.2 ล้านบาท

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้เปิดอภิปรายโจมตีสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญซึ่งขอตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้นกว่า 31% ในจำนวนนี้เป็น "โครงการปรับปรุงบ้านเจ้าพระยารัตนธิเบศ เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์และวิทยาลัยศาลรัฐธรรมนูญ" ภายใต้งบ 193.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ "เกินครึ่ง" ของงบศาลรัฐธรรมนูญที่ตั้งไว้ 293.99 ล้านบาท

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายปิยบุตรเสนอให้ตัดงบปรับปรุงบ้านทิ้งทั้งหมด แล้วโอนการดูแลบ้านไปให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการเก็บรักษามากกว่า "จะได้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่พิทักษ์รัฐประหารแบบที่ผ่านมา"
สำหรับ "บ้านพระยารัตนธิเบศ" เป็นที่ทำการเดิมของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2543 ก่อนย้ายสำนักงานไปที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ซึ่งนายปิยบุตรชี้ว่า ปัจจุบันศาลยังไม่คืนบ้านรัตนาธิเบศ ครอบครองเอาไว้อย่างนั้น บางครั้งอาจมีการไปประชุมเดือนละครั้งตามสะดวก ผลที่ตามมาคือความทรุดโทรมผุพังของอาคาร และเริ่มของบประมาณผูกพันปรับปรุงเมื่อปีก่อน
"คำถามที่สำคัญคือนี่เป็นหน้าที่ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญหรือ ทำไมไม่ทำแบบกระทรวงพาณิชย์ที่เคยโอนคืนอาคารเก่าที่ท่าเตียน ให้แก่สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และแปลงเป็นมิวเซียมสยาม ทำไมเขายอมได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญยอมไม่ได้" นายปิยบุตรตั้งคำถาม
อีกโครงการที่นายปิยบุตรเสนอให้หั่นงบทั้งก้อนคือ "โครงการอบรมสัมมนา" เพื่อ "ประหยัดงบประมาณ" และ "ปิดโอกาสไม่ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหาคอนเนคชัน (สายสัมพันธ์)" เขาชี้ว่า โครงการดังกล่าวตั้งงบไว้ 12.16 ล้านบาท มีกลุ่มเป้าหมาย 137 คน เฉลี่ยหัวละ 8.8 หมื่นบาท ขณะที่โครงการแบบเดียวกันของศาลปกครองใช้งบ 15 ล้านบาท แต่มีกลุ่มเป้าหมาย 3,170 คน เฉลี่ยหัวละ 4,732 บาท นั่นเท่ากับว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้งบประมาณต่อหัวมากกว่าศาลปกครองเกือบ 20 เท่า

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ที่สำคัญอยู่ที่โครงการ "หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 8 (นธป.)" อบรม 36 วัน ใช้เงินกว่า 7 ล้านกว่าบาท อบรมคน 55 คน เฉลี่ยหัวละ 1.3 แสนบาท รวมค่าเดินทางวิทยากรอีก 2.3 แสนบาท โครงการนี้เป็นการเรียนฟรีแต่คนเรียนมีเพียงข้าราชการผู้ใหญ่ นักการเมือง รัฐมนตรี พ่อค้าวานิช ตุลาการ ไม่มีตาสีตาสาได้มาเรียนฟรีเลย พร้อมยกข้อมูลการวิจัยของ ศ.นวลน้อย ตรีรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับการจัดโครงการสัมมนาภาครัฐเหล่านี้ ซึ่งพบว่าเป็นแหล่งรวมตัวในการสร้าง "คอนเนคชัน" เท่านั้น แต่ก่อนมีแต่ วปอ. กกต. มาวันนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะทำบ้างในรูปของโครงการ นธป. จึงน่ากังวลว่าหลักสูตรของศาลจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พิพากษาได้พบปะกับพ่อค้าวานิช ข้าราชการระดับสูง นักการเมือง ฯลฯ ผ่านการศึกษาอบรม แล้วจะเป็นการส่งเสริมความมีอิสระในการตัดสินได้อย่างไร

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นอีกคนที่อภิปรายวิจารณ์หลักสูตร ปนศ. ของศาลยุติธรรม หรือหลักสูตร พตส. ของ กกต. ที่เอานักการเมืองไปเรียนร่วม กกต. ข้าราชการ ว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม อย่างที่รู้ว่าสังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์
นอกจากนี้ยังมี "โครงการประชาสัมพันธ์" ซึ่งตั้งงบ 1.2 ล้านบาท ซึ่งนายปิยบุตรเสนอให้ตัดทิ้งทั้งหมด เพราะเนื้อหาโครงการคือให้เปิดบัญชีผู้ใช้ของสำนักงานบนเว็บไซต์ยูทิวบ์ เฟซบุ๊ก กำหนดเป้าหมายเพิ่มผู้กดติดตามและกดถูกใจ (ไลก์) เป็น 2,000 และ 3,000 ตามลำดับ
"การจะประชาสัมพันธ์นั้น คนจะรู้หรือไม่รู้ขึ้นอยู่กับผลงาน ถ้าท่านยังตัดสินคดีกันแบบนี้ ซื้อไปกี่ไลก์ก็ไม่มีคนไปไลก์หรอก แต่อาจจะมีคนไปคอมเมนท์เยอะเสียหน่อย ผมอยากให้มาศึกษาจาก อนค. ว่าการทำสื่อสังคมออนไลน์นั้นเขาทำกันอย่างไรบ้าง" เลขาธิการ อนค. กล่าว

ในระหว่างที่นายปิยบุตรอภิปราย ประธานได้เตือนว่าใช้เวลาเยอะไปแล้ว ทำให้เจ้าตัวตอบว่า ไม่รู้ว่าจะได้อภิปรายในสภาแห่งนี้อีกนานเท่าไร เพราะตอนนี้เดินไปไหนมาไหนทุกคนวิเคราะห์กันหมดในสภาแห่งนี้ว่า "พรรคผมโดนยุบ ผมโดนตัดสิทธิ์ แหมส.ส. ผมตอนนี้เนื้อหอมเดินติดต่อกันทั้งสภา"
ส่วนนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายถึงศาลยุติธรรมว่า ก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2562 มีการประชุมกรรมการภายใน และปรากฏข้อมูลในรายงานการประชุมว่า มีการอนุมัติงบค่าธรรมเนียมศาล 6,572 ล้านบาท ซึ่งมากกว่างบที่ขอในปีนี้เสียอีก และอนุญาตให้เลขานุการศาลมีอำนาจเปลี่ยนแปลงลำดับการใช้เงินและอนุมัติโครงการได้
สุดท้าย มาตรา 31 ก็ผ่านความเห็นชอบของสภา ในวาระ 2 ไปเรียบร้อย ด้วยคะแนนเห็นชอบ 246 ต่อ 56 งดออกเสียง 145 ไม่ลงคะแนนเสียง 1
ขณะที่ในมาตรา 35 งบประมาณรายจ่ายของสภากาชาดไทย ตั้งงบไว้ 10,619.2 ล้านบาท กมธ.งบประมาณฯ ไม่มีการแก้ไข และที่ประชุมไม่ติดใจ จึงผ่านโดยไม่ต้องลงมติเป็นมาตราแรก เช่นเดียวกับมาตรา 36 งบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการในพระองค์ ตั้งงบไว้ 7,685.3 ล้านบาท









