ประชุม : ปิยบุตรร่ายปัญหารื้อ รธน. ฉบับ “มีมือคนตายบีบคอไม่ให้แก้ไข”

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ระหว่างพิจารณา "ญัตติด่วน" เรื่องขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
ญัตตินี้เสนอโดย ส.ส.ฝ่ายค้าน 215 คน มีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นเจ้าของญัตติ
นายปิยบุตร แสงกนกกุล ใช้เวลากว่า 30 นาทีในการอภิปรายเสนอญัตติ โดยชี้ว่าความสำคัญของรัฐธรรมนูญที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมได้ เพราะเมื่อประกาศใช้แล้ว เป็นไปได้ว่าสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม หรือความขัดแย้งอาจจะเกิดขึ้น จนเกิดเสียงเรียกร้องว่าจำเป็นต้องมีแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดวิธีการแก้ไว้จะเกิดปัญหา และเกิด "วิกฤตรัฐธรรมนูญ"
"ต้องทำให้แก้ได้ แต่ต้องไม่แก้ง่ายจนเกินไป จนทำให้รัฐธรรมนูญไม่มีความมั่นคง เมื่อรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นแล้วจะใช้ได้ต่อไปแค่ไหน หรือท้ายที่สุดแก้ไม่ได้ก็อาจนำมาสู่อำนาจนอกระบอบเข้ามา" นายปิยบุตรกล่าว

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
รัฐธรรมนูญฉบับมือคนตายบีบคอไม่ให้แก้ไข
เลขาธิการ อนค. กล่าวว่า ที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญไทยใช้วิธีการแก้เหมือนกันหมด โดยการแก้ไขผ่านรัฐสภา เช่น รัฐธรรมนูญ 2517 เขียนไว้ว่าต้องมีเสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา แต่รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ยากมากที่สุดตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญในประเทศนี้มา และในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทย เพราะ "ล็อคประตูไว้หลายชั้นมาก"
เขายกตัวอย่างในต่างประเทศว่ามีหลายแห่งที่เขียนรัฐธรรมนูญไว้แก้ยากเช่นกัน เมื่อประชาชนและสถาบันการเมืองอยากริเริ่มแก้รัฐธรรมนูญกลับแก้ไขไม่ได้ พอเกิดวิกฤตการณ์รัฐธรรมนูญ หลายประเทศจึงไปที่วิธีการนอกระบอบ เช่น รัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง
กลับมาดูรัฐธรรมนูญ 2560 ก็มีจุดเชื่อมโยงต่อเนื่องไปยังรัฐประหาร 2557 ซึ่งนายปิยบุตรเห็นว่า "ผู้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้ลากเอาประชาชนเข้าไปอยู่ในบ้านที่ชื่อว่ารัฐธรรมนูญ 2557 ตีหัวพวกเรา และมัดมือมัดเท้าเข้าไปอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560" เมื่อมีผู้อยากจะริเริ่มแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้หากอยากจะเปลี่ยน ๆ ได้ยากมาก อย่างน้อยที่สุดต้องมีเสียง ส.ว. จำนวนหนึ่งในสาม
"การเขียนรัฐธรรมนูญแบบนี้ไม่ต่างจากการบังคับขืนใจ ลากเราเปลี่ยนบ้านไปมา แล้วเราอยากจะซ่อมแซม ก็ไม่ให้เราซ่อมแซม" นายปิยบุตรระบุ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ดร.ด้านกฎหมายมหาชนได้ยกคำกล่าวของ โทมัส เจฟเฟอร์สัน ผู้มีบทบาทสำคัญในการเขียนคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาที่เห็นว่ารัฐธรรมนูญต้องแก้ให้ง่าย ถ้าแก้ยากไม่เป็นธรรมต่อคนรุ่นถัดไป ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่เขียนรัฐธรรมนูญ หนีกฎธรรมชาติไม่พ้น วันหนึ่งต้องจากโลกนี้ไป วันหนึ่งต้องล้มหายตายจากไปแน่นอน แต่มรดกที่เขาทิ้งไว้ในคนรุ่นถัดไปคือรัฐธรรมนูญที่แก้ไขไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ เมื่อคนรุ่นถัดไปเห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่ดี ไม่น่าอยู่ ต้องแก้ ต้องเปลี่ยน เขาก็เข้ามาแก้ แต่ปรากฏว่าแก้ไม่ได้ เพราะมี dead hand หรือมือของคนที่ตายไปแล้วบีบคอเอาไว้อยู่
"คนร่างล้มหายตายจากไปแล้วจากรุ่นสู่รุ่น แต่มือที่ตายไปแล้วยังมาบีบคอไว้อยู่ไม่ให้แก้ ถ้าอยากแก้ต้องไปถาม ส.ว. หนึ่งในสาม ดังนั้นจึงไม่มีความเป็นธรรมกับคนรุ่นถัดไปเลย" เลขาธิการ อนค. กล่าว
ความไม่ชอบธรรมทางประชาธิปไตยของรัฐธรรมนูญ 2560
เลขาธิการ อนค. กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหาความไม่ชอบธรรมทางประชาธิปไตย ทั้งที่มา เนื้อหา และกระบวนการซึ่งเป็นผลพวงของรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำให้ "รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ฝังระบอบรัฐประหารเข้าไปอยู่ในระบอบรัฐธรรมนูญ" มีการรับรองการใช้อำนาจของ คสช. ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต วางกลไกสืบทอดอำนาจ คสช.อย่างชัดเจน ผ่าน ส.ว. โดยมีหน้าที่หลักคือการโหวตนายกรัฐมนตรีใน 5 ปีแรก และเป็นรัฐธรรมนูญที่อำนาจจากการเลือกตั้งมีน้อยกว่าอำนาจจากการแต่งตั้ง พยายามชวนเชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่เมื่อใช้ไปสักพักเห็นได้เลยว่าเป็นการนำการเมืองไทยกลับไปในปี 2521 ที่เรียกว่ายุค "ประชาธิปไตยครึ่งใบ" สะท้อนผ่านสภาพการปกครองมันถอยหลังไปเรื่อย ๆ บทพิสูจน์ที่ชัดที่สุดคือการมีรัฐบาลปริ่มน้ำ และเกิดการซื้อ ส.ส.ไปมา

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
นอกจากนี้ มาตรา 279 ยังทำลายหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ด้วยการทำให้ประกาศและคำสั่งของ คสช. ทุกฉบับอยู่เหนือรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ฟื้นจิตวิญญาณรัฐธรรมนูญ
นายปิยบุตรจบบทสรุปของรัฐธรรมนูญที่ดีว่า ควรให้อำนาจประชาชน แบ่งแยกอำนาจ ประกันสิทธิเสรีภาพ เปิดโอกาสให้มีการตัดสินใจร่วมกัน ประกันเสรีภาพในการแสดงออก สร้างความสมานฉันท์ สามารถเปิดโอกาสให้แก้ไขความขัดแย้งโดยไม่ใช้อำนาจนอกระบบ ประเทศไทยจำเป็นต้องจุดเริ่มต้นในการแสวงหาฉันทามติใหม่เฉกเช่นรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายที่มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย
เขาเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับแก้แค้นเอาคืน คนชนะกินรวบ คนแพ้ไม่มีที่ยืน ไม่สามารถขจัดความแย้งได้ ดังนั้น ขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกรัฐสภาร่วมกันแสวงหาฉันทามติครั้งใหม่ จึงควรมีการปลดล็อคเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น เปิดทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน
เลขาธิการ อนค. กล่าวอีกว่า ฝากถึงผู้มีอำนาจให้เลิกหวาดระแวง เลิกหวงอำนาจ คิดยาว ๆ อย่าคิดสั้น ๆ เดินหน้าเข้ามาสู่การแก้รัฐธรรมนูญด้วยกัน สภาผู้แทนฯ มีภารกิจในการนำมติมหาชนมาเปลี่ยนแปลงให้เกิดผล
"อย่าให้ใครพูดได้ว่าทีรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง บ้านนี้เมืองนี้ยอมให้ทำได้ แต่สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งจาก ประชาชน และประชาชนอยากจะแก้รัฐธรรมนูญทีหนึ่ง แก้ได้ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน"










