อนาคตใหม่ : ฟังเสียงข้างน้อยที่โหวตสวนมติพรรค ก่อนถูกเรียกสอบวินัย

พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กำลังหาทางจัดการปัญหาภายในจากกรณีที่ ส.ส. ของพรรค 9 คน ลงมติในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสวนทางกับมติของพรรค

กระบวนการตรวจสอบวินัยจะเริ่มต้นหลังเสร็จสิ้นศึกเลือกตั้งซ่อม จ. นครปฐม วันที่ 23 ต.ค. โดยนายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบวินัยและจริยธรรมของพรรค เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการตรวจสอบวินัยฯ ก่อนกำหนดวันนัดหมายสมาชิกมาให้ข้อมูลกรณีลงมติในที่ประชุมสภาสวนทางกับมติของพรรค

ในการตรวจสอบ นายชำนาญกล่าวกับบีบีซีไทยว่า ไม่ได้ดำเนินการเฉพาะกรณี กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส. ชลบุรี ผู้โหวตสวนมติพรรคติดต่อกัน 2 ครั้ง เท่านั้น แต่จะ "ตรวจสอบทุกกรณีที่มีคำร้องเข้ามา และยึดหลักฟังความทั้ง 2 ด้าน" โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องชี้แจงและแสดงหลักฐานเต็มที่ เพราะขณะนี้ทราบข้อมูลจากสื่อมวลชนเท่านั้น หากคณะกรรมการตรวจสอบฯ เห็นว่าไม่มีมูลก็ยกคำร้องไป หากเห็นว่ามีมูล ก็จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคให้ลงโทษตามข้อบังคับพรรคต่อไป ซึ่งกำหนดความผิดไว้ 4 ประการตามลำดับคือ 1. ตักเตือน 2. ภาคทัณฑ์ 3. ตัดสิทธิประโยชน์บางประการของสมาชิก และ 4. ไล่ออกและขับออก

ปมปัญหา ส.ส. โหวตสวนมติพรรคและไม่เข้าประชุมสภาเกิดขึ้นในการประชุมสภาล่างเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยที่ประชุมสภามีมติเมื่อ 17 ต.ค. "อนุมัติ" พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 ด้วยคะแนน 374 ต่อ 70 งดออกเสียง 2 จากองค์ประชุม 446 เสียง โดย 70 เสียงที่ "โหวตคว่ำ" พ.ร.ก. ล้วนมาจาก อนค. ขณะเดียวกันมี ส.ส. อนค. 3 คนลงมติ "เห็นชอบ" และอีก 5 คนไม่อยู่ในองค์ประชุม

จากนั้นอีก 2 วัน ที่ประชุมสภามีมติ "เห็นชอบ" ในหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วาระที่ 1 ด้วยคะแนน 251 ต่อ 0 งดออกเสียง 234 ไม่ลงคะแนนเสียง 1 จากองค์ประชุม 486 เสียง ที่น่าสนใจคือมี 1 เสียงของ อนค. ร่วมโหวตเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย ชนิดแหกมติพรรคต้นสังกัดและมติ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน

เมื่อรวมทั้ง 2 กรณี จึงมี ส.ส. อนค. 9 คนที่เข้าข่ายต้องไปชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการตรวจสอบวินัยฯ จากผู้แทนฯ ของพรรคที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 79 คน

ที่มา : บีบีซีไทยตรวจสอบผลการลงมติจากสำนักรายงานการประชุมและชวเลข, คำให้สัมภาษณ์ของ ส.ส. ในวาระต่าง ๆ

อดีต กก.บห.อนค. ถาม "อยู่ให้มันเป็นได้ไหม" เพื่อรักษาพรรค

ค่ำวานนี้ (21 ต.ค.) เอกสารการลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ของนายนิรามาน สุไลมาน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยให้เหตุผลว่า "ไม่อาจจะยอมรับได้" ที่มติ ส.ส. ของพรรคสวนทางกับเสียงส่วนใหญ่ของ กก.บห. กรณี พ.ร.ก. โอนอัตรากำลังพลฯ บีบีซีไทยตรวจสอบกับเจ้าตัวแล้วได้รับคำยืนยันว่าเป็นเอกสารจริง ซึ่งเดิมตั้งใจจะเผยแพร่หลังวันที่ 23 ต.ค. เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. นครปฐม และไม่ทราบว่าหลุดถึงสื่อมวลชนได้อย่างไร

นายนิรามานกล่าวยอมรับว่า ถูกกระแสกดดันจากภายนอกอย่างหนักหลังไม่ปฏิบัติตามมติพรรคกรณีโหวตคว่ำ พ.ร.ก. จึงต้องลาออกจากการเป็นผู้บริหารพรรคเพื่อลดแรงกดดัน อย่างไรก็ตามส่วนตัวเคยยืนยันในพรรคหลายครั้งและขอยืนยันต่อสาธารณะอีกครั้งว่า "ในเมื่อเรื่องนี้เป็นพระราชประสงค์ เราอยู่เฉย ๆ ได้ไหม อย่างเลวร้ายที่สุดเราแค่งดออกเสียงก็พอ อย่าไปสวน เราไม่จำเป็นต้องชนะทุกเรื่องทุกแมตช์ แพ้ก็ได้ เสมอก็ได้ ประคองตัวไปแล้วรอชนะในวันข้างหน้า"

เมื่อให้ประเมินผลที่ตามมาหลัง 70 ส.ส.อนค. โหวตคว่ำ พ.ร.ก. โอนอัตรากำลังพลฯ ถือว่าชนะหรือแพ้ในทางการเมือง นายนิรามานตอบว่า ชนะศึก แต่จะแพ้สงคราม ทำไปเพื่ออะไร "อยู่ให้มันเป็นได้ไหม เราอยากให้พรรคของเราอยู่ยาวนานเพื่อขับไล่นายทหารที่ไม่ดีออกไป การต่อสู้ในทางกฎหมายไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหลักกฎหมายที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก อยู่บนฐานการใช้ดุลพินิจสูงมาก" เขาจึงเห็นว่าโอกาสจะรักษาสถานภาพของพรรคเอาไว้เป็นไปได้ "น้อยที่สุด" แต่ไม่ขอขยายรายละเอียดเพิ่มเติม

ส่วน กก.บห. อีกคนที่ไม่อยู่ในองค์ประชุมระหว่างลงมติอนุมัติ พ.ร.ก. คือ น.ส. จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ จะตัดสินใจอย่างไรนั้น นายนิรามานปฏิเสธว่าไม่ทราบ เพราะแต่ละคนมีวิธีคิดและพื้นฐานประสบการณ์แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ตรงกันคือ "ต้องการคงไว้ซึ่งความรู้สึกที่ดีต่อสถาบัน" ทั้งนี้การตัดสินใจไม่เข้าประชุมสภา ไม่ได้หารือกับ ส.ส. คนอื่น แต่คิดเองและตัดสินใจเอง

"ผมเห็นแล้ว ส.ส. ผู้ใหญ่แต่ละคนอยากงดออกเสียง แต่ ส.ส. รุ่นใหม่ให้โหวตสวน และเมื่อกระแสออกมา ก็ไปตามกระแสนักเลงคีย์บอร์ด ถามว่าหากเกิดปัญหามีกี่คนที่จะมาลงถนน" นายนิรามานกล่าว

เขายอมรับด้วยว่า ได้เตรียมเนื้อหาอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ แต่ถูกหัวหน้าพรรคร้องขอให้ยกเลิกคิวเพราะเกรงจะเสียมวลชน ซึ่งส่วนตัวก็เข้าใจ และได้ขอโทษหัวหน้าพรรคไปที่ไม่สามารถปฏิบัติตามมติพรรคได้

"ผมมีความสุขที่ได้ยืนยันเจตนารมณ์ของตัวเอง" ส.ส. เมืองจันท์กล่าว

ด้าน พ.ต.ท. ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จันทบุรี อนค. ซึ่งโหวต "อนุมัติ" พ.ร.ก. โอนอัตรากำลังพลฯ กล่าวกับบีบีซีไทยว่ารู้สึกรับไม่ได้ที่ถูกวิจารณ์ว่า "โหนกระแส" หรือเป็น "งูเห่าสีส้ม" ทั้งที่เคยยืนยันความเห็นในที่ประชุมพรรคไปหลายครั้งว่าการผ่าน พ.ร.ก. ถือเป็นเรื่องพระราชประสงค์ ในฐานะเคยรับราชการตำรวจมาเกือบ 30 ปี และพสกนิกรที่มีความจงรักภักดี ไม่อาจลงมติอย่างอื่นนอกจาก "เห็นชอบ" นี่เป็นจิตสำนึกส่วนตัว ไม่ได้หมายความว่าสมาชิกคนอื่นไม่จงรักภักดี และพร้อมจะไปให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการตรวจสอบวินัยฯ ถ้าถูกเชิญตัวไป

"ผมมีความสุขที่ได้ยืนยันเจตนารมณ์ของตัวเองในที่ประชุมสภา พอกลับไปพื้นที่ ประชาชนที่ไม่ได้เลือกผมก็ยังมาชื่นชม แต่ก็มีผู้สนับสนุนบางส่วนที่ผิดหวัง และผมได้อธิบายเหตุผลความจำเป็นให้ฟังแล้ว" พ.ต.ท. ฐนภัทร กล่าว

ก่อนการตัดสินใจ "แหกมติพรรค" ส.ส. อนค. ยอมรับว่าประเมินสถานการณ์ไม่ตรงกับพรรค โดยเขาเห็นว่ากรณี พ.ร.ก. เป็นเรื่องหมิ่นเหม่ สุ่มเสี่ยง จึงต้องยืนยันจุดยืนตัวเอง

ส.ส. แหกมติชักแถวโต้ "งูเห่าสีส้ม"

ไม่เฉพาะ พ.ต.ท. ฐนภัทร แต่เพื่อนร่วมพรรคที่แสดงจุดยืนสวนทางกับมติที่ประชุม ส.ส. อีกหลายคนต่างออกมาปฏิเสธข่าว "ส.ส. งูเห่า" ไม่ว่าจะเป็น นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส. ปทุมธานี ซึ่งไม่อยู่ในองค์ประชุม กล่าวกับบีบีซีไทยว่า รู้สึกน้อยใจที่ถูกโจมตี และกล่าวหาว่าไปรับเงินแลกกับการไม่เข้าประชุมสภา ทั้งที่ได้แจ้งเลขาธิการพรรคไปแล้วว่าแฟนเข้าโรงพยาบาล และขอเข้าประชุมสภาช้าหน่อย กว่าจะไปถึงสภาก็เวลา 12.08 น. ซึ่งเลยช่วงเวลาลงมติ พ.ร.ก. ไปแล้ว

เช่นเดียวกับ น.ส. ศรีนวล บุญลือ ส.ส. เชียงใหม่ อนค. ซึ่งโหวต "งดออกเสียง" กล่าวกับสื่อมวลชนหลายสำนักว่า ได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคก่อนแล้ว เพราะมองว่าการงดออกเสียงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งทางนายธนาธรก็ไม่ได้ห้ามโหวตงดออกเสียง ก็เลยลงมติไปตามนั้น ทั้งนี้เธอพร้อมสาบานเลยว่าไม่เคยเป็น "งูเห่า" และยินดีให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการตรวจสอบวินัยฯ

ส่วน กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส. ชลบุรี อนค. เปิดแถลงข่าววานนี้ (22 ต.ค.) โดยท้าให้เอาหลักฐานมาให้ดูกับข้อกล่าวหาว่าเขารับเงิน 10 ล้านบาทแลกกับการโหวตรับร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ และ พ.ร.ก. โอนอัตรากำลังพลฯ และ "ขอสาบานต่อหน้าไฟเลยว่าไม่เคยไปรับเงินที่ร้านเพลินตามข่าวลือที่ปรากฏ"

ผลจากการโหวตสวนมติพรรคใน 2 กรณี ทำให้ กวินนาถ "โดนถีบออกจากกลุ่มไลน์ทุกกลุ่ม"

เขาตั้งคำถามว่า "เราโหวตเพื่อประชาชนแล้วผิดใช่หรือไม่ การที่เราโหวตรับทั้งที่เป็นแค่วาระแรก เราผิดมากหรือ เราไปฆ่าใครตาย" ขณะที่ในส่วนของ พ.ร.ก. ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนตัวไม่อยากก้าวล่วงหรือทำอะไรขัดกับสถาบัน แต่ไม่ได้หมายความแนวทางของพรรคเป็นแบบนั้น แต่เรื่องนี้สามารถคิดได้หลายแบบ แต่เพื่อความสบายใจ และยอมรับว่าเป็นเรื่องของความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ด้วยส่วนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ส.ส. กวินนาถยังยืนยันว่าจะอยู่กับ อนค. ต่อไป ไม่คิดลาออกแม้จะมีกระแสให้ลาออกจากการเป็น ส.ส. ก็ตาม