กอ.รมน. : จากยุคสงครามเย็น สู่ ไทยแลนด์ 4.0 หน่วยงานความมั่นคงนี้ มีไว้ทำอะไร

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
อำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ถูกตั้งคำถามอีกครั้ง หลัง กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ส่งฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนักการเมืองและนักวิชาการรวม 12 คน
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 พร้อม "ปฏิรูป กอ.รมน." เพราะการใช้กรอบคิดที่มองประชาชนเป็นศัตรู ไม่สามารถทำให้ประเทศปรองดองได้
"ความจริง คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) เป็นองค์กรที่หายไปแล้วหลังการเลือกตั้ง แต่วันนี้ยังแฝงตัวอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ บางส่วนแฝงอยู่ใน กอ.รมน. รูปแบบใหม่ที่มีอำนาจเพิ่มขึ้น" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ระบุ
นายธนาธรเป็น 1 ใน 12 บุคคลที่ถูก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดี ฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องต่อประชาชน ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116
อย่างไรก็ตาม พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย ไม่ยี่หระกับคำประกาศ "ปฏิรูป กอ.รมน." ของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยกล่าวว่า "ทำได้ก็ทำสิ ไม่เป็นไร รื้อได้ก็ทำไป แต่เรื่องนี้เป็นกฎหมายก็ต้องแก้กฎหมาย และต้องทำให้ประชาชนเข้าใจ"

ที่มาของภาพ, เฟซบุ๊ก พรรคประชาชาติ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ กอ.รมน. ถูกเขย่าโดยพรรคการเมือง โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีหลังรัฐประหารปี 2557 กอ.รมน. ถูกวิจารณ์ว่าถูกใช้เป็น "เครื่องมือทางการเมือง" ของรัฐบาล คสช. ทั้งในแง่กำราบผู้เห็นต่างทางการเมือง รวมถึงมีส่วนกำหนดชัยชนะในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
บีบีซีไทยรวมรวม 5 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับองค์กรแห่งนี้ เพื่อตอบคำถามของผู้คนบางส่วนในสังคมที่ว่า มี กอ.รมน. ไว้ทำไม
ตั้งไข่ยุคสงครามเย็น แต่เติบโตหลังยุครัฐประหาร
กอ.รมน. ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2516 โดยกลายรูปจาก กองบัญชาการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ (บก.ปค.) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2508 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น กองอำนวยการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ (กอ.ปค.) ในปี 2512
ภารกิจขององค์กรในยุคสงครามเย็นชัดเจนว่าเพื่อต่อสู้กับภัยคอมมิวนิสต์ ทำหน้าที่เป็น "แนวรุก" ทั้งทางการเมือง การข่าว และจิตวิทยามวลชน ใช้ปฏิบัติการทาง "สงคราม" ควบคู่ไปกับการ "พัฒนา"
ในบทความเรื่อง "กิจการพลเรือนของทหารในยุคประชาธิปไตยแบบการเลือกตั้ง : พัฒนาการและความชอบธรรม" (วารสารสังคมศาสตร์ ม. นเรศวร) รศ.ดร. พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า นโยบายปิดล้อมคอมมิวนิสต์ (the Containment Policy) ของสหรัฐฯ กระทำผ่านความช่วยเหลือด้านการทหารและเศรษฐกิจ หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ (ซีไอเอ) จึงมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งองค์กรมวลชน หรือกองกำลังกึ่งทหารในไทย

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ขณะที่ กอ.รมน. โฉมปัจจุบันเพิ่งมีอายุเพียง 12 ขวบเท่านั้น โดยได้รับการ "สถาปนาอำนาจ" อย่างจริงจังหลังรัฐประหารปี 2549 เมื่อรัฐบาล พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผลักดันให้มีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 กำหนดให้ กอ.รมน. มีสถานะเป็น "ส่วนราชการรูปแบบเฉพาะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี"
หลังรัฐประหารปี 2557 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้สั่งการ "ขยายอำนาจและบทบาท" ของ กอ.รมน. ออกไปอย่างกว้างขวาง ด้วยการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 51/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดย "เข้าควบคุมงานความมั่นคงของประเทศทั้งระบบ" และให้ กอ.รมน. "กำหนดเองว่าสถานการณ์ใดที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัย" ซึ่ง ศ.ดร. สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงและการทหาร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่าทำให้เกิดสภาวะ "รัฐซ้อนรัฐ"
ถอดโครงสร้าง "รัฐบาลคณะน้อย"
กอ.รมน. ยุคใหม่ถูกนำเสนอภาพว่าเป็นการทำงานในลักษณะองค์กรผสม 3 ฝ่าย พลเรือน-ตำรวจ-ทหาร แต่โดยข้อเท็จจริง "ทหารยังมีบทบาทนำพลเรือน" โดยแบ่งโครงสร้างออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้
- ส่วนบริหาร มีหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหาร มีนายกฯ เป็น ผอ.รมน. ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็น รอง ผอ.รมน. และเสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) เป็น ลธ.รมน. และมีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งมีทั้งรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงร่วมด้วย จึงถูก ศ.ดร. สุรชาติ เรียกขานว่า "รัฐบาลคณะน้อย"
- ส่วนอำนวยการ มีหน้าที่กำหนดนโยบาย วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลการปฏิบัติ ประกอบด้วย 6 สำนัก 2 กลุ่มงาน และ 1 ศูนย์
- ส่วนประสานงาน มีหน้าที่บูรณาการการวางแผนอำนวยการ ประสานงาน และการปฏิบัติ ประกอบด้วย 6 ศูนย์ประสานการปฏิบัติ รับผิดชอบงาน 6 ด้าน ดังนี้
- ศูนย์ 1 รับผิดชอบด้านยาเสพติด
- ศูนย์ 2 แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง
- ศูนย์ 3 การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ
- ศูนย์ 4 ด้านความมั่นคงพิเศษ อาทิ ชาวม้งลาว, การค้ามนุษย์, การฟอกเงิน, บุกรุกป่าไม้, ภัยพิบัติระดับชาติ ฯลฯ
- ศูนย์ 5 ด้านความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ คือจังหวัดชายแดนภาคใต้
- ศูนย์ 6 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและการส่งเสริมสถาบัน
4. ส่วนปฏิบัติงานในพื้นที่ มีหน้าที่วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย กอ.รมน.ภาค 1-4, กอ.รมน.จังหวัด และ กอ.รมน.กทม. และศูนย์อำนวยการหรือหน่วยงานอื่น ๆ
มวลชนจัดตั้งของ กอ.รมน.
แม้ต้องปรับบทบาทให้สอดคล้องกับยุคสมัยใหม่ แต่การจัดตั้ง "องค์กรมวลชนของรัฐ" ยังเป็นภารกิจสำคัญของ กอ.รมน. โดยมีการระบุชื่อไว้อย่างน้อย 9 กลุ่ม ประกอบด้วย ชมรมผู้นำชุมชนมุสลิม, ชมรมคาทอลิก รักษาความมั่นคงภายใน, สมาคมนักธุรกิจรักษาความมั่นคงแห่งชาติ, สมาคมนักธุรกิจไทย-ซิกข์ รักษาความมั่นคงภายใน, โครงการประชาชนมีส่วนร่วม, ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านใจรักษ์แผ่นดิน, โครงการเพชรในตม, ไทยอาสาป้องกันชาติ
ถ้าย้อนกลับไปในยุคสงครามเย็น กอ.รมน. เคยสร้างมวลชนมากกว่า 20 กลุ่ม จากนั้นในปี 2521 รัฐบาล พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย 'ไทยอาสาป้องกันชาติ' รวมมวลชนกลุ่มต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มลูกเสือชาวบ้าน อาสาสมัครรักษาดินแดน และอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง
ปี 2524 รัฐบาล พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ออกคำสั่งจัดตั้ง "กองหนุนเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ" ให้อยู่ภายใต้อำนาจของกองทัพบก ก่อนย้ายไปอยู่ใต้ กอ.รมน.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ผลงาน กอ.รมน. หลังรัฐประหาร 2 ยุค
- ติดตามความเคลื่อนไหวของนักการเมือง/กลุ่มการเมืองขั้วตรงข้าม และแจ้งความดำเนินคดีในความผิดฐาน ม. 116
- ติดตามและสกัดกั้นช่องทางการสื่อสารของนักการเมือง/กลุ่มการเมืองขั้วตรงข้าม
- จับตาความเคลื่อนไหวในโลกไซเบอร์ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ถูกมองว่ามีเนื้อหาหมิ่นสถาบัน อาทิ ในปี 2558 กอ.รมน. ปิดเว็บไซต์ไปทั้งสิ้น 143 เว็บไซต์ คิดเป็นจำนวน URL ทั้งหมด 5,268 URL
- ระดมมวลชนในสังกัดออกสนับสนุนการชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญและรณรงค์ให้คนออกไปลงประชามติเมื่อปี 2559
ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากบทความเรื่อง "กิจการพลเรือนของทหารในยุคประชาธิปไตยแบบการเลือกตั้ง : พัฒนาการและความชอบธรรม"โดย รศ.ดร. พวงทอง ภวัครพันธุ์ ตีพิมพ์ในวารสารสังคมศาสตร์ ม. นเรศวร








