#ขบวนเสด็จ : กระทรวงดิจิทัลฯ-ปอท. เตือนผู้แชร์ข้อความของ "กาณฑ์" มีโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี

ที่มาของภาพ, BBC Thai
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ประกาศเดินหน้าสืบสวนปราบปรามผู้กระทำความผิดโดยการเผยแพร่เนื้อหาไม่เหมาะสมบนสื่อออนไลน์ หลังจับกุมและแจ้งข้อหานายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักกิจกรรมทางการเมืองวัย 25 ปี พร้อมกับเตือนว่าผู้ที่แชร์ข้อความของเขาจะมีความผิดด้วย
วันนี้ (8 ต.ค. 2562) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก. ปอท.) กล่าวในการแถลงข่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ปอท. และสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการสืบสวนปราบปรามผู้เผยแพร่เนื้อหาไม่เหมาะสม ผู้ร่วมขบวนการบนสื่อออนไลน์และเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้องที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อวานนี้ (7 ต.ค.) ได้จับกุมนายกาณฑ์ได้ที่ซอยอารีย์สัมพันธ์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1520/2562
นายพุทธิพงษ์ระบุว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้ได้โพสต์ข้อความเนื้อหาไม่เหมาะสมผ่านเฟซบุ๊กในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดกระแสแฮชแทกที่ไม่เหมาะสม ซึ่งข้อความที่โพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นประมาณ 100 ข้อความและแชร์ประมาณ 50 ครั้งจนอาจทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ค่อยพอใจ ดังนั้น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงได้สั่งการให้ บก. ปอท. ดำเนินการสืบสวนจนแน่ชัด จนนำไปสู่การยื่นคำร้องขอหมายจับของศาลอาญาให้ข้อหาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม. 14(3) "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร"

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongtep/BBCThai
ข้อหานี้มีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ สำหรับผู้ใดเผยแพร่หรือส่งต่อ (แชร์) ข้อความดังกล่าว จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(5) อัตราโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท ด้วยเช่นกัน
"ไม่ได้เลือกปฏิบัติ"
นายพุทธิพงษ์ยืนยันว่า การดำเนินคดีต่อผู้ต้องหารายนี้ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะที่ผ่านมา บุคคลดังกล่าวได้มีการโพสต์ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง "ทางกระทรวงฯ ดำเนินการทุกอย่างตามกฎระเบียบและตามคำสั่งของศาล" เขากล่าวและย้ำว่า ความผิดของผู้ต้องหาคนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมาของเขา
รมว.ดิจิทัลกล่าวว่า ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อพบเห็นการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"เราอยากถามว่า การดำเนินกรณีนี้ พี่น้องประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ และย้ำว่าเราไม่ได้เลือกปฏิบัติ" เขาระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่า แฮชแทกบางส่วนมีเนื้อหาเข้าข่ายความผิดอาญา มาตรา 112 ที่ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า "ผมไม่ทราบ ทุกอย่างเป็นไปตามสำนวน ข้อมูลที่เข้ากรอบสำนวน ก็ส่งไปยังศาล แล้วแต่สำนวนแล้วแต่ศาล แต่ว่าวันนี้ ที่ศาลได้ออกหมายจับตามาตรา 14(3) ซึ่งความผิดตามมาตรานี้ถือว่าชัดเจน"
รมว.ดิจิทัลกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงดิจิทัลฯ บก.ปอท. สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการร้านค้า ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่บุคคลทั่วไปให้จัดเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์หรือ "ล็อกไฟล์" ไว้อย่างน้อย 90 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกต่อเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบกรณีที่มีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 26
นายพุทธิพงษ์ระบุว่า มาตรการนี้เป็นเพียงการขอความร่วมมือเท่านั้น หากไม่ปฏิบัติตามไม่ถือว่ามีความผิด
ทั้งนี้ จากข้อมูลที่บีบีซีไทยได้จากเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลออนไลน์พบว่า ระหว่างวันที่ 1-8 ต.ค. แฮชแทก "ขบวนเสด็จ" มีผู้ใช้เพิ่มจากช่วงก่อนหน้าถึง 12,637 เปอร์เซ็นต์ โดยมีการใช้มากถึงกว่า 664,000 ครั้ง และในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมีผู้ใช้แฮชแทกนี้ประมาณ 27,000 ครั้ง
ข้อสังเกตจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผยแพร่บทวิเคราะห์บนเว็บไซต์ว่า นับตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา มีการเปลี่ยนแปลงการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามกฎหมายอาญามาตรา 112 ค่อนข้างชัดเจน กล่าวคือ แทบไม่มีคดีใหม่ที่ถูกกล่าวหาด้วยข้อหามาตรานี้ขึ้นสู่ศาลและคดีที่อยู่ในชั้นศาลก็มีแนวโน้มว่าจะได้รับการยกฟ้อง
"แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในสังคมไทยพัฒนาขึ้นแต่อย่างใด" ศูนย์ทนายความฯ ระบุและขยายความว่า แม้มาตรา 112 จะถูกนำมาใช้น้อยลง แต่ข้อกล่าวหาอื่น เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือข้อหา "ยุยงปลุกปั่น" ตามมาตรา 116 ก็ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ถูกนำมาใช้ควบคุมการแสดงออกต่าง ๆ และยังถูกนำมาใช้ดำเนินคดีกับบุคคล

กาณฑ์คือใคร?
นายกาณฑ์ อายุ 25 ปี จบการศึกษาจากวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาเคยร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่มีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์หรือ "จ่านิว" และนายรังสิมันต์ โรม ซึ่งปัจจุบันเป็น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เพื่อเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงจากอำนาจและจัดการเลือกตั้งในช่วงปี 2561
หลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. กาณฑ์บอกว่าเขาไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมืองอีก แต่หันไปทำกิจกรรมรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศและผู้ลี้ภัย ควบคู่ไปกับการทำงานในธุรกิจของครอบครัว

ที่มาของภาพ, BBCThai
วันที่ 2-3 ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่แฮชแทก #ขบวนเสด็จ แพร่หลายในโลกออกไลน์ จากการที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์เรื่องปัญหาการจราจรย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กาณฑ์เป็นหนึ่งในคนที่โพสต์แสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าวด้วย ต่อมาเขาได้รับข้อความทาง SMS ที่ส่งมาในโทรศัพท์มือถือของเขา ระบุชื่อผู้ส่งว่า "RoyalPalace" โดยข้อความแรกส่งมาเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.ของคืนวันที่ 3 ต.ค. เป็นภาษาอังกฤษว่า "ขอให้ปิดบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดภายในคืนนี้เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง"

ที่มาของภาพ, BBCThai
หลังจากได้รับข้อความดังกล่าว กาณฑ์ได้ปิดบัญชีทั้งหมดและต่อมาได้รับข้อความที่ 2 ช่วงเที่ยงของวันที่ 4 ต.ค.ระบุว่า "ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ"
กาณฑ์ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ยอมรับว่าเขาโพสต์ข้อความไป "ด้วยความคะนอง ไร้สติ" และ "ใช้ถ้อยคำรุนแรง" และข้อความเหล่านั้นได้ทำให้เขา "ถูกล่าแม่มด" ซึ่งไม่เพียงแต่เขาเท่านั้นที่โดนคนในโลกโซเชียลด่าทออย่างรุนแรง แต่พ่อ แม่ น้องชายและน้องสาวของเขาก็โดนเปิดเผยตัวตนและถูกโจมตีด้วยถ้อยคำรุนแรง
ถูกจับกุม
นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) โพสต์ข้อความทางบัญชีเฟซบุ๊กของตัวเอง เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วานนี้ (7 ต.ค.) ว่านายกาณฑ์ได้จับกุมตัวข้อหาความผิดตาม มาตรา 14 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 จากกรณีโพสต์เฟชบุ๊กเกี่ยวกับ "ประวัติศาสตร์ในต่างประเทศ" ซึ่งไม่เกี่ยวกับกระแสแฮชแทกที่เกิดขึ้นในทวิตเตอร์
นายกาณฑ์โพสต์ข้อความดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 ต.ค. โดยไม่มีแฮชแทกคำว่า "ขบวนเสด็จ" แต่อย่างใด
นายวิญญัติระบุอีกว่าการสอบปากคำเสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. จากนั้น ปอท.ได้นำตัวนายกาณฑ์มาส่งที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อฝากควบคุมตัว และในเวลา 11.00 น. วันนี้พนักงานสอบสวนจะนำตัวไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา
ล่าสุด นายวิญญัติให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ศาลอาญาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายกาณฑ์แล้วโดยตีหลักทรัพย์ 100,000 บาท และมีเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาโพสต์ข้อความลักษณะนี้อีก และหากโจทก์ฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาที่หนักกว่าในคดีเดียวกันนี้ก็อาจจะต้องมีการพิจารณาการประกันตัวใหม่
เขาให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่านายกาณฑ์ได้ขอให้พนักงานสอบสวนหาที่มาและผู้ส่ง SMS ที่ใช้ชื่อว่า RoyalPalace ด้วยว่าเป็นใคร











