สนทนากับท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ว่าด้วยทูลกระหม่อมแม่ ประวัติศาสตร์ และชีวิตข้าราชการกรมศิลป์ฯ

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซนกับทูลกระหม่อมแม่
    • Author, กุลธิดา สามะพุทธิ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

"มั่นใจในสิ่งที่ทำ-กล้าตั้งคำถาม-กล้าคิด-ไม่กลัว" ลักษณะนิสัยอย่างน้อย 4 ประการที่ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน บอกว่าเป็นสิ่งที่เธอมีเหมือนทูลกระหม่อมแม่—ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา

อาจด้วยนิสัยและวิธีคิดเหล่านี้เองที่ทำให้ท่านผู้หญิงสิริกิติยาหรือที่เพื่อนร่วมงานและสื่อมวลชนเรียกสั้น ๆ ว่า "คุณใหม่" มีความมั่นใจและมีความสุขกับการทำโครงการอนุรักษ์และเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับพระราชวังบวรสถานมงคลหรือ "วังหน้า" ที่เธอเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงมานานแรมปี

คุณใหม่ยอมรับว่าตอนที่เริ่มทำโครงการ มีคนตั้งคำถามเหมือนกันว่าแน่ใจหรือว่าจะทำงานนี้ เพราะประวัติศาสตร์วังหน้าเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก รูปแบบที่นำเสนอก็ไม่เคยมีใครทำมาก่อน อาจจะมีคนไม่เข้าใจหรือไม่เห็นด้วย

"แต่เราไม่เคยคิดแบบนั้นเลย เพราะเป็นคนที่มั่นใจ ถ้าเลือกที่จะทำอะไร แปลว่าคิดมานานหลายวัน คิดมานานหลายเดือนแล้ว ที่ทำแบบนี้เพราะว่าเรามั่นใจในสิ่งที่ทำไป" คุณใหม่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai

ถึงวันนี้ เมื่อได้ยินชื่อ "คุณใหม่" หลายคนจะคิดถึง "วังหน้า" เพราะเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่เธอขลุกอยู่กับงานนี้ทั้งในฐานะคนที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ ในฐานะนักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ กรมศิลปากร และในฐานะผู้มีเชื้อสายราชวงศ์จักรี

จากงานแรก คือ นิทรรศการวังน่านิมิต ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (มิ.ย. 2561) สู่งานที่สอง คือ วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องวังหน้าผ่านการตีความของศิลปินร่วมสมัย ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (มี.ค.-เม.ย. 2562) จนมาถึงผลงานล่าสุดคือการนำเสนอนิทรรศการวังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา ในรูปแบบ "พิพิธภัณฑ์ดิจิทัล" บนแพลตฟอร์มของกูเกิลอาร์ตแอนด์คัลเจอร์ (ก.ย. 2562) พลังและความมุ่งมั่นของคุณใหม่ไม่ได้ลดลงเลย แม้เธอจะแอบบอกเราว่า "บางทีก็ท้อบ้าง เพราะงานมันยาก" แต่เมื่อได้เห็นคนไทยแม้เพียงหนึ่งคนสนใจประวัติศาสตร์ไทยขึ้นมาบ้าง เธอก็มีแรงฮึดขึ้นใหม่ทุกครั้งไป

เหนือสิ่งอื่นใด งานทั้งหมดนี้ ทำให้เธอได้รู้จักและเข้าใจตัวเองดีขึ้น เพราะด้วยความที่เกิดและเติบโตในสหรัฐอเมริกา คุณใหม่รู้สึกว่ามีบางส่วนในชีวิตที่ขาดหายไป การกลับมาเมืองไทยและศึกษาประวัติศาสตร์ไทยคือการเติมเต็มชีวิตของเธอ

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, การใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลานาน ทำให้คุณใหม่รู้สึกว่าบางส่วนในชีวิตขาดหายไป

คุณใหม่ให้สัมภาษณ์พิเศษบีบีซีไทยในวันเปิดตัวนิทรรศการวังหน้านฤมิตฯ ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลเมื่อ 17 ก.ย. 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เธอทำงานในฐานะข้าราชการกรมศิลปากรครบ 3 ปีพอดี ต่อไปนี้คือความรู้สึกนึกคิดและสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จก้าวแรกของเธอ

ทูลกระหม่อมแม่

คุณใหม่พูดถึงตัวเองว่าเป็นคนที่มีความคิดเชิงนามธรรม (abstract) เป็นศิลปินและคิดไม่เหมือนคนอื่นมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ไม่ว่าความคิดของเธอจะแปลกแหวกแนวแค่ไหน แม่ก็ไม่เคยปิดกั้น

"ท่านไม่เคยห้าม ไม่เคยจำกัด และท่านให้ออกไปสัมผัสโลกภายนอกตลอดเวลา เพราะท่านรู้ว่าถ้าไม่ให้ออกไปเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือไปเจออุปสรรค เราก็ไม่โต ท่านค่อนข้างใจกว้างและสนับสนุนทุกอย่าง ถ้าจะทำอะไร และคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนวิธีคิด ช่วยอะไรได้เยอะก็ทำ"

"ทุกอย่าง" ที่ว่านี้ รวมถึงการออกจากงานที่บริษัทแฟชั่นแบรนด์ดังในนิวยอร์ก มาอยู่เมืองไทยและรับราชการที่กรมศิลปากรเมื่อปลายปี 2559 ด้วย

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, "ท่านไม่เคยห้าม ไม่เคยจำกัด และท่านให้ออกไปสัมผัสโลกภายนอกตลอดเวลา" คุณใหม่พูดถึงทูลกระหม่อมแม่

คุณใหม่ ซึ่งเรียนจบด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ตัดสินใจเข้ารับราชการที่กรมศิลปากรตามคำแนะนำของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หลังจากที่เธอค้นพบตัวเองว่าอยากทำงานที่ช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของตัวเองได้มากขึ้น

แม้ได้ทำงานในสิ่งที่รักและชอบอย่างแท้จริง แต่ชีวิตการทำงานในเมืองไทยก็ไม่ง่ายนักสำหรับคุณใหม่ และผู้ที่ช่วยให้เธอผ่านเรื่องยาก ๆ ไปได้ก็คือทูลกระหม่อมแม่

"มีอะไรก็ปรึกษาแม่ เวลาไม่เข้าใจอะไรหรือรู้สึกเครียด เพราะไม่เคยทำงานในระบบที่เป็นไทย ไม่เคยทำงานกับคนไทย บางทีวัฒนธรรมมันแตกต่างกัน ก็ปรึกษาว่าควรจะคิดยังไง ควรจะทำอะไรต่อ ควรจะเดินหน้าอย่างไรในฐานะที่ท่านทำงานมานานกว่า"

นอกจากที่เป็นที่ปรึกษา ทูลกระหม่อมแม่ยังให้กำลังใจด้วยการมาชมผลงานของคุณใหม่ทุกครั้ง

"แม่มาดูทุกงาน ดูอยู่นานเกิน 2 ชม. จริง ๆ แม่เป็นคนที่สนใจประวัติศาสตร์พอสมควร แม่ศึกษาและตั้งคำถามเยอะ เราไม่ได้ตามอินสตาแกรมของแม่ แต่มีคนบอกว่าท่านจะโพสต์รูปและเขียนบรรยาย (เกี่ยวกับนิทรรศการวังหน้านฤมิตฯ) ยาว"

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา

ที่มาของภาพ, IG: NICHAX

คำบรรยายภาพ, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ คอยให้คำปรึกษาคุณใหม่ในเรื่องการทำงาน

ลูกสาวกับแม่และ "น้าน้อย"

คุณใหม่บอกว่าเธอกับทูลกระหม่อมแม่มีอะไรที่เหมือนกันหลายอย่าง

"เป็นคนที่กล้าตั้งคำถามเหมือนกัน เป็นคนที่กล้า เป็นคนที่ไม่กลัว ถึงแม้ว่าคนอื่นจะไม่เคยทำมาก่อน หลายคนอาจจะคิดว่าโอ๊ย ทำดีเหรอ เราทั้งสองคนจะไม่ค่อยสนใจว่าคนอื่นคิดยังไง...ถ้าเลือกที่จะทำอะไร แปลว่าเราคิดมาหลายวัน คิดมานานหลายเดือนแล้ว ที่ทำแบบนี้เพราะว่าเรามั่นใจในสิ่งที่ทำไป ถ้าไม่มั่นใจ คนจะไม่เชื่อในสิ่งที่เราทำ ซึ่งคล้าย ๆ กันกับแม่ จะเป็นคนที่มั่นใจ คือว่าถ้าตัดสินใจแบบนี้ เราก็ต้องมั่นใจ บางทีถ้าคนจะไม่ชอบเรา เราทำอะไรดีเท่าไหร่ เขาก็จะไม่ชอบอยู่ดี เราก็คิดแบบนี้ สองคนก็คล้าย ๆ กัน"

กรมสมเด็จพระเทพฯ เป็นอีกท่านหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อวิธีคิดและการทำงานของคุณใหม่ โดยเฉพาะงานด้านการศึกษาประวัติศาสตร์

"วิธีทำงานคล้าย ๆ กันมากเลยทีเดียว ก็เลยปรึกษาเรื่องงานเยอะ ท่านทรงให้ความสำคัญกับเรื่องวิธีการถ่ายทอดและการศึกษา จริง ๆ วิธีถ่ายทอดหรือสอนประวัติศาสตร์ของเราสองคนคล้ายกันมากเลย เช่น หาวิธีถ่ายทอดผ่านสื่ออื่น ๆ ที่ไม่ใช่หนังสือ เช่น อาหาร ดนตรี หรือพาคนเข้าไปในพื้นที่จริง"

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 เมื่อเดือน พ.ค. 2562

ที่มาของภาพ, คกก. ฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

คำบรรยายภาพ, ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน (ซ้าย) ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 เมื่อเดือน พ.ค. 2562

"เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์"

คุณใหม่ยอมรับว่าเหตุที่เธอสนใจและเลือกทำงานด้านประวัติศาสตร์ไทย รวมทั้งเลือกทำโครงการอนุรักษ์และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับวังหน้านั้น "เป็นเรื่องส่วนตัวพอสมควร" ด้วยเหตุผลอย่างน้อย 2 ประการ

หนึ่ง-การที่เธอไม่ได้อยู่เมืองไทยทำให้เมื่อเติบโตขึ้นจึงรู้สึกว่า "มันมี 50 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นไทย แต่รู้สึกว่ามันมีส่วนหนึ่งของเราที่ขาดหายไป มันสับสน คนอื่นอาจคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เล็ก ไม่สำคัญ แต่มันสำคัญ" เธอจึงทุ่มเทศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยเพื่อที่จะรู้จักและเข้าใจตัวเอง

ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์

สอง-เหตุที่เธอสนใจประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นยุคสุโขทัย อยุธยาจนมาถึงรัตนโกสินทร์ "อาจเพราะมันเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ครอบครัว...มันเป็นเหมือนวิธีที่จะกลับมาเข้าใจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของตัวเอง เพราะเราเป็นเรา ทำให้เราสนใจมากขึ้น เพราะมันเหมือนวิธีที่ทำให้ประวัติศาสตร์ของตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อ"

ทุกครั้งที่เข้าร่วมงานพระราชพิธีต่าง ๆ ในสถานที่สำคัญที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน คุณใหม่บอกว่าเธอจะรู้สึกปลื้มปิติและภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในพื้นที่นั้น

"ในฐานะที่เป็นคนที่ชอบประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม เราก็อึ้งเหมือนกัน และทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องปกป้องและทำงานด้านนี้ต่อไป"

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในหลวง รัชกาลที่ 10

ที่มาของภาพ, เฟซบุ๊กพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒

คำบรรยายภาพ, พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในหลวง รัชกาลที่ 10

ความรู้สึก "เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์" นี้เองที่เธออยากจะให้เกิดขึ้นในใจของคนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ซึ่งคุณใหม่มองว่าเกิดขึ้นได้ยากหากระบบการศึกษาไทยยังสอนประวัติศาสตร์แบบท่องจำและทำให้เด็กไม่กล้าตั้งคำถามกับประวัติศาสตร์

"เท่าที่สังเกต เด็กนักเรียนถูกสอนมาแบบท่องจำ ปัญหาคือถ้าเด็กไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ เขาจะท่องจำไปเพื่ออะไร ท่องจำโดยที่เขาไม่รู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง แล้วในอนาคต เขาจะจำเรื่องที่ท่องไปได้หรือเปล่า สิ่งที่อยากเห็นคือการสอนประวัติศาสตร์แบบ interactive (มีปฏิสัมพันธ์) เป็นเรื่องราวที่สนุก เด็กรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของมันและอยากดูแลมัน เพราะมันเป็นสิ่งที่มีชีวิต"

นอกจากนี้คุณใหม่ยังอยากเห็นการตั้งคำถามกับประวัติศาสตร์มากขึ้นอีกด้วย เธอเองก็เคยตั้งคำถามกับนักวิชาการกรมศิลปากรจนหลายคนตกใจมาแล้ว

"ตอนนั้นมีนักประวัติศาสตร์มานั่งเล่าให้ฟัง เราก็ถามทำไม ทำไม ทำไม เขาก็เริ่มกังวล เราก็บอกว่าที่ถามนี่ไม่ได้มีอะไรหรอก แค่อยากรู้ว่าที่สร้างขึ้นมาแบบนี้มันมีเหตุผลอะไร สิ่งต่าง ๆ ที่สร้างมานั้นเพราะอะไร ถ้าเราทำให้คนตั้งคำถามได้นี่คือประสบความสำเร็จ...แต่มันลำบากเพราะคนไม่กล้าที่จะตั้งคำถาม การตั้งคำถามไม่ได้เป็นสิ่งที่แย่ บางทีการเรียนรู้ก็ต้องตั้งคำถาม"

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, คุณใหม่เริ่มฝึกงานที่กรมศิลปากรเมื่อเดือน ก.ย. 2559 และได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการประจำเมื่อเดือน พ.ค. 2560

ชีวิตข้าราชการกรมศิลป์ฯ

คุณใหม่ฝึกงานในกลุ่มงานวิชาการการอนุรักษ์ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรตั้งแต่เดือน ก.ย. 2559 จนกระทั่งเดือน พ.ค. 2560 ก็ได้รับการบรรจุเป็นนักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ ซึ่งเธอบอกว่าได้ทำงานหลายอย่างจนค้นพบว่างานที่ชอบจริง ๆ คือการถ่ายทอดและสื่อสารประวัติศาสตร์ให้คนทั่วไปรับรู้ เข้าถึงและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์นั้น

"ตอนนี้เป็นข้าราชการเต็มตัวค่ะ" คุณใหม่บอกกับบีบีซีไทยอย่างภูมิใจ

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร บอกว่ากรมศิลป์ฯ ดีใจที่คนรุ่นใหม่อย่างคุณใหม่เลือกมาทำงานที่นี่

"หลายคนมองว่ากรมศิลป์ฯ จะตกยุคอยู่รอมร่อแล้วแต่ท่านเลือกที่จะมาทำงานที่นี่ เป็นสิ่งที่ชาวกรมศิลป์ฯ ภูมิใจกันมาก โครงการต่าง ๆ ที่ท่านผู้หญิงทำ เช่น การจับมือกับ Google ในการทำพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลจะนำพากรมศิลป์ฯ ไปสู่โลกของคนรุ่นใหม่ และนำคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในงานมรดก ศิลปวัฒนธรรมของชาติ" อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัวนิทรรศการวังหน้านฤมิตฯ ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ดิจิทัล

อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรบอกว่าดีใจที่คนรุ่นใหม่อย่างคุณใหม่เลือกมาทำงานที่กรมฯ

ระบบราชการไทยเป็นอะไรที่หลายคนบ่นและวิจารณ์ แต่คุณใหม่เลือกที่จะเข้าสู่ระบบราชการด้วยความเต็มใจโดยไม่หวั่นไหวใด ๆ ทั้งสิ้น

"พอกลับมาเมืองไทยก็รู้ว่าตัวเองอยากทำงานอะไรก็ตามที่ช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยได้มากขึ้น อยากทำงานอนุรักษ์ อยากทำงานประวัติศาสตร์ กรมสมเด็จพระเทพฯ เลยแนะนำให้ทำงานกรมศิลป์ฯ ตอนที่เข้าไปไม่ได้มี expectation (ความคาดหวัง) อะไรและไม่ได้กลัวอะไรเลย"

คุณใหม่บอกว่าช่วง 1-2 ปีแรกเป็นช่วงของการเรียนรู้ทุกอย่าง เธอจึงเปิดใจและความคิดรับฟังทุกสิ่งทุกอย่างจากทุกคนในกรมศิลป์ฯ พร้อมกับตรวจสอบความคิดของตัวเองอยู่เสมอ

"เราต้องระวังสิ่งที่เราคิด จริง ๆ มันอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้ ต้องฟังหลาย ๆ คน"

เธอว่าในทุกองค์กรย่อมมีบุคคลที่หลากหลาย สิ่งที่ต้องระวังก็คือคนเรามักจะคุ้นเคยกับการทำอะไรแบบเดิมหรือคิดแบบเดิมไปนาน ๆ จะเกิดความเคยชินและยากที่จะเปลี่ยนวิธีคิดหรือเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ

คุณใหม่บอกว่าโครงการวังหน้าฯ มีลักษณะงานที่ใหม่และแตกต่างจากที่กรมศิลป์ฯ เคยทำอยู่ หลายคนอาจจะแปลกใจ แต่สุดท้ายแล้วก็พร้อมที่จะรับและทำงานร่วมกัน

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซนกับทูลกระหม่อมแม่

ที่มาของภาพ, IG: Nichax

คำบรรยายภาพ, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เยี่ยมชมนิทรรศการที่คุณใหม่จัดทุกครั้ง

คุณใหม่ยังสนุกกับงานที่กรมศิลป์ฯ เพราะคิดว่ายังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับวังหน้า

"เป็นคนที่ตัดสินใจแล้วจะไปตามนั้นตลอดเลย...ตอนนี้ก็ดูว่าพื้นที่ตรงไหนน่าสนใจอีก เพราะพื้นที่วังหน้าทำต่อได้เลย เพราะมันมีหลายมิติ"

ถึงตอนนี้ คุณใหม่เข้าใจและรู้จักตัวเองมากขึ้นหรือยัง?

"ก็เข้าใจมากขึ้น รู้สึกว่ามั่นใจในสิ่งที่อยากทำ รู้ว่าอยากทำอะไร รู้ว่าอะไรสำคัญ แต่เราไม่ได้เลิกที่จะเรียนรู้...ทุกวันนี้เราก็ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น ถ้าจะบอกว่ารู้จักตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วก็ไม่ใช่หรอก เดือนหน้าอาจจะไปเจออะไรที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิดก็ได้" คุณใหม่ทิ้งท้าย

line

Top tips ศึกษาประวัติศาสตร์แบบคุณใหม่

  • ความรู้ที่ได้ส่วนใหญ่มาจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์และผู้คน คุยกับคนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค่อย ๆ เก็บข้อมูล อาจใช้เวลานานหลายเดือนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถ่องแท้ จากนั้นนำข้อมูลทุกอย่างมาวิเคราะห์หาจุดเชื่อมโยง เพราะทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกัน เราเพียงต้องหาจุดนั้นให้เจอ
  • คนเรา ถ้าชินอยู่กับการทำงานอยู่ในพื้นที่ ทำงานกับสิ่งที่จับต้องได้ก็จะชินอยู่กับการทำงานในแบบเดิม ๆ แต่ถ้าเปลี่ยนแพลตฟอร์ม เราต้องคิดใหม่หมด ทั้งวิธีจัดแสดงและวิธีถ่ายทอดข้อมูล
  • ถ้าอยากเข้าใจประวัติศาสตร์ให้ดีขึ้น ต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย เราต้องเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนั้น
  • คนที่ทำงานด้านการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ มักคิดถึงเรื่องเครื่องมือในการเสนอก่อนที่จะคิดถึง story นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา จริง ๆ แล้วเราต้องสร้าง story ขึ้นมาก่อน เราต้องรู้ว่าใครเป็นพระเอกของเรื่องนี้และเราต้องการเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ทั้งหมดนี้จะบอกถึงเครื่องมือที่เราต้องใช้ มันอาจจะต้องใช้เวลาและยากลำบาก แต่ทั้งหมดนี้จะทำให้เราเลือกเครื่องมือได้ถูกต้อง
  • ต้องฟังเยอะ ๆ ถ้าเราไม่ฟัง เรามัวแต่จะพูด ๆ อย่างเดียว จะทำให้เราให้สิ่งที่เราเข้าใจเป็นแค่มุมมองของเรา แต่จริง ๆ มันเป็นสิ่งที่ผิดไป เพราะจริง ๆ แล้วประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ประกอบด้วยหลายมุมมอง ถ้าเรามัวแต่จะพยายามที่จะบังคับให้เรื่องราวเป็นไปในทางเราที่เราคิด มันก็จะผิด
line