พระประวัติ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประสูติเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2494 ณ โรงพยาบาลมองชัวซีส์ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และทรงเป็นพระเชษฐภคินี (พี่สาว) ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน

ที่มาของภาพ, Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images
การศึกษา
ข้อมูลจากกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ณ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ เอ็มไอที ในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสาขาวิชาคณิตศาสตร์และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวเคมี จากนั้นทรงศึกษาต่อจนสำเร็จปริญญาโท สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส
การสมรสและสละฐานันดรศักดิ์
เมื่อปี พ.ศ. 2515 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (พระอิสริยยศขณะนั้น) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์เพื่อสมรสกับนายปีเตอร์ แลด เจนเซน ชาวอเมริกัน ในพระบรมหาราชวังตามราชประเพณีไทย แล้วเสด็จประทับที่สหรัฐฯ โดยทรงเปลี่ยนพระนามเป็น จูลี เจนเซน (Julie Jensen) ทั้งคู่มีบุตร-ธิดารวม 3 คน ได้แก่
- คุณพลอยไพลิน เจนเซน เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 ปัจจุบัน สมรสกับนายเดวิด วีลเลอร์ และมีบุตรชายสองคน
- คุณพุ่ม เจนเซน (ภูมิ เจนเซน) เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2526 และถึงแก่อนิจกรรมในเหตุคลื่นสึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งขณะเกิดเหตุคุณพุ่มกำลังเล่นเจ็ตสกีอยู่บริเวณโรงแรมที่พักในอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 สิริอายุ 21 ปี
- คุณสิริกิติยา เจนเซน (ใหม่ เจนเซน) เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2528 ปัจจุบันรับราชการในกรมศิลปากร โดยทำงานด้านประวัติศาสตร์และการอนุรักษ์โบราณสถานของชาติ
การเสด็จนิวัตประเทศไทยและพระกรณียกิจ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในปี พ.ศ. 2541 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงหย่ากับนายปีเตอร์ เจนเซน แล้วเสด็จนิวัตประเทศไทยและประทับอยู่เป็นการถาวรเมื่อปี พ.ศ. 2544
นับแต่นั้นเป็นต้นมา พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านการช่วยเหลือราษฎร และให้โอกาส ผู้พิการ เยาวชน ตลอดจนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ รวมทั้งทรงงานด้านการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยในระดับนานาชาติ
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีพระดำริให้ก่อตั้งโครงการ TO BE NUMBER ONE โดยทรงรับเป็นองค์ประธาน เพื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาทั่วประเทศ และหน่วยงาน องค์กร ชุมชนต่าง ๆ ตามพระปณิธาน "ทุกคนเป็นหนึ่งได้โดยไม่พึ่งยาเสพติด"
นอกจากนี้ ยังมี "ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น" ซึ่งให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาต่าง ๆ ของเยาวชน เช่น ปัญหาครอบครัว และปัญหายาเสพติด มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่มากถึง 31 ล้านคน

ที่มาของภาพ, Getty Images
นอกจากนี้ ยังทรงสนพระทัยในศิลปะด้านการแสดง โดยทรงมีผลงานการแสดงทั้งละครและภาพยนตร์ เช่น ละครเรื่อง กษัตริยา และ ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน รวมทั้งภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งใจ...เดียวกัน และ มายเบสต์บอดีการ์ด เป็นต้น
ส่วนผลงานอื่น ๆ ได้แก่ รายการทูบีนัมเบอร์วัน วาไรตี้ และรายการพรินเซสไดอารี (Princess Diary) รวมทั้งยังทรงมีผลงานเพลงหลายชิ้น เช่น เพลงประจำโครงการทูบีนัมเบอร์วัน เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งใจ...เดียวกัน เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง มาย เบส บอดี้การ์ด นอกจากนี้ยังทรงโปรดการโพสต์คลิปวิดีโอที่ทรงขับร้องเพลงเนื่องในเทศกาลคริสต์มาส ผ่านอินสตาแกรมส่วนพระองค์เพื่อประทานพรแก่ประชาชนเนื่องในเทศกาลแห่งความสุขด้วย
ในวันที่ 8 ก.พ. 2562 ก่อนพ้นเส้นตายที่พรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องเสนอรายชื่อ "นายกรัฐมนตรีในบัญชี" ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พรรคไทยรักษาชาติเสนอพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ เป็น "นายกฯ ในบัญชี" เพียงชื่อเดียว

ที่มาของภาพ, Reuters
แต่ต่อมาในเวลา 22.40 น. ของวันเดียวกัน รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีใจความสำคัญในตอนต้นของประกาศว่า
"สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทย พระมหากษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง..."
ย้อนอ่านประกาศ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับเต็มได้ที่นี่ พระราชโองการ ร.10 "พระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์...ไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดใดในทางการเมืองได้"








