ประชุมสภา : 8 เรื่องน่ารู้ คู่มือรับชมการอภิปรายปมถวายสัตย์ไม่ครบ-แถลงนโยบายไม่แจงรายได้

นายกฯ

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศก่อนนายกฯ นำ ครม. เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อ 16 ก.ค. 2562
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ ในวันพุธที่ 18 ก.ย. เวลา 09.30 น. เพื่อให้สภาพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)

บีบีซีไทยสนทนากับประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ถึงการวางกลเกมการต่อสู้ในสภา รวมถึงประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา 54 วันที่ผ่านมา นับจากฝ่ายค้านเปิดประเด็น "ถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน" ครั้งแรกเมื่อ 25 ก.ค. ซึ่งกลายเป็นปัญหาคาราคาซัง-คาใจผู้คนในสังคมมาถึงปัจจุบัน

นี่คือ 8 เรื่องน่ารู้ ก่อนฝ่ายค้านเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152

ใครยื่นอภิปราย ใครถูกอภิปราย ?

ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปฯ เสนอโดย ส.ส. ฝ่ายค้าน 214 คน นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภา เป็นการเปิดอภิปราย ครม. ทั้งคณะรวม 36 คน

ยื่นญัตติ

ที่มาของภาพ, Pr Parliament

คำบรรยายภาพ, นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ครม. ต่อประธานสภา เมื่อ 15 ส.ค.

ทว่าในคำเสนอญัตติของฝ่ายค้านดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปยัง พล.อ. ประยุทธ์ ให้เป็นผู้ตอบคำถาม โดยระบุว่า "ให้นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ปัญหา..." ซึ่งพล.อ. ประยุทธ์ เคยออกมาประกาศผ่านสื่อมวลชนว่า "ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น"

หนึ่งวันก่อนถึงวันอภิปรายทั่วไปฯ พล.อ. ประยุทธ์ ได้ออกมายืนยันความพร้อมในการเข้าสภา "ก็จะไปตอบและไปรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรสักอย่าง เพราะเลยเวลาและเกินขั้นตอนที่จะตื่นเต้นมาแล้ว"

อภิปรายกันเรื่องอะไร ?

ประเด็นหลักที่ฝ่ายค้านเตรียมหยิบยกขึ้นมาอภิปรายรัฐบาลมี 2 เรื่อง เกี่ยวพันกับทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ประเด็นแรก นายกฯ นำ ครม. เข้าเฝ้าฯ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ด้วยถ้อยคำไม่ครบถ้วนถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ซึ่งกำหนดให้รัฐมนตรีกล่าวว่า "ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ" ทว่าในคลิปภาพและเสียงที่ปรากฏในข่าวพระราชสำนักเมื่อ 16 ก.ค. 2562 พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้กล่าวถ้อยคำที่ว่า "ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ" อีกทั้งยังมีถ้อยคำเกินเลยไปจากรัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มคำว่า "ตลอดไป" ในตอนท้ายของประโยค

นายกฯ รับพระราชดำรัส

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คำบรรยายภาพ, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม นำ ครม. เข้ารับพระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 27 ส.ค.

ประเด็นที่สอง การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 25-26 ก.ค. 2562 ไม่ได้ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162

อย่างไรก็ตาม นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ออกมาบอกใบ้ว่าจะมี "ประเด็นย่อยอื่น ๆ" ซึ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลที่ฝ่ายค้านมองว่าผิดกฎหมาย

หนึ่งในนั้นคือ คุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช. เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็น "ประเด็นใหม่" ที่ถูกเพิ่มเข้ามา หลังสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ขุดคุ้ยอดีตของเสนาบดีรายนี้ ทั้งกรณีพัวพันกับคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อ 26 ปีก่อน และกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็น "ดอกเตอร์เก๊"

นายสุทินกล่าวยอมรับกับบีบีซีไทยว่า กรณี ร.อ. ธรรมนัส ถือเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยนายกฯ ได้เสนอแต่งตั้งบุคคลที่ส่อว่าจะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ดังนั้นฝ่ายค้านสามารถอภิปรายกรณีนี้ประกอบกับเรื่องการถวายสัตย์ได้

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หนึ่งในทีมอภิปรายของฝ่ายค้าน ให้ความเห็นว่ากรณี ร.อ. ธรรมนัส ไม่เกี่ยวกับญัตติ จึงไม่ควรอภิปราย

ธรรมนัส

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พปชร.

คำบรรยายภาพ, ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประกาศฟ้องบุคคลและนิติบุคคลนับร้อยที่วิพากษ์วิจารณ์และทำให้เขาเสียหาย

เปิดอภิปรายที่ไหน ?

"ศึกซักฟอกย่อย" ครั้งนี้จะเกิดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภาซึ่งใช้ชื่อว่า "ห้องจันทรา" ภายในอาคารรัฐสภา ย่านเกียกกาย หรือที่เรียกว่า "สัปปายะสภาสถาน" ซึ่งแปลว่าสถานที่ประกอบแต่กรรมดี โดยพื้นฐานห้องประชุมนี้จุสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ 315 ที่นั่ง แต่มีการเสริมเก้าอี้-ไมโครโฟน-เครื่องเสียบบัตรแสดงตนเพื่อรองรับสมาชิก "สภาห้าร้อย" ไปพลางก่อน เนื่องจาก "ห้องสุริยัน" ของ ส.ส. ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งบรรดา ส.ส. ก็นั่งประชุมในห้องจันทรามาตั้งแต่ 7 ส.ค.

ห้องจันทรา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

รูปแบบการอภิปรายเป็นอย่างไร ?

ตามรัฐธรรมนูญ 2560 การเปิดอภิปรายเป็นพิธีกรรมที่กระทำได้ปีละครั้งเท่านั้น คราวนี้ถูก "จัดวางอย่างจงใจ" ให้เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของการประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป กรอบเวลาจึงถูกจำกัดไปโดยปริยายภายใต้ "เส้นตาย" ต้องปิดประชุมก่อนเที่ยงคืน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. รวมระยะเวลาไม่เกิน 14 ชม. 30 นาที

ประธานวิปฝ่ายค้านระบุว่า ส.ส. ฝ่ายค้านมีเวลาอภิปราย 10 ชม. ครม. มีเวลาชี้แจง 4 ชม. หาก ส.ส. รัฐบาลต้องการอภิปรายสนับสนุนให้อยู่ในเวลาของ ครม.

"ส.ส. รัฐบาลสามารถไปอภิปรายสนับสนุนเยินยอกันได้ภายในพรรคคุณอยู่แล้ว ไม่ต้องมาเสียเวลาของสภา" นายสุทินกล่าว

ทว่านายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาลปฏิเสธกับบีบีซีไทยว่า ไม่เคยมีข้อตกลงเรื่องกรอบเวลาในการอภิปราย และไม่เคยบอกเลยว่าจะประชุมกัน 14 ชม. "ฝ่ายค้านจะมีเวลาแค่ไหน ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่คุณนำเสนอ เพราะญัตติระบุชัดเจนว่าเป็นการซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะ ในการการอภิปรายต้องแนะนำและเสนอแนะโดยไม่มีการลงมติ ไม่ใช่ข้อแนะนำที่ติเตียนแล้วไปสู่การลงมติไม่ไว้วางใจ"

วิรัช

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พปชร.

คำบรรยายภาพ, นายวิรัช รัตนเศรษฐ (ซ้าย) เป็นประธานประชุมวิปรัฐบาล

ส่วนจะให้ฝ่ายค้าน "ซักฟอก" จนครบเป็นรายประเด็น แล้วรัฐบาลค่อยลุกขึ้นตอบแบบม้วนเดียวจบ หรือสิทธิตอบเป็นระยะ ๆ ขึ้นอยู่กับ "คำถามของฝ่ายค้าน" และ "ความสมัครใจของ ครม." ซึ่งในการเปิดอภิปรายทั่วไปฯ ทั้งแบบลงมติและไม่ลงมติ รัฐบาลชุดก่อน ๆ มักลุกขึ้นมา "เบรกเกม" ของฝ่ายค้านเป็นระยะ ๆ

ฝ่ายค้านได้วางตัว "ขุนพลฝีปากกล้า" ไว้ราว 20 คน ก่อนตัดตัวเหลือ 15 คนในเวลาต่อมา ทั้งนี้ประธานวิปรัฐบาลเปิดเผยชื่อ "ตัวหลัก" กับบีบีซีไทยบางส่วน ดังนี้

  • พรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (อภิปรายเปิด), นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน (อภิปรายปิด), น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค, นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรค, นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรค, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรค, น.ส. จิราภรณ์ สินธุไพร ส.ส. ร้อยเอ็ด
  • พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค, น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายพรรค, นายคารม พลพรกลาง ส.ส. บัญชีรายชื่อ, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส. บัญชีรายชื่อ, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. กทม.
  • นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ
  • พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย
  • นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์
ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์

ส่วนฝ่ายรัฐบาลเตรียม "ตัวช่วยหลัก" ไว้ให้นายกฯ อย่างน้อย 3 คน พร้อมสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักเลขาธิการ ครม. และสำนักงบประมาณ จัดเตรียมข้อมูลรองรับการตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านด้วย

  • นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ช่วยชี้แจงประเด็นข้อกฎหมายและประเพณีกรณีปมถวายสัตย์
  • นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ช่วยชี้แจงปมแถลงนโยบายไม่แสดงแหล่งที่มารายได้
  • นายอุตตม สาวนายน รมว. คลัง ช่วยชี้แจงปมแถลงนโยบายไม่แสดงแหล่งที่มารายได้

"จริง ๆ ไม่ต้องมีตัวช่วยเลยนะ เพราะนายกฯ มีกรอบของท่านอยู่แล้วว่า เรื่องการถวายสัตย์เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนรายละเอียดจะให้รองฯ วิษณุเป็นผู้ตอบแล้วกัน ผมคิดว่านายกฯ ตอบไม่เกิน 10 นาทีก็จบ ส่วนรองฯ วิษณุ15 นาทีก็จบ เพราะเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมืองของ ครม. ในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ ศาลจึงไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย และไม่สามารถที่องค์กรอื่น ๆ จะไปเสนอแนะวิจารณ์ได้ นี่ก็เป็นกรอบที่มีอยู่ นายกฯ ไม่สามารถตอบนอกกรอบได้" นายวิรัชระบุ

พระราชดำรัส

ที่มาของภาพ, เผยแพร่โดย สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คำบรรยายภาพ, พระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์ ในโอกาสที่ ครม. เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน

แม้มีคำยืนยันจากวิปรัฐบาลว่าไม่มีการตั้ง "ทีมองครักษ์พิทักษ์นายกฯ" แต่พวกเขาได้จัด "ทีมประท้วง" โดยมีนายวีระกร คำประกอบ ส.ส. นครสวรรค์ พปชร. เป็นหัวหน้าทีม หากเห็นว่าฝ่ายค้านอภิปรายนอกกรอบ อภิปรายซ้ำซาก

"ถ้าพูดในกรอบ ท่านก็พูดไป แต่ถ้าพูดซ้ำซาก พูดเรื่องเดิม ๆ ไม่มีเนื้อหาสาระใหม่ เอาคนที่ 1, 2, 3 ก็ซ้ำอยู่อย่างนั้น 4 คนก็พอแล้วไหม เราจะทนฟังเรื่องซ้ำ ๆ ทำไม ก็เสนอปิดเลย" นายวิรัชกล่าว

เช่นเดียวกับการอภิปรายเรื่อง ร.อ. ธรรมนัส ซึ่งถ้ามีการหยิบยกขึ้นมาพูดจริงก็ชัดเจนว่า "นอกประเด็นที่ได้ยื่นญัตติมา" แสดงว่าเรื่องที่ยื่นญัตติไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ก็เสนอปิด

นอกจากนี้รัฐบาลยังมี "ไม้ตาย" ว่าด้วยการเสนอให้ประชุมลับได้ตามข้อบังคับสภา ข้อที่ 18 ซึ่งอาศัยเสียง ครม. หรือ ส.ส. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสภา หรือ 125 คน แต่ถึงกระนั้นนายวิรัชประกาศว่า "ตัดทิ้งได้เลย" กับไม้ตายนี้ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องประชุมลับ หากมีการอภิปรายพาดพิงกระทบสถาบัน ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่ต้องรับผิดชอบเอง ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง

ถึงรายการ "ซักฟอกย่อย" จะไม่มีการลงมติ แต่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้สั่งให้ ส.ส. ทุกคนอยู่ในห้องประชุมเพื่อ "เป็นกำลังใจให้นายกฯ" และ "รักษาองค์ประชุม"

ใครคือผู้ควบคุมการประชุม ?

เนื่องจากเป็นวาระของสภาล่าง ทำให้มีประธานที่ประชุมหมุนเวียนขึ้นทำหน้าที่ได้ 3 คน ประกอบด้วย นายชวน หลีกภัย ประธานสภา จากพรรคประชาธิปัตย์, นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 สังกัด พปชร. และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 สังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

ประธานและรองประธานสภา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายสุชาติ ตันเจริญ, นายชวน หลีกภัย, นายศุภชัย โพธิ์สุ (จากซ้ายไปขวา)

ผลที่ตามมาทางกฎหมายและการเมือง ?

ด้วยเพราะการเปิดอภิปรายทั่วไปฯ ตามมาตรา 152 ไม่มีการลงมติ อย่างการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 ทำให้แกนนำ "รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ" พูดตรงกันว่า "ไม่ตกใจ" และ "ไม่รู้สึกเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้น" เพราะ "ไม่มีผลทางกฎหมาย" ทำให้รัฐบาลต้องล้มไปกลางสภา แม้ 2 แกนนำ "พรรคจิ๋ว" อย่างพรรคไทยศรีวิไลย์ และพรรคประชาธรรมไทย เพิ่งผละจากอ้อมอกรัฐบาล-ผันตัวเป็นไป "ฝ่ายค้านอิสระ" ก็ตาม

ความคาดหวังของฝ่ายค้านจึงอยู่ที่ "ผลกระทบทางการเมือง" ในกรณีที่นายกฯ ไม่สามารถชี้แจงเหตุผลที่สังคมยอมรับได้

"เรามีสิ่งเซอร์ไพรส์คนดูแน่ แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้" และ "การที่ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่เชี่ยวชาญการพูดในสภาไม่ใช่ประเด็น เพราะปัญหาถวายสัตย์ ไม่ใช่เรื่องแทคติคทางการเมือง แต่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ชัดว่านายกฯ ทำผิดรัฐธรรมนูญ" ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าว

ขณะที่ประธานวิปรัฐบาลเห็นว่าการเปิดอภิปรายทั่วไปฯ ในครั้งนี้จะทำให้ทุกฝ่าย "จบเกี่ยวกับกรณีถวายสัตย์"

ก่อนจะถึงวันนี้ อะไรคือเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในกรณีถวายสัตย์ ?

ย้อนวาทะสำคัญ ประยุทธ์ ปมถวายสัตย์ ?

  • 25 ก.ค. : "พิธีถวายสัตย์เสร็จสิ้นด้วยความเรียบร้อยแล้ว ผมจะไม่กล่าวถึงอีก"
  • 5 ส.ค. : "ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการในการถวายสัตย์ต่อหน้าพระมหากษัตริย์ ซึ่ง ณ ตรงนั้นก็เสร็จไปแล้วว่าจะต้องทำอะไรในการดูแลประชาชน ข้อความต่าง ๆ ที่พูดไปแล้วถือว่าครอบคลุมทั้งหมด และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในการดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย ที่สำคัญที่สุดเป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งพระองค์ท่านรับสั่งมาให้ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งตรงกับรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าทำเพื่อประชาชนและเพื่อประเทศ"
  • 6 ส.ค. : "เรื่องของการถวายสัตย์ ผมก็พยายามจะแก้ปัญหาอยู่ในเรื่องนี้ แต่ก็ยืนยันว่าผมก็ทำครบถ้วน แต่ก็คงต้องว่ากันต่อไปนะครับ"
  • 7 ส.ค. : "ผมขอเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว นั่นคือเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ หรืออะไรก็แล้วแต่... และต้องขอโทษบรรดารัฐมนตรีด้วย เพราะผมถือว่าผมได้ทำเต็มที่แล้ว"
  • 27 ส.ค. : "ปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานมาให้ตามที่รัฐบาลที่ผมขอพระราชทานไป ท่านก็พระราชทานกลับมา ก็เท่านั้นเอง"
  • 3 ก.ย. : "ผมกำหนดแล้วว่าพร้อมที่จะเดินทางไปชี้แจงตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. เป็นต้นไป ก็ต้องขอเวลาให้ผมได้ทำงานอื่นไปด้วย ซึ่งผมไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับใคร ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังในการพูดเรื่องต่าง ๆ ซึ่งทุกคนต้องรับผิดชอบในคำพูดของตัวเอง เพราะวันนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว"
  • 4 ก.ย. : "ผมก็ปฏิบัติตามทุกอย่าง เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของปวงชนชาวไทย แล้วใครลงพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จบแล้วใช่ไหม ปวงชนชาวไทย และพระองค์ท่านทรงรับสั่งว่าอย่างไร มีพระปฐมบรมราชโองการว่าเราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชน ใช่ไหม มันสมบูรณ์แล้ว ผมถวายสัตย์สมบูรณ์ไหม ไปบอกให้ผมหน่อย อะไรกันนักกันหนา ไม่เข้าใจ"
  • 5 ก.ย. : "ควรรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะเป็นวิญญูชน และการอภิปรายครั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นการลงมติ ซึ่งผมก็จะชี้แจงเท่าที่ชี้แจงได้ และทำอย่างไรไม่ให้ก้าวล่วงไปถึงสถาบัน ซึ่งก็เห็นบทบัญญัติอยู่แล้ว แต่ก็เป็นประเด็น..."
  • 10 ก.ย. : "ผมไม่หวั่นใครทั้งสิ้น ซึ่งจะต้องไปหวั่นอะไรในเมื่อผมทำของผม และรับผิดชอบตัวเอง"

ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในหลายวาระ