ประชุมสภา : 8 เรื่องน่ารู้ คู่มือรับชมการอภิปรายปมถวายสัตย์ไม่ครบ-แถลงนโยบายไม่แจงรายได้

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ ในวันพุธที่ 18 ก.ย. เวลา 09.30 น. เพื่อให้สภาพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)
บีบีซีไทยสนทนากับประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ถึงการวางกลเกมการต่อสู้ในสภา รวมถึงประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา 54 วันที่ผ่านมา นับจากฝ่ายค้านเปิดประเด็น "ถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน" ครั้งแรกเมื่อ 25 ก.ค. ซึ่งกลายเป็นปัญหาคาราคาซัง-คาใจผู้คนในสังคมมาถึงปัจจุบัน
นี่คือ 8 เรื่องน่ารู้ ก่อนฝ่ายค้านเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152
ใครยื่นอภิปราย ใครถูกอภิปราย ?
ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปฯ เสนอโดย ส.ส. ฝ่ายค้าน 214 คน นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภา เป็นการเปิดอภิปราย ครม. ทั้งคณะรวม 36 คน

ที่มาของภาพ, Pr Parliament
ทว่าในคำเสนอญัตติของฝ่ายค้านดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปยัง พล.อ. ประยุทธ์ ให้เป็นผู้ตอบคำถาม โดยระบุว่า "ให้นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ปัญหา..." ซึ่งพล.อ. ประยุทธ์ เคยออกมาประกาศผ่านสื่อมวลชนว่า "ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น"
หนึ่งวันก่อนถึงวันอภิปรายทั่วไปฯ พล.อ. ประยุทธ์ ได้ออกมายืนยันความพร้อมในการเข้าสภา "ก็จะไปตอบและไปรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรสักอย่าง เพราะเลยเวลาและเกินขั้นตอนที่จะตื่นเต้นมาแล้ว"
อภิปรายกันเรื่องอะไร ?
ประเด็นหลักที่ฝ่ายค้านเตรียมหยิบยกขึ้นมาอภิปรายรัฐบาลมี 2 เรื่อง เกี่ยวพันกับทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
ประเด็นแรก นายกฯ นำ ครม. เข้าเฝ้าฯ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ด้วยถ้อยคำไม่ครบถ้วนถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ซึ่งกำหนดให้รัฐมนตรีกล่าวว่า "ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ" ทว่าในคลิปภาพและเสียงที่ปรากฏในข่าวพระราชสำนักเมื่อ 16 ก.ค. 2562 พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้กล่าวถ้อยคำที่ว่า "ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ" อีกทั้งยังมีถ้อยคำเกินเลยไปจากรัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มคำว่า "ตลอดไป" ในตอนท้ายของประโยค

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ประเด็นที่สอง การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 25-26 ก.ค. 2562 ไม่ได้ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162
อย่างไรก็ตาม นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ออกมาบอกใบ้ว่าจะมี "ประเด็นย่อยอื่น ๆ" ซึ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลที่ฝ่ายค้านมองว่าผิดกฎหมาย
หนึ่งในนั้นคือ คุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช. เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็น "ประเด็นใหม่" ที่ถูกเพิ่มเข้ามา หลังสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ขุดคุ้ยอดีตของเสนาบดีรายนี้ ทั้งกรณีพัวพันกับคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อ 26 ปีก่อน และกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็น "ดอกเตอร์เก๊"
- ธรรมนัส ฝ่ายกฎหมายตีความ พ.ร.บ. ล้างมลทินไทย ล้างผิดไปถึงคำตัดสินศาลออสเตรเลีย
- ธรรมนัส แจงกลางสภา ศาลออสเตรเลีย "ยกฟ้อง" คดียาเสพติดเมื่อปี 2556
- บทความวิชาการของ ดร. ธรรมนัส มีข้อความหลายส่วนตรงกับผลงานปริญญาเอกของนักศึกษาในฟินแลนด์
- ธรรมนัส มารู้จัก "มหาวิทยาลัย" ของ “ดอกเตอร์” และวารสารที่ตีพิมพ์ "ผลงาน" ของเขา
- ธรรมนัส ค้นราชกิจจาฯ เฟ้นหาแฟ้มข่าว สาวเส้นทาง ขึ้น-ลง แกนนำสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ
นายสุทินกล่าวยอมรับกับบีบีซีไทยว่า กรณี ร.อ. ธรรมนัส ถือเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยนายกฯ ได้เสนอแต่งตั้งบุคคลที่ส่อว่าจะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ดังนั้นฝ่ายค้านสามารถอภิปรายกรณีนี้ประกอบกับเรื่องการถวายสัตย์ได้
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หนึ่งในทีมอภิปรายของฝ่ายค้าน ให้ความเห็นว่ากรณี ร.อ. ธรรมนัส ไม่เกี่ยวกับญัตติ จึงไม่ควรอภิปราย

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พปชร.
เปิดอภิปรายที่ไหน ?
"ศึกซักฟอกย่อย" ครั้งนี้จะเกิดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภาซึ่งใช้ชื่อว่า "ห้องจันทรา" ภายในอาคารรัฐสภา ย่านเกียกกาย หรือที่เรียกว่า "สัปปายะสภาสถาน" ซึ่งแปลว่าสถานที่ประกอบแต่กรรมดี โดยพื้นฐานห้องประชุมนี้จุสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ 315 ที่นั่ง แต่มีการเสริมเก้าอี้-ไมโครโฟน-เครื่องเสียบบัตรแสดงตนเพื่อรองรับสมาชิก "สภาห้าร้อย" ไปพลางก่อน เนื่องจาก "ห้องสุริยัน" ของ ส.ส. ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งบรรดา ส.ส. ก็นั่งประชุมในห้องจันทรามาตั้งแต่ 7 ส.ค.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
รูปแบบการอภิปรายเป็นอย่างไร ?
ตามรัฐธรรมนูญ 2560 การเปิดอภิปรายเป็นพิธีกรรมที่กระทำได้ปีละครั้งเท่านั้น คราวนี้ถูก "จัดวางอย่างจงใจ" ให้เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของการประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป กรอบเวลาจึงถูกจำกัดไปโดยปริยายภายใต้ "เส้นตาย" ต้องปิดประชุมก่อนเที่ยงคืน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. รวมระยะเวลาไม่เกิน 14 ชม. 30 นาที
ประธานวิปฝ่ายค้านระบุว่า ส.ส. ฝ่ายค้านมีเวลาอภิปราย 10 ชม. ครม. มีเวลาชี้แจง 4 ชม. หาก ส.ส. รัฐบาลต้องการอภิปรายสนับสนุนให้อยู่ในเวลาของ ครม.
"ส.ส. รัฐบาลสามารถไปอภิปรายสนับสนุนเยินยอกันได้ภายในพรรคคุณอยู่แล้ว ไม่ต้องมาเสียเวลาของสภา" นายสุทินกล่าว
ทว่านายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาลปฏิเสธกับบีบีซีไทยว่า ไม่เคยมีข้อตกลงเรื่องกรอบเวลาในการอภิปราย และไม่เคยบอกเลยว่าจะประชุมกัน 14 ชม. "ฝ่ายค้านจะมีเวลาแค่ไหน ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่คุณนำเสนอ เพราะญัตติระบุชัดเจนว่าเป็นการซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะ ในการการอภิปรายต้องแนะนำและเสนอแนะโดยไม่มีการลงมติ ไม่ใช่ข้อแนะนำที่ติเตียนแล้วไปสู่การลงมติไม่ไว้วางใจ"

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พปชร.
ส่วนจะให้ฝ่ายค้าน "ซักฟอก" จนครบเป็นรายประเด็น แล้วรัฐบาลค่อยลุกขึ้นตอบแบบม้วนเดียวจบ หรือสิทธิตอบเป็นระยะ ๆ ขึ้นอยู่กับ "คำถามของฝ่ายค้าน" และ "ความสมัครใจของ ครม." ซึ่งในการเปิดอภิปรายทั่วไปฯ ทั้งแบบลงมติและไม่ลงมติ รัฐบาลชุดก่อน ๆ มักลุกขึ้นมา "เบรกเกม" ของฝ่ายค้านเป็นระยะ ๆ
ฝ่ายค้านได้วางตัว "ขุนพลฝีปากกล้า" ไว้ราว 20 คน ก่อนตัดตัวเหลือ 15 คนในเวลาต่อมา ทั้งนี้ประธานวิปรัฐบาลเปิดเผยชื่อ "ตัวหลัก" กับบีบีซีไทยบางส่วน ดังนี้
- พรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (อภิปรายเปิด), นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน (อภิปรายปิด), น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค, นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรค, นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรค, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรค, น.ส. จิราภรณ์ สินธุไพร ส.ส. ร้อยเอ็ด
- พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค, น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายพรรค, นายคารม พลพรกลาง ส.ส. บัญชีรายชื่อ, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส. บัญชีรายชื่อ, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. กทม.
- นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ
- พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย
- นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด YouTube โพสต์
ส่วนฝ่ายรัฐบาลเตรียม "ตัวช่วยหลัก" ไว้ให้นายกฯ อย่างน้อย 3 คน พร้อมสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักเลขาธิการ ครม. และสำนักงบประมาณ จัดเตรียมข้อมูลรองรับการตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านด้วย
- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ช่วยชี้แจงประเด็นข้อกฎหมายและประเพณีกรณีปมถวายสัตย์
- นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ช่วยชี้แจงปมแถลงนโยบายไม่แสดงแหล่งที่มารายได้
- นายอุตตม สาวนายน รมว. คลัง ช่วยชี้แจงปมแถลงนโยบายไม่แสดงแหล่งที่มารายได้
"จริง ๆ ไม่ต้องมีตัวช่วยเลยนะ เพราะนายกฯ มีกรอบของท่านอยู่แล้วว่า เรื่องการถวายสัตย์เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนรายละเอียดจะให้รองฯ วิษณุเป็นผู้ตอบแล้วกัน ผมคิดว่านายกฯ ตอบไม่เกิน 10 นาทีก็จบ ส่วนรองฯ วิษณุ15 นาทีก็จบ เพราะเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมืองของ ครม. ในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ ศาลจึงไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย และไม่สามารถที่องค์กรอื่น ๆ จะไปเสนอแนะวิจารณ์ได้ นี่ก็เป็นกรอบที่มีอยู่ นายกฯ ไม่สามารถตอบนอกกรอบได้" นายวิรัชระบุ

ที่มาของภาพ, เผยแพร่โดย สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
แม้มีคำยืนยันจากวิปรัฐบาลว่าไม่มีการตั้ง "ทีมองครักษ์พิทักษ์นายกฯ" แต่พวกเขาได้จัด "ทีมประท้วง" โดยมีนายวีระกร คำประกอบ ส.ส. นครสวรรค์ พปชร. เป็นหัวหน้าทีม หากเห็นว่าฝ่ายค้านอภิปรายนอกกรอบ อภิปรายซ้ำซาก
"ถ้าพูดในกรอบ ท่านก็พูดไป แต่ถ้าพูดซ้ำซาก พูดเรื่องเดิม ๆ ไม่มีเนื้อหาสาระใหม่ เอาคนที่ 1, 2, 3 ก็ซ้ำอยู่อย่างนั้น 4 คนก็พอแล้วไหม เราจะทนฟังเรื่องซ้ำ ๆ ทำไม ก็เสนอปิดเลย" นายวิรัชกล่าว
เช่นเดียวกับการอภิปรายเรื่อง ร.อ. ธรรมนัส ซึ่งถ้ามีการหยิบยกขึ้นมาพูดจริงก็ชัดเจนว่า "นอกประเด็นที่ได้ยื่นญัตติมา" แสดงว่าเรื่องที่ยื่นญัตติไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ก็เสนอปิด
นอกจากนี้รัฐบาลยังมี "ไม้ตาย" ว่าด้วยการเสนอให้ประชุมลับได้ตามข้อบังคับสภา ข้อที่ 18 ซึ่งอาศัยเสียง ครม. หรือ ส.ส. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของสภา หรือ 125 คน แต่ถึงกระนั้นนายวิรัชประกาศว่า "ตัดทิ้งได้เลย" กับไม้ตายนี้ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องประชุมลับ หากมีการอภิปรายพาดพิงกระทบสถาบัน ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่ต้องรับผิดชอบเอง ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง
ถึงรายการ "ซักฟอกย่อย" จะไม่มีการลงมติ แต่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้สั่งให้ ส.ส. ทุกคนอยู่ในห้องประชุมเพื่อ "เป็นกำลังใจให้นายกฯ" และ "รักษาองค์ประชุม"
ใครคือผู้ควบคุมการประชุม ?
เนื่องจากเป็นวาระของสภาล่าง ทำให้มีประธานที่ประชุมหมุนเวียนขึ้นทำหน้าที่ได้ 3 คน ประกอบด้วย นายชวน หลีกภัย ประธานสภา จากพรรคประชาธิปัตย์, นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 สังกัด พปชร. และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 สังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ผลที่ตามมาทางกฎหมายและการเมือง ?
ด้วยเพราะการเปิดอภิปรายทั่วไปฯ ตามมาตรา 152 ไม่มีการลงมติ อย่างการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 ทำให้แกนนำ "รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ" พูดตรงกันว่า "ไม่ตกใจ" และ "ไม่รู้สึกเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้น" เพราะ "ไม่มีผลทางกฎหมาย" ทำให้รัฐบาลต้องล้มไปกลางสภา แม้ 2 แกนนำ "พรรคจิ๋ว" อย่างพรรคไทยศรีวิไลย์ และพรรคประชาธรรมไทย เพิ่งผละจากอ้อมอกรัฐบาล-ผันตัวเป็นไป "ฝ่ายค้านอิสระ" ก็ตาม
ความคาดหวังของฝ่ายค้านจึงอยู่ที่ "ผลกระทบทางการเมือง" ในกรณีที่นายกฯ ไม่สามารถชี้แจงเหตุผลที่สังคมยอมรับได้
"เรามีสิ่งเซอร์ไพรส์คนดูแน่ แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้" และ "การที่ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่เชี่ยวชาญการพูดในสภาไม่ใช่ประเด็น เพราะปัญหาถวายสัตย์ ไม่ใช่เรื่องแทคติคทางการเมือง แต่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ชัดว่านายกฯ ทำผิดรัฐธรรมนูญ" ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าว
ขณะที่ประธานวิปรัฐบาลเห็นว่าการเปิดอภิปรายทั่วไปฯ ในครั้งนี้จะทำให้ทุกฝ่าย "จบเกี่ยวกับกรณีถวายสัตย์"
ก่อนจะถึงวันนี้ อะไรคือเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในกรณีถวายสัตย์ ?
ย้อนวาทะสำคัญ ประยุทธ์ ปมถวายสัตย์ ?
- 25 ก.ค. : "พิธีถวายสัตย์เสร็จสิ้นด้วยความเรียบร้อยแล้ว ผมจะไม่กล่าวถึงอีก"
- 5 ส.ค. : "ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการในการถวายสัตย์ต่อหน้าพระมหากษัตริย์ ซึ่ง ณ ตรงนั้นก็เสร็จไปแล้วว่าจะต้องทำอะไรในการดูแลประชาชน ข้อความต่าง ๆ ที่พูดไปแล้วถือว่าครอบคลุมทั้งหมด และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในการดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย ที่สำคัญที่สุดเป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งพระองค์ท่านรับสั่งมาให้ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งตรงกับรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าทำเพื่อประชาชนและเพื่อประเทศ"
- 6 ส.ค. : "เรื่องของการถวายสัตย์ ผมก็พยายามจะแก้ปัญหาอยู่ในเรื่องนี้ แต่ก็ยืนยันว่าผมก็ทำครบถ้วน แต่ก็คงต้องว่ากันต่อไปนะครับ"
- 7 ส.ค. : "ผมขอเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว นั่นคือเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ หรืออะไรก็แล้วแต่... และต้องขอโทษบรรดารัฐมนตรีด้วย เพราะผมถือว่าผมได้ทำเต็มที่แล้ว"
- 27 ส.ค. : "ปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานมาให้ตามที่รัฐบาลที่ผมขอพระราชทานไป ท่านก็พระราชทานกลับมา ก็เท่านั้นเอง"
- 3 ก.ย. : "ผมกำหนดแล้วว่าพร้อมที่จะเดินทางไปชี้แจงตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. เป็นต้นไป ก็ต้องขอเวลาให้ผมได้ทำงานอื่นไปด้วย ซึ่งผมไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับใคร ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังในการพูดเรื่องต่าง ๆ ซึ่งทุกคนต้องรับผิดชอบในคำพูดของตัวเอง เพราะวันนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว"
- 4 ก.ย. : "ผมก็ปฏิบัติตามทุกอย่าง เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของปวงชนชาวไทย แล้วใครลงพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จบแล้วใช่ไหม ปวงชนชาวไทย และพระองค์ท่านทรงรับสั่งว่าอย่างไร มีพระปฐมบรมราชโองการว่าเราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชน ใช่ไหม มันสมบูรณ์แล้ว ผมถวายสัตย์สมบูรณ์ไหม ไปบอกให้ผมหน่อย อะไรกันนักกันหนา ไม่เข้าใจ"
- 5 ก.ย. : "ควรรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะเป็นวิญญูชน และการอภิปรายครั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นการลงมติ ซึ่งผมก็จะชี้แจงเท่าที่ชี้แจงได้ และทำอย่างไรไม่ให้ก้าวล่วงไปถึงสถาบัน ซึ่งก็เห็นบทบัญญัติอยู่แล้ว แต่ก็เป็นประเด็น..."
- 10 ก.ย. : "ผมไม่หวั่นใครทั้งสิ้น ซึ่งจะต้องไปหวั่นอะไรในเมื่อผมทำของผม และรับผิดชอบตัวเอง"
ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในหลายวาระ









