ธรรมนัส : ฝ่ายกฎหมายตีความ พ.ร.บ. ล้างมลทินไทย ล้างผิดไปถึงคำตัดสินศาลออสเตรเลีย

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ
แม้แผนการเปิดแถลงข่าวชี้แจงข้อกฎหมายจากปมปัญหาเรื่องคุณสมบัติและวุฒิการศึกษาของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช. เกษตรและสหกรณ์ จะถูกพับไป แต่ทีมกฎหมายของเขาได้ร่อนเอกสารถึงสื่อมวลชนยืนยันว่ารัฐมนตรีวัย 54 ปี ไม่ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. และรัฐมนตรี
บีบีซีไทยได้รับเอกสารที่ใช้ชื่อว่า "ข้อมูล ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า.." จากคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของ ร.อ. ธรรมนัส ซึ่งมีเนื้อหา 4 หน้า ประกอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายรวม 10 ข้อใหญ่ และ 5 ข้อย่อย รายละเอียดส่วนใหญ่ไม่มีอะไรต่างจากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะเมื่อสัปดาห์ก่อน
ที่น่าสนใจคือ การยอมรับว่า ร.อ. ธรรมนัส เคยถูกให้ออกจากราชการสังกัดกองบัญชาการทหารสูงสุด (บก.สส.) เมื่อคราวเป็น "ร.ท. พชร พรหมเผ่า" และถูก "ถอดยศทหาร" แต่ได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ล้างมลทินปี 2539 และ 2550 ซึ่งเนื้อหาของกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ระบุตอนหนึ่งว่า "ให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้น ๆ" คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของ ร.อ. ธรรมนัส จึงตีความว่า พ.ร.บ. ล้างมลทินทั้ง 2 ฉบับ ทำให้เกิดผล 5 ประการ ดังนี้
- ร.ท. พชร (ชื่อขณะต้องโทษ) ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย และไม่เคยถูกลงทัณฑ์ทางวินัยคดีขาดราชการ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 9 มิ.ย. 2539
- ร.อ. ธรรมนัส ไม่เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ในกรณีที่ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธ.ค. 2550
- ร.อ. ธรรมนัส เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย และไม่เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดตามคำพิพากษาศาล และไม่เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัย ทำให้มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนในการลงสมัคร ส.ส. และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
- ปี 2557 พรรคเพื่อไทยได้พิจารณาส่ง ร.อ. ธรรมนัส ลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรค
- ปี 2562 ร.อ. ธรรมนัส ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. เขต 1 จ. พะเยา ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ด้วยคะแนนเสียง 52,417 คะแนน "เป็นคะแนนที่สูงมากเมื่อเทียบกับเขตการเลือกตั้งทั่วประเทศไทย ร.อ. ธรรมนัส จึงเป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน ในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในปัจจุบันด้วย"

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ
ร.อ. ธรรมนัส ระบุเมื่อวานนี้ (15 ก.ย.) ว่าได้ตั้ง "ทีมวอร์รูมกฎหมาย" เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ทำให้เขาเสียหายจากเรื่องคุณสมบัติและวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก โดยมี พล.ต.อ. ยงยุทธ เทพจำนงค์ และ พล.ต.ต. วรยุทธ อินทรสุวรรณ ร่วมทีม
ครั้งแรกมีการนัดหมายสื่อมวลชนว่าจะเปิดแถลงข่าวที่ห้องประชุมชั้น 25 อาคารทีพีแอนด์ที วิภาวดีรังสิต เวลา 14.30 น. วันที่ 16 ก.ย. ก่อนแจ้งยกเลิกในวันเดียวกัน
แจงเหตุตีความ พ.ร.บ. ล้างมลทิน ช่วยล้างผิดคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย
พล.ต.ต. วรยุทธ กล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ อธิบายการตีความว่าเหตุใด พ.ร.บ. ล้างมลทิน ถึงครอบคลุมไปยังผลการตัดสินคดีของศาลออสเตรเลีย โดยกล่าวว่า ในคดียาเสพติดจะมีมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ระบุว่า คนไทยที่ตกเป็นผู้กระทำผิดในคดียาเสพติดนอกราชอาณาจักร ถ้าถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ ถูกศาลพิพากษาและพ้นโทษแล้ว ไม่ให้ลงโทษผู้นั้นในไทยอีก ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา (ป. อาญา) มาตรา 10 วรรคหนึ่ง (2)

ที่มาของภาพ, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.อ. ธรรมนัส ชี้แจงว่าไม่เคยเป็นผู้ต้องขังตามคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย แต่เป็นกระบวนการ plea bargain ทำไมจึงเข้าเงื่อนไขตาม ป. อาญา ได้ พล.ต.ต. วรยุทธ บอกว่า "เราก็ต้องดูรายละเอียด มันไปได้ ก็จะได้เลิกถามกันเสียทีเรื่อง plea bargain"
ก่อนหน้านี้ รศ. อานนท์ มาเม้า อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายแพ่งและศูนย์กฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นผ่านบทความเผยแพร่ในเว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา เมื่อ 10 ก.ย. โดยระบุว่ากรณี ร.อ. ธรรมนัสไม่มีปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับลักษณะต้องห้าม จึงไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย แต่มีปัญหาเรื่องความไม่เหมาะสมหรือเหมาะสม ซึ่งเป็นปัญหาการเมือง
บทความของ รศ. อานนท์ ระบุว่า "คำว่า 'ถูกศาลพิพากษาหรือกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด' ในรัฐธรรมนูญนั้นหมายถึงคำพิพากษาศาลไทยและการทำผิดกฎหมายไทย ที่ตีความเช่นนี้ เพราะเป็นไปตามหลักอธิปไตยของรัฐ ที่จะไม่รับรู้หรือยอมรับผลทางกฎหมายของอำนาจรัฐอื่นโดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะเปิดช่องเอง เช่น เขียนโดยตรงถึงคำว่า คำพิพากษาของศาลในต่างประเทศ อาทิ ป.อ. (ประมวลปฎหมายอาญา) มาตรา 10"
เช่นเดียวกับความเห็นของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผู้ออกมาการันตีเมื่อ 10 ก.ค. ว่า ร.อ. ธรรมนัส ไม่ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี โดยระบุว่า ในอดีตเคยมี ส.ส. ต้องคำพิพากษาในต่างประเทศกรณีขนยาเสพติดเข้าฮ่องกง ตรงนั้นไม่มีผลกระทบอะไรในส่วนของไทย แต่จะกระทบเรื่องชื่อเสียงเกียรติยศ และอะไรหลายอย่าง อาจจะเป็นข้อห้ามอีกแบบหนึ่ง แต่จะเอาข้อหานั้นตรง ๆ มาใช้ไม่ได้ "แม้ข้อหาอาจจะตรงกัน แต่ศาลไทยไม่ได้เป็นผู้ตัดสิน"

ที่มาของภาพ, STR/BBC Thai
วันนี้ (16 ก.ย.) นายวิษณุ ถูกสื่อมวลชนถามอีกครั้งเกี่ยวกับผลของ พ.ร.บ. ล้างมลทิน แต่เขาโยนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจง เพราะมีอำนาจต้องตรวจสอบคุณสมบัติ แต่ในชั้นการตั้ง ครม. ไม่ได้ตรวจสอบในส่วนนี้เช่นกัน
ขณะที่การตรวจสอบวุฒิการศึกษาของ ร.อ. ธรรมนัส หลังถูกกล่าวหาว่าเป็น "ดอกเตอร์เก๊" นั้น รองนายกฯ ย้ำคำเดิมว่า ตอนสมัคร ส.ส. ไม่ได้มีการตรวจสอบวุฒิการศึกษา เพราะไม่ได้กำหนดวุฒิเอาไว้ และตอนเป็นรัฐมนตรีก็จะตรวจสอบเฉพาะวุฒิปริญญาตรี หากจบปริญญาตรีก็ถือว่าคุณสมบัติครบสามารถเป็นรัฐมนตรีได้ ส่วนปริญญาโทและปริญญาเอกจะจบหรือไม่ ถือเป็นสิทธิของบุคคลนั้น แต่หากไม่จบแล้วไปแสดงว่าจบโดยแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ ถือเป็นเรื่องของจริยธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องตรวจสอบกันต่อไป หากพบว่าผิดจริยธรรมก็สามารถปรับออกได้
ล้มแถลงข่าวเพื่อกั๊กข้อมูลไว้ตอบฝ่ายค้าน คาดถูกอภิปรายพ่วง 18 ก.ย.
เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรอบด้านที่เกิดจาก "ข้อมูลใหม่" ที่สื่อมวลชนนำมาเสนอต่อสาธารณะ ทำให้ ร.อ. ธรรมนัส สั่งให้ทีมกฎหมายฟ้องดำเนินคดีกับบุคคลหรือนิติบุคคลในความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งเขาอ้างว่ามีนับ 100 คนนั้น แต่ พล.ต.ต. วรยุทธ ปฏิเสธจะให้ข้อมูลในส่วนนี้ โดยบอกเพียงว่า "ขอเวลาคุยกับฝ่ายกฎหมายโดยตรงของ ร.อ. ธรรมนัส ก่อน"
เขายังชี้แจงเหตุผลที่ต้องยกเลิกการเปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า เป็นเพราะ ร.อ. ธรรมนัส ติดภารกิจ เมื่อจะมีการชี้แจงเจ้าตัวก็อยากจะร่วมด้วยเพื่อตอบข้อซักถามต่าง ๆ ของสื่อมวลชน อีกทั้งทีมวอร์รูมกฎหมายประเมินกันว่าฝ่ายค้านอาจหยิบยกกรณีของ ร.อ. ธรรมนัส ไปพาดพิงในสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ วันที่ 18 ก.ย. นี้ ก็ต้องเก็บข้อมูลไว้ก่อน เลยขอเลื่อนการแถลงข่าวออกไปก่อน
พบทีมกฎหมายผู้กองฯ ล้วนเป็น "บิ๊กพรรคประชานิยม" ทั้งนั้น
บีบีซีไทยพบว่า บุคคล 3 คนที่เข้ามาเป็นผู้ประสานงานและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของ ร.อ. ธรรมนัส ล้วนเป็นผู้บริหารพรรคประชานิยม ซึ่งเป็น 1 ใน 11 "พรรคจิ๋ว" ที่เข้าร่วมรัฐบาล และประกาศสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
พล.ต.อ. ยงยุทธ เทพจำนงค์ เป็นหัวหน้าพรรค พล.ต.ต. วรยุทธ อินทรสุวรรณ เป็นเลขาธิการพรรค และนายศิริชัย ลักษณโกเศศ ซึ่งถูกระบุว่าเป็น "ผู้ประสานงานในการจัดแถลงข่าว" ตามเอกสารที่ถูกแจกจ่ายถึงสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ก็เป็นรองหัวหน้าพรรคประชานิยม
พล.ต.ต. วรยุทธ ชี้แจงสาเหตุที่มาช่วยเป็นคณะทำงานของ ร.อ. ธรรมนัส ว่า "เราเห็นว่าเราไปร่วมรัฐบาลกันอยู่แล้ว ก็ไปร่วมกับทีมงานตำรวจอะไรต่าง ๆ ที่รู้ข้อกฎหมาย ก็เลยไปช่วยกันดูข้อกฎหมาย ท่านก็เป็นคนรู้จักกันกับเรา"
ส่วนปมปัญหาจากการเข้าไปพัวพันกับคดียาเสพติดและปัญหาวุฒิการศึกษา "ดอกเตอร์เก๊" ถูกมองว่าเป็น "เผือกร้อน" ในมือ ร.อ. ธรรมนัส ทำไมพรรคประชานิยมถึงยื่นมือไปรับความร้อนร่วมกับ รมช. เกษตรฯ นั้น เลขาธิการพรรคตอบว่า "คงไม่ถึงขนาดนั้น ก็เป็นแค่เฉพาะกิจ เป็นภาระแค่ตรงนี้ มาช่วยคนรู้จักกัน คงไม่ได้เป็นเรื่องไปรับเผือกร้อนร่วมกัน"
เทียบคำอธิบายทีมธรรมนัส VS ข้อเท็จจริงจากสื่อ
ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากเอกสาร "ข้อมูล ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า.." เทียบกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อสาธารณะก่อนหน้านี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในรายงานข่าวของบีบีซีไทย









