บอริส จอห์นสัน : "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เล่าเรื่องเพื่อนสนิทที่ใกล้พ้นตำแหน่งผู้นำอังกฤษ

    • Author, กุลธิดา สามะพุทธิ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ บอริส จอห์นสัน เป็นเพื่อนกันมากว่า 40 ปี อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยเมื่อปี 2551 หลังจากนั้น 11 ปี ถึงคราวบอริสได้เป็นนายกฯ อังกฤษบ้าง ก่อนที่จอห์นสันจะประกาศลาออก หลังทนแรงกดดันจากคนในพรรคไม่ไหว ทำให้เพื่อนรัก อภิสิทธิ์-บอริส ดำรงตำแหน่งไม่ครบวาระกันทั้งคู่

ตอนที่ จอห์นสันขึ้นรับตำแหน่ง "นายกฯ รุ่นพี่" อย่างอภิสิทธิ์ปฏิเสธที่จะให้คำแนะนำกับเพื่อน เพราะ "ผมเชื่อว่าเขามีความสามารถ มีแบบฉบับเฉพาะตัวของเขาอยู่แล้ว"

วานนี้ 7 ก.ค. 2565 นายบอริส จอห์นสัน ยอมลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ หลังถูกสมาชิกพรรคกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เขายังคงจะเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษต่อไปจนว่าจะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ในเดือน ต.ค.นี้

นายจอห์นสันได้แต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่หลายคนทดแทนคนที่ลาออกและถูกปลดออก เช่น นายเกร็ก คลาร์ก ขึ้นมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเคหะและชุมชนแทนนายไมเคิล โกฟ, นายคิต มอลต์เฮาส์ ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีดูแลกิจการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, นายเจมส์ คลีเวอร์ลี ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ นับเป็นรัฐมนตรีช่วยฯ คนที่สามของกระทรวงในรอบสามวัน

การลาออกของนายจอห์นสันมีขึ้น 2 วัน หลังจากนายซาจิด จาวิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายริชี สุนัค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลาออกจากตำแหน่ง

ในจดหมายลาออก นายสุนัคและนายจาวิดระบุถึงความน่าเชื่อถือของนายจอห์นสันในฐานะผู้นำ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วันรัฐบาลของนายจอห์นสันเพิ่งเผชิญกับข่าวฉาวล่าสุดเมื่อนายคริส พินเชอร์ ได้ลาออกจากตำแหน่งรองประธานวิปรัฐบาล ที่คอยดูแลเรื่องระเบียบวินัยของพรรค เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเขาลวนลามชาย 2 คน ที่คลับส่วนบุคคล แต่นายพินเชอร์ปฏิเสธข้อกล่าวหา

บีบีซีไทยขอพาไปย้อนฟังบทสัมภาษณ์ของอภิสิทธิ์ในวันแรกที่เพื่อนของเขารับตำแหน่งผู้นำอังกฤษ โดยเล่าถึงมิตรภาพระหว่างเขากับบอริส และสิ่งที่คิดว่านายกฯ คนใหม่จะต้องเจอหลังจากนี้

อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ฝากแสดงความยินดีถึงเพื่อน

"Congratulations. Now you've reached the point where you always wanted to be. I wish you every success in what you will do for your country and for the world." --ขอแสดงความยินดีที่ได้มาถึงเป้าหมายที่คุณใฝ่ถึงอยู่เสมอ ผมขอให้คุณประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณทำ ทั้งเพื่อประเทศของคุณ และเพื่อโลกของเรา

ความทรงจำดี ๆ ที่อีตันและออกซ์ฟอร์ด

อภิสิทธิ์กับบอริสรู้จักกันเมื่อปี 2519 ตอนที่ทั้งคู่เข้าเรียนที่วิทยาลัยอีตัน ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมชายล้วนชื่อดังของอังกฤษ และเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นมา ช่วงปี 2526 หลังเรียนจบชั้นมัธยม บอริสมาพักอยู่ที่บ้านของอภิสิทธิ์ในกรุงเทพฯ นาน 3 สัปดาห์ ก่อนจะเดินทางท่องเที่ยวต่อไปยังออสเตรเลีย

หลังจบจากอีตัน ทั้งคู่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันอีก คือ ออกซ์ฟอร์ด เมื่อเรียนจบและแยกย้ายกันไปทำงานก็เริ่มห่างกันไป แต่ยังติดต่อกันเป็นระยะ ๆ

ช่วงที่บอริสได้เป็นนายกเทศมนตรีของลอนดอน อภิสิทธิ์เคยไปเยี่ยมเขาที่สำนักงานครั้งหนึ่ง และเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่บอริสมาเมืองไทยในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ ทั้งสองคนก็ได้เจอกันอีกครั้ง

"ตอนนั้นเขาเดินทางมาเรื่องของปัญหาโรฮิงญา ก็ได้พูดคุยกันเรื่องนี้ เขาพบว่ามีอุปสรรคพอสมควรในการโน้มน้าวและสื่อสารกับทางเมียนมา ตอนนั้นผมก็แนะนำไปว่า ประเทศทั้งหลายที่มีความห่วงใยเรื่องโรฮิงญาน่าที่จะทำงานร่วมกับอาเซียน เพราะว่าอาเซียนมีวิธีการพูดจากับประเทศสมาชิก แต่หลังจากกลับไปไม่นานเขาก็ลาออกจากตำแหน่ง"

ก่อนจากกันวันนั้น อภิสิทธิ์แซวบอริสว่า "ตกลงจะเป็นนายกฯ หรือเปล่า" บอริสบอกเพื่อนอย่างมั่นใจว่า "เป็นแน่" พร้อมกับพูดติดตลกว่า เขาตามหลังอภิสิทธิ์ที่เป็นนายกฯ ล่วงหน้าไปก่อนแล้วตั้ง 10 ปี

บอริสในสายตาอภิสิทธิ์

"เขาเป็นคนฉลาด เป็นที่ยอมรับในหมู่เพื่อนฝูงและแน่นอน โดยรูปร่าง หน้าตา ทรงผม วิธีการพูดจาก็อาจจะไม่เหมือนคนอื่น มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองค่อนข้างมาก มีอารมณ์ขัน แล้วก็เป็นที่รักใคร่ชอบพอของเพื่อนฝูง"

อภิสิทธิ์ออกตัวว่าเขากับบอริส "รู้จักคุ้นเคยกันในระดับหนึ่ง" แต่ก็อดประทับใจไม่ได้ที่บอริสจำเขาได้ดีเสมอ จำได้แม้กระทั่งตัวสะกดชื่อ-นามสกุล

"ตอนที่บอริสเปิดตัวหนังสือที่เขาเขียน มีคนไทยไปขอให้เขาเซ็นชื่อในหนังสือมาฝากผม พอจะบอกตัวสะกดชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอริสรีบบอกว่า ไม่ต้อง ๆ เขาจำได้"

ทิศทางของอังกฤษภายใต้การบริหารงานของบอริส

"ผมมองว่าการเข้ามาทำงานในจังหวะนี้ต้องเจอกับงานที่ยากที่สุดงานหนึ่ง เพราะว่าการแก้ปัญหาเรื่องเบร็กซิทให้ลุล่วงมันเป็นสิ่งที่ยากมาก ยากทั้งในแง่ของเนื้อหาสาระและยากในแง่การเมืองด้วย เพราะว่าไม่ว่าจะเดินทางไหนก็ต้องมีคนเกือบหรือกว่าครึ่งประเทศไม่พอใจ"

อภิสิทธิ์คาดหวังว่า อังกฤษภายใต้การนำของเพื่อนอย่างบอริส จะให้ความสำคัญกับไทยและภูมิภาคอาเซียน

"ถ้าสมมติว่าเดินหน้าเบร็กซิทจนจบจริง อังกฤษก็มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งสร้างข้อตกลงทางการค้าการลงทุนกับประเทศอื่น ๆ นอกยุโรปมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นเราก็คาดหวังว่าเขาจะให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้และประเทศไทยด้วย"

บอริสสไตล์

หลายคนสนใจและล้อเรื่อง "ทรงผม" ของบอริส แต่สำหรับอภิสิทธิ์ ผมทรงนี้เป็นสิ่งที่เพื่อน ๆ ต่างคุ้นชิน

"ทรงผมเขาก็เป็นอย่างนี้ล่ะครับ ผมไม่แน่ใจว่ามันมีทรงหรือเปล่า แต่มันก็ทำให้เขาเป็นคนที่มีเอกลักษณ์ เขาเป็นคนเรียนเก่ง เป็นนักเรียนทุน แต่เขามีภาพลักษณ์ที่ต่างจากนักเรียนทุนคนอื่นที่มักจะเรียบร้อย เขาหัวยุ่งอยู่ตลอดเวลา วิธีการพูดจาก็ไม่เหมือนใคร รูปร่างก็เหมาะกับการเป็นนักรักบี้"

อภิสิทธิ์บอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในยุคนี้ที่คนบุคลิกอย่างบอริสจะมาเป็นผู้นำ

"ในยุคนี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เท่าไหร่แล้วที่ภาพลักษณ์ของผู้นำจะเป็นแบบนี้ ผู้นำในหลายประเทศก็เลิกภาพลักษณ์แบบเดิม ๆ ไปพอสมควร และด้วยบุคลิกเช่นนี้เองที่ทำให้เขาเป็นนักการเมืองในพรรคอนุรักษ์นิยมที่ได้รับความนิยมหรือคะแนนเสียงจากพรรคอื่นได้ด้วย" อภิสิทธิ์ทิ้งท้าย

แต่สิ่งที่อภิสิทธิ์คงไม่คาดคิด คือ การที่เพื่อนของเขา นายจอห์นสันจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เป็นผู้นำได้ไม่ครบวาระเหมือนกัน

อภิสิทธิ์ ดำรงตำแหน่ง 2 ปี กับ 231 วัน ก่อนประกาศยุบสภาในปี 2554 จากแรงกดดันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น ส่วนบอริส จอห์นสัน ดำรงตำแหน่งวันที่ 24 ก.ค. 2562 จนถึงวันที่ประกาศลาออก เขาดำรงตำแหน่งได้ 2 ปี 11 เดือน จากปมข่าวฉาวมากมายที่เกิดขึ้น