อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แถลงลาออกจากการเป็น ส.ส.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งทำหน้าที่มายาวนานถึง 27 ปี หลังพรรคต้นสังกัดมีมติสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

"จะให้ผมเดินเข้าไปแล้วออกเสียงว่าผมสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมก็ทำไม่ได้ เพราะยิ่งใหญ่กว่ามติพรรคเสียอีก คือสัญญาประชาคมที่ผมให้ไว้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ" นายอภิสิทธิ์เปิดแถลงข่าวในเวลา 1 ชม. ก่อนถึงเวลานัดหมายประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี

เขาย้ำจุดยืนไม่สนับสนุนให้ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ หลังจากการเลือกตั้ง ตามที่เคยหาเสียงเอาไว้ พร้อมขอบคุณประชาชนเกือบ 4 ล้านคนที่ให้การสนับสนุนจุดยืนของเขาและ ปชป. โดยสำนึกในบุญคุณของคนเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา

ถึงวันนี้เขาบอกว่ายังยึดมั่นในจุดยืนเดิม และเห็นว่าการ "สืบทอดอำนาจ" ไม่ใช่เรื่องของวาทกรรม แต่คือความเป็นจริง และเป็นความเป็นจริงที่ไม่แตกต่างจากพฤติกรรมหลายอย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2548 ในวันที่ตัวเขาได้ยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งที่เรียกว่า "ระบอบทักษิณ" ซึ่งมีพฤติกรรมหลายอย่างเหมือนกัน

"ถ้าท่านนึกไม่ออก ผมขอแนะนำให้ท่านไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งของ จอร์จ ออร์เวลล์ ที่ชื่อว่า 'แอนนิมอล ฟาร์ม' และท่านจะได้ซาบซึ้งแล้วเข้าใจว่าพฤติการณ์ของการต่อสู้ ต่อต้านกับบางสิ่งบางอย่าง แต่เมื่อได้อำนาจมาแล้วกลับกระทำเสมือนกันทุกประการนั้นเป็นอย่างไร" อดีตหัวหน้า ปชป. กล่าว

สิ่งที่ อภิสิทธิ์ เห็นในช่วงเลือกตั้ง

  • การใช้อำนาจรัฐ เงิน เพื่อให้ได้คะแนนเสียงโดยมิชอบ
  • พฤติการณ์การสรรหา ส.ว.
  • พฤติการณ์แทรกซึมสื่อมวลชนบางแขนง
  • พฤติกรรมที่ส่งผลให้องค์กรอิสระไม่สามารถตรวจสอบ คัดค้าน ตามกติกาได้

ที่มา : สรุปจากคำแถลงลาออกจากการเป็น ส.ส. ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อ 5 มิ.ย.

วานนี้ (4 มิ.ย.) ปชป. มีมติ 61 ต่อ 16 เสียง ให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังยื้อเวลาให้คำตอบพรรคแกนนำมานาน 72 วันนับจากเลือกตั้ง 24 มี.ค.

มติที่ออกมาเป็นผลจากการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรครวม 80 คน ซึ่ง "ปิดห้อง" พูดคุยกันยาวนานถึง 6 ชม.

นายอภิสิทธิ์บอกว่า "ได้ใช้ความพยายามโน้มน้าวอย่างหนัก" ว่า ปชป. ควรเลือกเส้นทางใด แต่บัดนี้เมื่อ ปชป. มีมติสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ และจะเข้าไปร่วมรัฐบาล เมื่อพรรคมีมติออกมาแล้ว สมาชิกพรรคก็ควรจะปฏิบัติเช่นนั้น ไม่มีการไปฝ่าฝืนมติพรรค นอกจากนี้ยังเอ่ยปากขอบคุณเพื่อนสมาชิก ปชป. ที่พยายามเสนอทางออกให้กับเขา

"เขาใช้คำว่า 'อยากจะช่วยรักษาเกียรติภูมิของผม' ด้วยการนำเสนอให้ผมงดออกเสียง ผมได้ตอบไปในที่ประชุมว่าพรรคคงไม่มีหน้าที่ต้องรักษาเกียรติภูมิให้ใครคนใด พรรคมีหน้าที่รักษาเกียรติภูมิของพรรค ส่วนการรักษาเกียรติภูมิของผม เป็นหน้าที่ของผม ผมจึงปฏิเสธแนวทางที่จะให้ผมเป็นข้อยกเว้น และงดออกเสียงในที่ประชุมวันนี้" นายอภิสิทธิ์ระบุ

เมื่อมติพรรค สวนทางกับจุดยืนทางการเมืองที่นายอภิสิทธิ์เน้นย้ำและนำไปหาเสียง ทำให้เขาเอ่ย "ขอโทษพี่น้องประชาชนทุกคนที่ตัดสินใจเลือก ปชป. โดยเข้าใจว่าพรรคจะรักษาจุดยืน คำพูดของผมที่พูดไปในฐานะหัวหน้าพรรค" แต่ขณะเดียวกันก็ทราบดีว่าปัญหาทั้งหมดมันไม่จบแค่วันนี้ ทุกสัปดาห์ก็ต้องมาเผชิญปัญหานี้ตลอดเหมือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

"ผมต้องยอมรับว่าใน 27 ปีของการเป็น ส.ส. ของผม ไม่เคยอึดอัดเท่ากับการลุกขึ้นลงมติเพื่อให้เลื่อนการเลือกประธานสภา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเหตุผลที่จะตอบสังคม" เขาเผยความในใจ

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อไปว่า ถึงวันนี้เหลือทางเดียวเพื่อจะรักษาเกียรติภูมิ ไม่เฉพาะของตัวเขา แต่เกียรติภูมิในตำแหน่งหัวหน้า ปชป. พรรคที่มีคำขวัญว่า "‎สจฺจํเว อมตา วาจา" ที่จะต้องรักษาคำพูด และรับผิดชอบต่อคำพูดที่กล่าวไว้กับพี่น้องประชาชน

"คานธีเคยส่งจดหมายให้กับหลานครับ พูดถึงบาป 7 ประการในสังคม หนึ่งในนั้นคือการเมืองที่ปราศจากหลักการ ผมไม่สามารถทำบาปนั้นได้ ผมจึงจำเป็นต้องตัดสินใจลาออกจาก ส.ส. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป" เขากล่าวทิ้งท้ายก่อนยุติการแถลงข่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง