จ่านิว : องค์กรสิทธิมนุษยชนไทยและนานาชาติ ประสานเสียงกดดันทางการไทยเร่งรัดคดีจ่านิวถูกลอบทำร้าย

จ่านิวถูกควบคุมตัวที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ขณะจัดกิจกรรมนั่งรถไฟเดินทางไปตรวจสอบการทุจริตที่อุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2558

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, จ่านิวถูกควบคุมตัวที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ขณะจัดกิจกรรมนั่งรถไฟเดินทางไปตรวจสอบการทุจริตที่อุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2558

องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ประการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการสอบสวน กรณี นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักกิจกรรมการเมือง ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้ายที่บริเวณปากซอยใกล้บ้านพักจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

สำหรับแถลงการณ์ของ กสม. ที่เผยแพร่ในวันนี้ (29 มิ.ย.) ระบุถึงข้อเรียกร้อง 3 ประการต่อหน่วยงานหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดังนี้

  • ขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญแก่กรณีที่เกิดขึ้นรวมทั้งกรณีอื่นก่อนหน้านี้ โดยเร่งรัดหน่วยงานที่รับผิดชอบให้สืบสวนสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ใครเป็นผู้กระทำผิด และกระทำไปด้วยจุดมุ่งหมายหรือแรงจูงใจใด แล้วรีบดำเนินการฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้พิจารณาลงโทษผู้กระทำความผิดโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่สังคมว่า จะไม่มีผู้ใดสามารถกระทำการเหนือกฎหมายได้ รวมทั้งให้การเยียวยาแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อมิให้เหตุการณ์ต่าง ๆ ลุกลามบานปลายจนอาจนำความไม่สงบมาสู่สังคม
  • ขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการตามข้อ 1 และควบคุมอย่างจริงจังมิให้มีการใช้คำพูดที่สร้างความเกลียดชังทางสื่อสังคมออนไลน์ เพราะจะทำให้สังคมแตกแยก และขาดความอดทนอดกลั้นต่อความเห็นต่างรุนแรงมากยิ่งขึ้น
  • ขอให้ประชาชนและทุกภาคส่วนในสังคมเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของกันและกันตามกฎหมาย ยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ปฏิเสธการใช้ความรุนแรง และการใช้คำพูดที่สร้างความเกลียดชัง และช่วยกันรณรงค์สร้างสังคมให้กลับสู่ขันติธรรม ยืดหยุ่น และเปิดกว้างต่อความแตกต่าง อันเป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทยที่ได้รับการยกย่องมาช้านาน

กสม. ระบุอีกว่า มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากในห้วงเวลาที่ผ่านมา นักกิจกรรมการเมืองที่มีความเห็นต่างได้ถูกทำร้ายมาเป็นระยะ ๆ และหลายกรณีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้

ขณะที่ กรณีของนายสิรวิชญ์หรือจ่านิว ถือได้ว่าเป็นกรณีรุนแรง เพราะเหตุเกิดในเวลากลางวันในพื้นที่สาธารณะ ยิ่งไปกว่านั้นในสื่อสังคมออนไลน์ยังมีกลุ่มผู้เห็นต่างจากนักกิจกรรมเหล่านี้ด้วยการ แสดงความยินดี สะใจ หรือเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผู้ตกเป็นเหยื่อสร้างสถานการณ์ขึ้นเอง เพื่อหวังผลทางการเมือง อันเป็นเรื่องน่าเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง

องค์กรนานาชาติร่วมประณาม

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พลังใหม่เอเชียอาคเนย์ ( Force of Renewal South East Asia : FORSEA) ออกแถลงการณ์ประณามการทำร้ายจ่านิวเมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.) โดยระบุว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนมีพฤติการชัดเจนที่จะต่อต้านกฎหมายเนื่องจากกระทำการในที่ชุมชนในเวลากลางวัน

ในแถลงการณ์ยังระบุอีกว่า การโจมตีนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่วันที่จ่านิวจะจัดงานเสวนาทางการเมือง ดังนั้นจึงทำให้เชื่อได้ว่า การลอบทำร้ายดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ที่จะขัดขวางไม่ให้เขาจัดงานดังกล่าวได้

นอกจากนี้ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในนามตัวแทนของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.) ประณามและต่อต้านการทำร้ายร่างกายหรือการคุกคามสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นทุกรูปแบบ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งดำเนินการหาผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และระบุว่า การใช้ความรุนแรงไม่ใช่หนทางของประชาธิปไตย

คำบรรยายวิดีโอ, 4 ปีรัฐประหาร: 4 ปีของ “จ่านิว” กับสถานะ “ภัยต่อความมั่นคงของ คสช.”

ส่วน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งออกแถลงการณ์ไปแล้วเมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.) เรียกร้องทางการไทยสืบสวนสอบสวนคดีนี้โดยทันที และนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและมีการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม หากทางการไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ย่อมเป็นการส่งสัญญาณถึงวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิดในประเทศไทย

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุว่า "ทางการไทยต้องมีแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม สอดคล้องกับพันธกรณีที่มีต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในการให้การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้วย"

ข้าม Facebook โพสต์

ไม่มีเนื้อหานี้

ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.

สิ้นสุด Facebook โพสต์

นอกจากนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จะส่งตัวแทนไปยื่นข้อเรียกร้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในกรณีนี้ในวันพุธที่ 3 ก.ค. เวลา 10.00 น.

ประวิตร สั่งการ สตช. เร่งสืบสวนหาคนผิด

สำหรับท่าทีล่าสุดจากรัฐบาลต่อกรณีดังกล่าว พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้แสดงความกังวลต่อการใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่างทางการเมือง โดยสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ติดตามความคืบหน้า กรณีจ่านิวถูกทำร้าย โดยขอให้เร่งสืบสวนขยายผลนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม

นายสิรวิชญ์ เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง

ที่มาของภาพ, Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นายสิรวิชญ์ เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง

พล.อ.ประวิตร ได้ย้ำ ขอให้ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง ร่วมกันคุ้มครองดูแลความปลอดภัยกับประชาชนในทุกกลุ่มบุคคล ที่ใช้สิทธิและเสรีภาพแสดงออกความเห็นหรือจัดกิจกรรมใดๆภายใต้กรอบกฎหมายให้ใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมเรียกร้อง ขอให้ทุกฝ่ายเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ด้วยการเปิดใจกว้างแสดงความคิดเห็นและรับฟังกันอย่างสร้างสรรค์ ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ รวมทั้ง ปฏิเสธความรุนแรงและการใช้คำพูดที่ยั่วยุ สร้างความโกรธเกลียดกันทางสังคม

นักกิจกรรมทางการเมืองยังถูกทำร้าย คุกคาม

จากเหตุการณ์ที่ นายสิรวิชญ์ถูกลอบทำร้ายถึง 2 ครั้ง ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับว่า ที่ผ่านมา ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของบรรดานักกิจกรรมทางการเมืองเป็นอย่างไร

จากข้อมูลจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ระบุว่า ในรอบ 18 เดือนก่อนการเลือกตั้ง มีนักกิจกรรมทางการเมืองที่แสดงออกว่าต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือออกมาสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยถูกทำร้าย ก่อกวน คุกคาม รวมอย่างน้อย 15 ครั้ง โดยเป็นการทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บหรือทำลายทรัพย์สินเสียหายอย่างอย่างน้อย 11 ครั้ง

โดยนายเอกชัย หงส์กังวาน ถือว่ามีกรณีถูกทำร้ายและมีทรัพย์สินถูกทำให้เสียหายมากครั้งที่สุด คือ 10 ครั้ง ตามมาด้วยนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ และนายสิรวิชญ์ คนละ 2 ครั้ง ​

ที่มา: โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)

สำหรับ นายอนุรักษ์ เป็นนักกิจกรรมรณรงค์เลือกตั้งโดยใช้เวลาในการรณรงค์เรื่องนี้ 9 เดือน ก่อนที่ เขาประกาศผ่านข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวขอยุติการทำกิจกรรมรณรงค์เลือกตั้งในวันที่ 22 มิ.ย. ผ่านมาหลังจากที่ เขามีความพยายามที่จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงผู้นำอาเซียนที่เข้ามาร่วมประชุมในกรุงเทพฯ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทำได้เพียงยื่นหนังสือให้ตัวแทนกระทรวงต่างประเทศ เพราะเจ้าหน้าที่ขัดขวาง

ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์