ตั้งรัฐบาล : มติประชาธิปัตย์จับขั้วตั้งรัฐบาลกับ พปชร.

ปชป

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศการปราศรัยปิดของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2562 ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคขณะนั้น ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช.

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีมติ 61 ต่อ 16 เสียง ให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังยื้อเวลาให้คำตอบมานาน 72 วัน ขณะที่มีอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ ปชป. ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว 4 คน รวมถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง

มติที่ออกมาเป็นผลจากการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรครวม 80 คน นอกจากเสียงข้างมากจะเห็นด้วยกับการจับขั้วตั้งรัฐบาลกับ พปชร. ยังมีสมาชิกพรรคงดออกเสียง 2 คน และมีบัตรเสีย 1 ใบ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้า ปชป. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้เสนอให้ที่ประชุม ส.ส. พิจารณาว่า "มติร่วมรัฐบาลเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติเพราะเป็นมติ แต่ขอยกเว้นหัวหน้าอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) สักคนได้ไหม ให้ท่านฟรีโหวต" อย่างไรก็ตามพรรคไม่ได้มีมติใด ๆ ออกมา เป็นเพียงข้อเสนอของเขา

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช ปชป. ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับการไปร่วมรัฐบาลกับ พปชร. กล่าวว่า ไม่เป็นไร ยินดีปฏิบัติตามมติพรรคทุกประการอยู่แล้ว "ไม่มีโหวตสวนครับ ทุกคนเคารพมติพรรคหมด" ส่วนนายอภิสิทธิ์ก็เคารพ เพราะมีการเสนอฟรีโหวต แต่นายอภิสิทธิ์ไม่ยอมรับ ก็ขอให้ลงมติ

ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น นายอิสสระ สมชัย ส.ส. บัญชีรายชื่อ และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวว่า มีเสียง ส.ส. ในกลุ่มอย่างน้อย 27 คน พร้อมสนับสนุนให้พรรคเข้าร่วมรัฐบาล และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าพรรคจะมีมติอย่างไร โดยให้เหตุผลว่าประชาชนในพื้นที่เห็นว่า ปชป. ควรสนับสนุน พปชร. จัดตั้งรัฐบาลมากกว่า พท. อีกทั้ง ปชป. มีการประสานงานกับ พปชร. จนนายชวน หลีกภัย ได้รับตำแหน่งประธานสภาแล้ว

"ถ้าไม่มีการตกลงกัน คงไม่ได้ตำแหน่งมา ถ้าได้ตำแหน่งมาอย่างนี้แล้วจะไม่เอาเขา มันเป็นการเสียมารยาท" นายอิสสระกล่าว

เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการ ปชป. (ซ้าย) จับมือกับ อุตตม สาวนายน หัวหน้า พปชร. ให้สื่อมวลชนถ่ายภาพเมื่อ 27 พ.ค. ภายหลังปิดห้องพูดคุยและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันนาน 1.30 ชม.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการ ปชป. (ซ้าย) จับมือกับ อุตตม สาวนายน หัวหน้า พปชร. ให้สื่อมวลชนถ่ายภาพเมื่อ 27 พ.ค. ภายหลังปิดห้องพูดคุยและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันนาน 1.30 ชม.

ปชป. ได้รับเทียบเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาลกับ พปชร. อย่างเป็นทางการเมื่อ 27 พ.ค. ก่อนเกิดเหตุ "เจ้าบ่าวโลเล" ในวันรุ่งขึ้น เป็นผลให้พรรคการเมืองเก่าแก่ต้อง "ล้มประชุม" และไม่มีมติใด ๆ ออกมา กระทั่งก่อนวันลงมติเลือกนายกฯ 1 วัน

หลัง ปชป. มีมติเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลมีสมาชิกพรรค 3 คน ได้ประกาศการร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งและอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค

"ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยให้โอกาสลงรับสมัครเลือกตั้ง และให้การสนับสนุนต่างๆ ทำให้มีประสบการณ์ที่ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายแต่เมื่อแนวทางอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน คงขออนุญาตที่จะลาออกจากสมาชิกพรรคครับ" นายสมชัย ระบุในโพสต์

เช่นเดียวกับ นายพริษฐ์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อดีตผู้สมัครสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของทางพรรคอีกคน ขณะที่นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย โพสต์ทางเฟซบุ๊กว่า "ผมขอยุติบทบาททางการเมืองไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ ขอเป็นกำลังใจให้ พรรคประชาธีปัตย์เสมอ และเชื่อในฝีมือของ สส และว่าที่ รมต ทุกท่านว่าจะทำคุณประโยชให้แก่ชาติบ้านเมืองได้แน่นอน"

เว็บไซต์ประชาไทและเว็บไซต์แนวหน้ารายงานว่า น.ส. นัฏฐิกา โล่ห์วีระ สมาชิกพรรคและผู้สมัคร ส.ส. จ.ชัยภูมิ โพสต์เฟสบุ๊กประกาศขอยุติบทบาททางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเช่นกัน