จัดตั้งรัฐบาล : พปชร. ยืนยัน "ไม่ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย" ได้อีก 5 พรรคเล็กร่วมงาน

5 พรรค

ที่มาของภาพ, Thai news pix

พรรคการเมืองขนาดเล็กที่มีที่นั่งในสภาตั้งแต่ 1-5 เสียง รวม 5 พรรค ได้เปิดแถลงข่าวพร้อมสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อชู พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย

ท่ามกลางภาวะที่ 2 พรรคขนาดกลางอย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังตั้งแง่-ตั้งเงื่อนไขบางประการในการตอบรับเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ผู้นำพรรคขนาดเล็กอย่างน้อย 2 พรรคประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ

นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่า พรรคเราพูดชัดเจนว่าสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร

เช่นเดียวกับ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ที่บอกว่า ต้องการสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ เพราะมีความเหมาะสมทุกประการในช่วงเปลี่ยนผ่าน "พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ อย่างไม่มีเงื่อนไขใด ๆ" และคาดหวังให้ พปชร. "น้อมนำคำสอนพระพุทธเจ้ามาแก้ปัญหาความทุกข์ร้อนให้ประชาชน"

เขายังแสดงความเชื่อมั่นด้วยว่า พล.อ. ประยุทธ์ ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) จะได้รับเสียงข้างมากของรัฐสภาให้เป็นนายกฯ แน่ ส่วนการเสนอเทคนิคให้เจ้าตัวมาแสดงวิสัยทัศน์ หรือไปต่อว่าเรื่องที่มา ส.ว. หรือจะอภิปรายข้ามวันข้ามคืน ไม่เชื่อว่าทำได้ เพราะฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ซึ่งมั่นใจในตัวนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ว่าจะไม่ทำอะไรฝ่าฝืนข้อบังคับแน่

นายไพบูลย์ยังบอกด้วยว่า รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จะนำพาประเทศบริหารงานของประเทศให้มีความมั่นคง สงบ ราบรื่นได้ตลอด "ผมมั่นใจครับ ครบ 4 ปีแน่ ดังนั้นก็เชื่อว่า 4 ปีข้างหน้าจะแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนได้อย่างแน่นอน"

ด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น ในฐานะที่ ชพน. เป็นพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งต้องมาช่วยกันสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล และเห็นความตั้งใจของ พชปร. ที่ได้เชื้อเชิญพรรคใหญ่ ๆ เพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากได้

สำหรับ 5 พรรคการเมือง มีที่นั่งในสภารวมกัน 14 เสียง ประกอบด้วย พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) 5 เสียง, พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) 3 เสียง, พรรคพลังท้องถิ่นไทย (พทท.) 3 เสียง, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (รป.) 2 เสียง, พรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) 1 เสียง

พรรคขนาดเล็กกลุ่มนี้ ถือเป็นกลุ่มที่ 2 ที่เปิดแถลงข่าวจับมือจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ พปชร. อย่างเป็นทางการ หลังก่อนหน้านี้เมื่อ 13 พ.ค. พรรคการเมืองเสียงเดียวที่ถูกเรียกว่า "พรรคจิ๋ว" รวม 11 พรรคได้แถลงข่าวไปก่อนหน้า แต่ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้งซ่อม จ. เชียงใหม่ พรรคไทรักธรรมที่ได้คะแนนมหาชน 3.37 หมื่นคะแนน ต้องถูกถอดออกจากการเป็น ส.ส. หลังทำหน้าที่ได้เพียง 3 วันตามสูตรคำนวณหา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ "แบบพิสดาร"

นายก การเมือง พลังประชารัฐ

ที่มาของภาพ, Thai news pix

เมินข้อเรียกร้องให้ ประยุทธ์ แสดงวิสัยทัศน์ ชี้แสดงมา 5 ปีแล้ว

แม้เป็นเวทีแถลงข่าวเปิดตัวพันธมิตร 5 พรรคเล็ก แต่ดูเหมือนความสนใจของสื่อมวลชนจะอยู่ที่พรรคขนาดกลางที่ยังไม่ตอบรับคำเชิญของ พปชร.

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้า พปชร. กล่าวว่า วันนี้เป็นการแสดงเจตนาร่วมกันอีกครั้งหนึ่งในการทำงานให้แก่ประเทศชาติ และไม่ใช่การจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่รอพรรคการเมืองอื่น ๆ ยืนยันว่าจะไม่มีการ "จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่จะมุ่งสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ทำงานรับใช้ประชาชนได้"

ส่วนท่าทีของ ปชป. นายอุตตมบอกว่า "ต้องรอดู ให้เกียรติเขานิดหนึ่ง" และ "เราได้หารือมาโดยตลอด และ ปชป. มีกระบวนการภายใน" ขณะที่เงื่อนไขที่ ปชป. เสนอแก้รัฐธรรมนูญ หัวหน้า พปชร. บอกว่า เป็นเรื่องใหญ่พอสมควร ถ้าจะทำจริงต้องอาศัยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ไม่ใช่แต่พรรคใดพรรคหนึ่ง ถ้าจะพิจารณาต้องไปพิจารณาร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องได้คำตอบที่ชัดเจนจาก ปชป. และ ภท. ก่อนโหวตเลือกนายกฯ หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า ขอรอดูกระบวนการทั้ง 2 พรรคการเมืองว่าจะเป็นเช่นไร แต่ พปชร. เดินหน้าแน่ เมื่อถูกถามอีกว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนเกิน 250 เสียง "นั่นเป็นเป้าหมายเรา" เขาตอบและว่า "เวลานี้ยังเร็วเกินไป ยังไม่ถึงเวลาพูดว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเกิดหรือไม่ ให้ ส.ส. และ ส.ว. ทำงานก่อน"

ส่วนที่มีข้อเรียกร้องจาก ส.ส. อีกขั้วการเมืองหนึ่งให้แคนดิเดตนายกฯ แสดงวิสัยทัศน์ก่อนนั้น นายอุตตมกล่าวว่า "พล.อ. ประยุทธ์ เสนอวิสัยทัศน์มา 5 ปีแล้ว ก็ได้รับฟังกันมาพอสมควร อย่างที่ผมเรียนในอดีตก็ไม่เคยมีการเสนอวิสัยทัศน์ในสภา"

นายก การเมือง พลังประชารัฐ

ที่มาของภาพ, Thai news pix

ประยุทธ์ ขอตั้งนายกฯ ก่อน ค่อยเปิด "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" งวดหน้า

พล.อ. ประยุทธ์ ปฏิเสธจะให้ความเห็นเรื่องการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยขอให้รอดูหลังจากวันที่ 5 มิ.ย. ทั้งนี้ในการจัดตั้งรัฐบาล ทุกคนก็มุ่งหวังให้เป็นเสียงข้างมาก แต่จะมากหรือน้อยเพียงใดต้องเคารพเสียงของประชาชนที่เลือกมาทั้งหมด เชื่อว่าทุกคนอยากให้จัดตั้งรัฐบาลทันทีและเร็วหลังจากโหวตนายกฯ ดังนั้นคนที่อยู่ในกลไกการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องหาทางออกให้ได้ในการเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็งและมีเสถียรภาพ ซึ่งไม่ใช่รัฐบาลของพรรคใด แต่เป็นรัฐบาลของประชาชนและของประเทศ

"การเมืองเป็นเพียงกลไกหนึ่งในการทำหน้าที่เพื่อคนไทยทั้งประเทศกว่า 70 ล้านคน ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ว่านายกฯ คนไหนก็ตาม ไม่สามารถทำคนเดียวได้ทั้งหมด ทุกคนต้องร่วมกันแบ่งแยกกันไม่ได้ ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ เอกชน และประชาชน ต้องมีส่วนร่วมทำประเทศชาติให้เดินไปข้างหน้า" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

หัวหน้า คสช. ยังระบุถึงความเห็นส่วนตัวด้วยว่า อยากให้สมาชิกรัฐสภาหารือกันในวาระที่กำหนดไว้ ไม่ใช่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอไว้โอกาสหน้า ไม่ใช่เวลานี้ขณะนี้ ซึ่งตนคิดว่าวันนี้คนไทยทุกคนคาดหวังและติดตามการประชุมร่วมรัฐสภา เฝ้ามอง ส.ส. ที่ได้รับการเลือกเข้ามาทำหน้าที่อันทรงเกียรติ และ "ควรเริ่มจากการประชุมครั้งแรก ทำให้ประชาชนได้รู้ว่าประชาชนเลือกไม่ผิดคน"

ส่วนข้อเสนอให้แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา พล.อ. ประยุทธ์ ได้ตอบผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด พยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มากมาย ซึ่งวิสัยทัศน์ของเขามีอยู่แล้วคือ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ภายใต้การมองอนาคตไปข้างหน้า นอกจากนี้ที่ผ่านมา ยังมีแผนปฏิบัติการบริหารราชการแผ่นดินมาโดยตลอด และวันนี้ก็ได้วางยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการบริหารราชการ กระจายรายได้ เพิ่มความเชื่อมโยงในทุกมิติ ปรับตัวเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก

ยื่นหนังสือ

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคอนาคตใหม่

ยื่นประธานสภาขอตรวจสอบคุณสมบัติแคนดิเตดนายกฯ ก่อน

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้บรรจุญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกฯ แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนคือ 1. การพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ เป็นอำนาจของสภา และ 2. การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกฯ เป็นอำนาจของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา

สำหรับประเด็นที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงกันในหมู่ ส.ส. ที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" ก็คือ พล.อ. ประยุทธ์ มีลักษณะต้องห้ามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็น "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" หรือไม่