ค้ามนุษย์ : พ.ร.ก.ค้ามนุษย์ฯ ฉบับแก้ไขมีผลบังคับแล้ว ทำให้ “การบังคับใช้แรงงาน” เป็นความผิดอาญา มีโทษสูงสุดประหารชีวิต

    • Author, นันท์ชนก วงษ์สมุทร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

การไม่ได้รับค่าจ้าง หนี้ที่เกิดจากการจ้างงาน และการยึดเอกสารประจำตัวของลูกจ้าง เป็นเรื่องที่มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาได้รับการร้องเรียนมากที่สุดในหมวดแรงงาน

ในอดีต สิ่งที่มูลนิธิทำได้เมื่อมีการขอความช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว มีเพียงแค่ขอให้นายจ้างคืนเอกสาร หรือถ้าไม่มีการจ่ายค่าจ้าง ก็ดำเนินตามกระบวนการของแรงงานที่เรียกร้องค่าจ้าง

"ถ้าเรามองในพฤติการณ์ นายจ้างมีความผิดฐานบังคับใช้แรงงาน แต่ไม่สามารถดำเนินคดีได้" นายปภพ เสียมหาญ ผู้อำนวยการฝ่ายคดีของมูลนิธิฯ กล่าวกับบีบีซีไทย

แต่การประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฉบับแก้ไขในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ทำให้ข้อร้องเรียนเหล่านั้นถือว่าเป็นฐานความผิด "บังคับใช้แรงงานหรือบริการ" ทำให้มีช่องทางเพิ่มในการดำเนินคดีกับนายจ้าง ซึ่งอาจถูกลงโทษขั้นต่ำจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท และมีโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต หากทำให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย

"ต่อให้แรงงานไม่กล้าฟ้อง เรามองว่าต้องมีการดำเนินคดี เพราะเป็นความผิดต่อรัฐ แต่ถ้าแรงงานเป็นคนฟ้องเองก็ได้ผลประโยชน์มากกว่าในแง่ของสิทธิต่าง ๆ เช่น การเรียกร้องค่าสินไหม" นายปภพ กล่าว

ผลงานที่ดีขึ้นในสายตานานาชาติ

การแก้กฎหมายเพื่อให้ไทยมีมาตราที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับโดยเฉพาะ เป็นผลพวงมาจากการที่ปีที่แล้วไทยยื่นจดทะเบียนให้สัตยาบันพิธีสารส่วนเสริมอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศว่าด้วยแรงงานบังคับ ค.ศ.1930 (ฉบับที่ 29)

ถือว่าเป็นความพยายามของไทยที่จะแก้ไขปัญหาแรงงานภาคประมง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2558 สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออก "ใบเหลือง" เตือนไทยว่ายังไม่มีมาตรการที่เพียงพอที่จะป้องกันและขจัดปัญหาการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม จนกระทั่งเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา อียูได้ประกาศปลดใบเหลืองให้ไทย

นอกจากนี้ รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้วได้ยกระดับประเทศไทยมาอยู่กลุ่มที่ 2 (Tier 2) หลังอยู่ในกลุ่มที่ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (Tier 2 Watch List) ติดกันมา 2 ปี

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเป็นไปตามที่สภาหอการค้าและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. (สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้า และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) เคยเสนอไว้

ก่อนหน้านี้ การบังคับใช้แรงงานจะอยู่ในความผิดฐานค้ามนุษย์ ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ถูกบังคับใช้แรงงานจะต้องถูกค้ามนุษย์ด้วย จึงจะถูกครอบคลุมภายใต้กฎหมายนี้

"ในการค้ามนุษย์จะต้องมีการหลอกลวง บังคับขู่เข็ญ หน่วงเหนี่ยวกักขัง ถึงจะเรียกว่าเป็นการค้ามนุษย์ แต่ผู้เสียหายจากแรงงานบังคับ อาจไม่มีความรุนแรงในการทำร้ายร่างกาย หรือไม่ได้ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว เช่น เต็มใจมาทำงาน แต่ต้องทำเกินเวลา ไม่เช่นนั้นจะถูกหักเงิน" นายปภพ กล่าว

"หรือพลทหารที่ไปเลี้ยงไก่ให้นายพล ในสภาพที่ไม่ดีและค่าจ้างก็ไม่ได้ ก็เข้าข่ายเป็นแรงงานบังคับ"

แรงงานบังคับหลายแสน?

ดัชนีทาสโลกปี 2018 โดยมูลนิธิวอล์กฟรี (Walk Free Foundation) ประเมินว่ามีผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะของการเป็นทาสยุคใหม่ในประเทศไทยราว 610,000 คน หรือ 8.9 คนต่อประชากร 1,000 คน อยู่ในลำดับที่ 23 จาก 167 ประเทศ

ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปี 2016 ที่ประเมินไว้ที่ 425,500 คน

ทั้งนี้ ทาสยุคใหม่ (modern slavery) เป็นคำใหม่ที่ครอบคลุมทั้งการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก แรงงานทาสยุคเก่า ค้าประเวณี แล้วการบังคับให้แต่งงาน

มูลนิธิวอล์กฟรียังจัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงสูงของแรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง โดยงานวิจัยปี 2559 ของฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุว่า 76% ของแรงงานในอุตสาหกรรมประมงไทยติดหนี้ 31.5% ถูกบังคับให้ทำงาน 15.7% ถูกทำร้ายร่างกาย และ 6.5% ถูกหลอกลวงให้มาทำงานที่ไทย

"ในแรงงานประมง นายจ้างส่วนใหญ่มักจะไม่จ่ายค่าจ้างตรงตามที่กำหนด เพราะต้องการจ่ายรวบยอด แรงงานจะได้อยู่กับเขา ถ้าจ่ายเป็นก้อนแปลว่า 6 เดือนคุณต้องอยู่กับฉัน" นายปภพกล่าว

"หรือบางคนใช้วิธี รับคุณมาทำงาน แต่คุณมีหนี้จากการทำเอกสารเดินทาง หรือค่าที่พัก คุณต้องทำงานให้ฉันก่อน เป็นแรงงานขัดหนี้ไป"

อะไรคือ "การบังคับใช้แรงงาน"

มาตรา 6/1 ของ พ.ร.ก. นี้ ระบุว่า ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานหรือให้บริการโดยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

  • ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของบุคคลนั้นเองหรือของผู้อื่น
  • ขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ
  • ใช้กำลังประทุษร้าย
  • ยึดเอกสารสำคัญประจำตัวของบุคคลนั้นไว้
  • นำภาระหนี้ของบุคคลนั้นหรือของผู้อื่นมาเป็นสิ่งผูกมัดโดยมิชอบ
  • ทำด้วยประการอื่นใดอันมีลักษณะคล้ายคลึงกับการกระทำดังกล่าวข้างต้น ถ้าได้กระทำให้ผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานบังคับใช้แรงงานหรือบริการ

ส่วนมาตรา 52/1 ได้ระบุโทษไว้ว่า ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 6/1 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาทต่อผู้เสียหายหนึ่งคน หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัสหรือเป็นโรคร้ายแรงซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 8 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 800,000 บาท ถึง 2 ล้านบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม เป็นกรณีที่ผู้บุพการีให้ผู้สืบสันดานหรือทำงานให้บริการเพราะเหตุความยากจนเหลือทนทาน หรือเมื่อพิจารณาถึงสภาพความผิดหรือเหตุอันควรปรานีอื่นแล้ว ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ลงโทษผู้กระทำความผิดเลยก็ได้

นอกจากนี้ พ.ร.ก. ดังกล่าวยังเพิ่มเติมให้ผู้เสียหายจากการใช้แรงงานบังคับมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ทั้งในตัวกระบวนการและการคุ้มครอง และส่งผลให้คดีแรงงานบังคับเข้าสู่ศาลค้ามนุษย์ด้วย

นายปภพกล่าวว่า ในช่วงต่อจากนี้ต้องดูว่าเมื่อออก พ.ร.ก. แล้ว กฎหมายลูกต่าง ๆ เช่น กฎกระทรวง ระเบียบ และนโยบาย จะมีการแก้ไขตามหรือไม่ เพราะถ้าไม่มี เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถปฏิบัติงานได้ เช่น ระเบียบในการรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์มาอยู่ในการคุ้มครองจากภาครัฐ ระบุว่าคนที่อยู่ในการคุ้มครองของรัฐคือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ก็จะต้องเพิ่มผู้เสียหายจากการบังคับใช้แรงงานเข้าไปด้วย

และประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ระบุว่าผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์สามารถอยู่ในไทยชั่วคราว 1 ปี ต่อได้ครั้งละ 1 ปี ก็ต้องแก้ไขว่าผู้เสียหายจากแรงงานบังคับก็สามารถอยู่ได้เช่นเดียวกัน