เลือกตั้ง 2562 : สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ หญิง เพื่อไทย โต้ภาพลักษณ์พรรคใต้เงานายใหญ่-ประชานิยมพ่นพิษ

    • Author, เรื่องโดย หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, วิดีโอโดย ภานุมาศ สงวนวงษ์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นผู้หญิง 1 ใน 6 คน ที่ได้รับการเสนอชื่อท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

นอกจากเธอยังมีชื่อนารีรายอื่น ๆ อาทิ กัญจนา ศิลปอาชา จากพรรคชาติไทยพัฒนา, นางนลินี ทวีสิน พรรคเพื่อธรรม และ ณหทัย ทิวไผ่งาม พรรคประชาชาติ

ผ่านมาเกือบ 5 ปี หลัง "นายกฯ หญิงคนแรกของไทย" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ถูกโค่นอำนาจลงด้วยการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้ง "ผู้นำสูงสุดของ คสช." และ "คนการเมือง" กลับมาต่อสู้-วัดพลังผ่านสมรภูมิเลือกตั้ง

บทสนทนาระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ กับบีบีซีไทย เกิดขึ้นก่อนวันรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการเสนอชื่อ "นายกฯ ในบัญชี" ของพรรคการเมืองต่าง ๆ

ทว่าหลัง "ข่าวลือสะเทือนแผ่นดิน" กลายเป็น "ข่าวจริง" เมื่อ 8 ก.พ. มีรายงานข่าวจากอดีตรัฐมนตรีของ "พรรคทักษิณ" ว่าแคนดิเดตนายกฯ หญิงของพรรคเพื่อไทยถึงขั้น "เข่าทรุด" เมื่อการลงแรงกายแรงใจที่ผ่านมาสูญเปล่า.. ความฝันที่มีหลุดลอยไปต่อหน้า ท่ามกลางอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาของ "พรรคพี่-พรรคน้อง" และชะตากรรมอันไม่แน่นอนของ "การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์"

ผ่านไป 3 วัน คุณหญิงสุดารัตน์ถึงยอมปรากฏตัวต่อสาธารณะ โดยระบุว่าเรื่องของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ไม่เกี่ยวกับ พท. ไม่ได้คุยกับแกนนำ ทษช. แต่เห็นว่า "วันนี้ต้องเทิดทูนดำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เมื่อมีพระราชโองการมาแล้ว ทุกฝ่ายต้องน้อมรับไว้เหนือเกล้า"

เพื่อไทยขอ "สงบอย่างมีคุณภาพ"

ย้อนไปปลายเดือน ม.ค. ซึ่งยังไม่ปรากฏชื่อ "นารี" รายอื่น ๆ นอกจากคุณหญิงสุดารัตน์ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ เธอตอบคำถามบีบีซีไทยที่ว่าอนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไรหากได้ "นายกฯ หญิง" หลังการเลือกตั้งปี 2562 โดยระบุว่าคงไม่เกี่ยวว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาเยอะมากจากความขัดแย้งทางความคิดตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา และเสียโอกาสไปเยอะ ดังนั้นประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้า และเกิดความสงบอย่างมีคุณภาพ

"สงบภายใต้ 4-5 ปีที่อยู่มานี้ มันเป็นความสงบที่เสียสิทธิและเสรีภาพไปด้วย แต่ความสงบสำหรับเพื่อไทยจะสงบอย่างมีคุณภาพ คือเรายังให้สิทธิเสรีภาพแน่นอน แต่ที่สำคัญคือเป็นความสงบที่มีคุณภาพ ปากท้องของคน เศรษฐกิจจะต้องดีด้วย" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

หลังเปิดหน้าในฐานะหัวหอกทีมเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นักการเมืองผู้มีอายุในวงการ 27 ปี ปรากฏกายด้วยภาพลักษณ์ใหม่ ซึ่งหลายคนเห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่าช่างละม้ายคล้ายคลึงกับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

คุณหญิงสุดารัตน์ยิ้มรับคำแซวก่อนบอกปัดว่า "ก็ไม่ได้ปรับ (ภาพลักษณ์) อะไรนะคะ ก็ยังเป็นตัวตนแบบเดิม เพราะอายุมากแล้วค่ะจะปรับคงยาก เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นค่ะ"

แม้ยอมรับว่าปัญหาความทัดเทียมระหว่างหญิง-ชาย ยังมีอยู่บ้างในการเมืองไทย แต่คุณหญิงสุดารัตน์ ก็อยากใช้ความเป็นผู้หญิงที่มี "จิตวิญญาณของความเป็นแม่" ซึ่งหมายถึงการมองอะไรระยะยาวและมองไปสู่อนาคตเพื่อแก้ไขปัญหาบางเรื่องที่ต้องทำอย่างยั่งยืน

ไม่ขอแปร "จินนี่ฟีเวอร์" เป็นคะแนนเพื่อไทย

หากพูดถึงความเป็นแม่ ทั้งหนุ่มน้อย-หนุ่มใหญ่ต่างยกให้คุณหญิงสุดารัตน์เป็น "แม่ยายแห่งชาติ" หลัง ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือจินนี่ บุตรสาวของเธอ ปรากฏกายเคียงคู่มารดาในระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำเมื่อ พ.ย. 2561

"ยังไม่ทันถึงบ้านเลย ข่าวก็เริ่มออก เราก็ตกใจ ก็ถามลูกว่าคิดอย่างไรถึงมาเดินกับแม่ เขาบอกว่าพี่นักข่าวเดินไปตามจินนี่ ทีแรกจินนี่เดินอยู่กับพ่อ (สมยศ ลีลาปัญญาเลิศ) ด้านหลัง เขาบอกว่าอยากได้รูปกับคุณแม่ หนูก็เลยมาเดินกับแม่ และหนูก็งงมากว่าทำไมมันถึงเป็นข่าว" คุณหญิงหน่อย ย้อนนึกถึงวันที่ชื่อ "จินนี่" กลายเป็นแฮชแท็กยอดนิยมในทวิตเตอร์ไทย

ความโด่งดังที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ทำให้ จินนี่ นิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของตนไปราวสัปดาห์ "ถึงขนาดว่าเลิกเรียนแล้ว เด็กสาวก็จะไปกินเค้ก ไปกินไอศกรีมตามห้าง นี่คือไม่ไปไหนอยู่สัปดาห์น่ะค่ะ คือตกใจอยู่เหมือนกัน เลิกเรียนเสร็จกลับบ้านเลยเพราะไม่ทราบจะวางตัวอย่างไร"

กว่าแม่-ลูกจะมีโอกาสจับเข่าคุยกัน กระแสก็ผ่านไป 2-3 วัน หลังคุณหญิงสุดารัตน์ กลับจากหาเสียงในต่างจังหวัด ความรู้สึกทั้งด้านบวก-ด้านลบ พรั่งพรูจากปากเด็กสาววัย 19 ปีที่กลายเป็น "คนในข่าว" แต่เธอก็แข็งแกร่งพอจะผ่านมันมาได้

ปรากฏการณ์ "จินนี่ฟีเวอร์" จาก "พรรคเพื่อเธอ" จะแปรเป็นคะแนนเสียงให้คุณหญิงสุดารัตน์และพรรคเพื่อไทยได้บ้างหรือไม่?

มารดาวัย 57 ปีปฏิเสธทันควัน "เราไม่ได้คิดที่อยากจะใช้กระแสของลูกมาเพื่อที่จะให้เกิดกระแสต่อการเมืองนะคะ เพราะพรรคก็คงอยากได้ให้คนเลือกด้วยเหตุผล ด้วยสิ่งที่เขาเห็นว่านโยบายเหล่านั้นที่เรานำเสนอจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนความเมตตาความกรุณาที่มีต่อน้องจินนี่ ในฐานะแม่ก็ต้องขอบคุณนะคะ ก็ฝากลูกเอาไว้ให้เป็นลูกของครอบครัวของสังคมไทยเอาไว้"

มีปัญหา "พึ่งเจ๊ได้"

นอกจากสถานะ "แม่ยายแห่งชาติ" คุณหญิงสุดารัตน์ ยังเป็นผู้หญิงในวงการการเมืองไม่กี่คนที่ถูกตั้งคำนำหน้าชื่อว่า "เจ๊" ไม่มีใครเคยรู้ว่าลึก ๆ แล้วเธอชอบหรือไม่ชอบคำเรียกขานนี้

"ก็เป็น 'เจ๊หน่อย' มานานแล้วเหมือนกันนะคะ" เธอพูดพลางหัวเราะเล็ก ๆ ก่อนเฉลยความในใจว่าไม่ถึงขนาดว่าชอบหรือไม่ชอบขนาดนั้น เพียงแต่คำว่าเจ๊ในสังคมไทยก็จะเป็นเหมือนกับขาลุยหน่อย ออกลูกนักเลงหน่อย ซึ่งอาจมาจากบุคลิกที่ค่อนข้างลุยและเป็นนักสู้ตั้งแต่เข้าการเมืองใหม่ ๆ

"ไม่เป็นไรค่ะ เรียกอย่างไรก็ได้ แต่ว่าเราเองก็คิดว่าความเป็นเจ๊ก็ดีเหมือนกัน เพราะนอกจากมันจริงแล้ว ยังสามารถที่จะเหมือนเป็นที่พึ่งของคนได้น่ะค่ะ ยังไงก็พึ่งเจ๊ได้อะไรอย่างนี้น่ะค่ะ"

ในการหาเสียงเลือกตั้งช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มักปรากฏภาพข่าว-หัวข่าวในทำนองคุณหญิงหน่อย "บุกถาม-สอนมวย-จี้-บี้" ทหารที่ตามประกบขบวนหาเสียงของเพื่อไทย ซึ่งดูคล้าย "เจ๊" ลุยหนัก-ดุดันมากเป็นพิเศษ

เธอแจกแจงว่าสิ่งที่สื่อสารออกไปไม่ใช่การดุ แต่ต้องแสดงความเด็ดเดี่ยวในเชิงจุดยืน หลังพบว่าชาวบ้านยากจนหนัก-ทุกข์หนักกับปัญหาปากท้องหลังรัฐประหารปี 2557 กลายเป็นคำขวัญประจำตัว "อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ" ซึ่งประชาชนมักทวงถาม คุณหญิง สุดารัตน์ ให้ทวนคำนี้เมื่อปรากฏตัวตามเวทีปราศรัยต่าง ๆ

ครวญถูก "เขาบังคับให้ทุบบ้านครึ่งหนึ่งทิ้ง"

ถึงขณะนี้ พรรคเพื่อไทยยังไม่ปล่อยชุดนโยบายหาเสียงเลือกตั้งแบบครอบคลุมทุกด้านออกมาให้สังคมได้ยล ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่ลงตัวในทีมจัดทำนโยบาย ต่างจาก "พรรคน้อง" อย่างพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่ประกาศนโยบายออกมาก่อนหน้านี้ โดยไม่ลืมอ้าง-อิงความสำเร็จดั้งเดิมของพรรคไทยรักไทย (ทรท.)

เป็นที่น่าสังเกตว่า ทษช. เลือกใช้คำขวัญ "คิดใหม่ ทำใหม่ กล้าเปลี่ยนแปลง" ซึ่งเป็นคำขวัญหลักของ ทรท. ในการเลือกตั้งปี 2544 (คิดใหม่ ทำใหม่)

ขณะที่พรรคเพื่อไทยมาพร้อมคำขวัญ "เพื่อไทย หัวใจคือประชาชน" ซึ่งก็เป็นคำขวัญของ ทรท. ในการเลือกตั้งปี 2548 (ไทยรักไทย หัวใจคือประชาชน)

เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ อธิบายว่าปรัชญาในการคิดนโยบายต่าง ๆ ของพรรคเพื่อไทยจะเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่วน ทษช. คงไม่สามารถตอบแทนได้ แต่รากเหง้ามาจากจุดเดียวกัน เป็นคนไทยรักไทยเหมือนกันและมาอยู่พรรคเพื่อไทยด้วยกัน แต่ต้องจำใจแยกกันไปเพราะรัฐธรรมนูญ "เขียนมาเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคเพื่อไทยได้ใหญ่ต่อไป"

"มันทำให้คนอีกครึ่งหนึ่งของพรรคไม่มีที่อยู่ ไม่รู้จะไปอย่างไร อยู่กับพรรคก็ไม่มีที่อยู่ ถ้าได้ ส.ส. เขต ก็ไม่ได้ปาร์ตี้ลิสต์แล้ว ดังนั้นเขาก็ต้องจำใจไปอ่ะค่ะ ต้องออกจากบ้านหลังนี้ไปสร้างบ้านหลังใหม่ แต่เรามาจากบ้านหลังเดียวกัน บางคนก็จะคิดคล้าย ๆ กัน มีแนวคิด มีนโยบายคล้าย ๆ กัน มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติซึ่งก็เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้" และ "เราเองก็จากกันแบบไม่ได้เป็นศัตรู เพราะว่าเราไม่ได้ทะเลาะกันจนบ้านแตก.. เขาบังคับให้ทุบบ้านครึ่งหนึ่งทิ้ง มันเป็นความจำใจ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแนวคิดหลักการได้"

การเลือกตั้งปี 2562 ถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของพรรคลูกหลานไทยรักไทย ที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ไม่ครบทุกเขตครั้งแรกในรอบ 17 ปี ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่อง "แบ่งบท" กันเล่นกับ ทษช.

หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์เลือกตั้งเพื่อไทยตั้งคำถามกลับว่า "ถ้าตรงนั้นเราไม่มีคน เราจะไปดิ้นรนแบบไหนในระยะเวลาแบบนี้" พร้อมแสดงความมั่นใจว่าการส่งผู้สมัคร ส.ส. ไม่ครบทุกพื้นที่ทั้งประเทศจะไม่เกิดผลกระทบต่อการเสนอตัวเป็น "นายกฯ ในบัญชี" ของพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด

ลั่นใช้งบประชานิยมอย่างชาญฉลาด แต่ยอมรับจำนำข้าวเป็นบาดแผล

กับคำถามที่ว่าหากสามารถแก้ไขภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยได้หนึ่งอย่างเพื่อสร้างการยอมรับในกลุ่มประชาชนที่ไม่นิยมเพื่อไทย อยากแก้ไขเรื่องใด ระหว่างการอยู่ใต้เงานายใหญ่, ระบบพรรคครอบครัว, ประชานิยมพ่นพิษ?

คุณหญิงสุดารัตน์ ยิ้มหวานรับคำถามหนัก ๆ ก่อนกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าทั้งหมดนี้เกิดจากมันสมองและการคิดนอกกรอบของคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นรากของพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน แต่ขณะนี้มาสู่บทบาทใหม่เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ไม่อนุญาตให้ ทักษิณ หรือครอบครัวบริหารจัดการพรรคแบบในอดีต

"แต่ก่อนคุณทักษิณอาจเข้ามาบริหารจัดการพรรคได้ถึงแม้ว่าตัวไม่อยู่ แต่ในปัจจุบันนี้กฎหมายได้ห้ามแล้ว ดังนั้นคุณทักษิณก็ไม่อยากทำอะไรที่ทำให้พรรคเกิดความเสียหายแน่"

ส่วนนโยบายประชานิยม หญิงหน่อย ขอท้าว่าพรรคต้นสังกัดของเธอไม่เคยแจกเงินให้กับประชาชนฟรี ๆ โดยไม่คำนึงถึงการก่อให้เกิดรายได้หรือทรัพย์สินใหม่ ๆ

"เราไม่เคยจ่ายเช็คช่วยชาติฟรี ๆ เราไม่เคยจ่ายเงินให้ประชาชนโดยไม่รู้ว่าจ่ายไปแล้วมันแค่เยียวยา เหมือนกับเราเป็นแผลถึงกระดูก แค่ทายาแดง อย่างนั้นประชาชนไม่หายจน.. สิ่งที่เราทำทุกครั้งเราใช้งบประมาณอย่างระมัดระวัง และต้องบอกว่าเราพยายามใช้งบประมาณอย่างชาญฉลาดเพื่อให้งบประมาณทุกเม็ดที่ลงไปมันไปถึงคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ"

ทว่าทัศนะของคุณหญิงสุดารัตน์ อาจขัดต่อภาพจำ-ความรับรู้ของสังคมเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมีอดีตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยต้องโทษจำคุกในคดีทุจริต ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

คุณหญิงหน่อย ขอให้แยกเรื่องนี้ออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนหลักการ เธอบอกว่าคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ชี้ว่าหลักการไม่ผิด

"ไม่ได้เป็นโครงการที่เสียหายหรือเป็นประชานิยมแบบมอมเมา มันคือการลงทุนแล้วได้ข้าว แล้วมาชะลอขายข้าวต่อ" แต่พอเกิดรัฐประหาร ทำให้ข้าวที่ค้างอยู่ขายไม่ได้ กว่าจะขายได้ก็ผ่านมาหลายปีและถูกตีเป็นราคาข้าวเน่า ทั้งที่เจ้าของโรงสี/ผู้เก็บข้าวบอกว่ายังเป็นของที่มีคุณภาพดี จึงเกิดการขาดทุนมหาศาลและบอกว่าเป็นความผิดของรัฐบาลในชุดนั้น

"ตรงนี้ถ้าพิสูจน์จริง ๆ ก็สามารถพิสูจน์ได้ และระบบที่เป็นอยู่ที่มีการรัฐประหารมันอาจจะพิสูจน์ไม่ได้ แต่ถ้าในระบบยุติธรรมปกติน่าจะพิสูจน์ได้นะคะ"

ส่วนที่สองคือส่วนปฏิบัติที่เกิดการรั่วไหล ในทุกโครงการมีทั้งนั้น ไปดูว่าผู้ปฏิบัติในแต่ละระดับมีปัญหาอย่างไร แต่ขอให้เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ได้มาตรฐาน

เมื่อถูกถามย้ำว่า ไม่ได้คิดว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นบาดแผลของพรรคเพื่อไทย?

"เป็น ๆ ๆ ค่ะ แน่นอน" คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบ แต่ย้ำว่าขบวนการที่เธอร่ายมาข้างต้นทำให้สังคมได้รับข้อมูลข่าวสารที่แตกต่างกันไป

หมายเหตุ : ติดตามรายงานพิเศษชุด "เลือกตั้ง 2562 : 5 คำถามแทงใจผู้นำพรรคการเมือง กับ 5 คำตอบโดนใจผู้อ่านบีบีซีไทย" ได้ทางยูทิวบ์ BBC News ไทย เราจะอัพเดทวิดีโอใหม่ทุกวันพุธ

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562