ไทยทำสถิติโลกจัดเลี้ยงข้าวเหนียวมะม่วง 4.5 ตัน หวังดึงนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าประเทศ หลังเกิดเหตุเรือล่มที่ภูเก็ต

ไทยจัดงานเลี้ยงข้าวเหนียวมะม่วง เมนูอาหารหวานชื่อดังของประเทศ แก่นักท่องเที่ยวจีน 10,000 คน พร้อมกับทำสถิติโลก 'จัดทำข้าวเหนียวมะม่วงที่ใหญ่ที่สุดในโลก' 4,500 กิโลกรัม หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น หลังจากเกิดเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อปีที่แล้ว จนทำให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 41 คน

"เขาทำของเขาเอง" เป็นส่วนหนึ่งของคำให้สัมภาษณ์ของพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับเหตุเรือล่มใกล้เกาะภูเก็ตเมื่อ 5 ก.ค. ปีที่แล้ว จนทำให้เกิดเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง คำพูดดังกล่าวถูกนำไปรายงานตามสื่อต่าง ๆ ของจีนและก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างมากในหมู่ชาวจีน และอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชาวจีนจำนวนมากไม่มาเที่ยวประเทศไทย

คำพูดนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะเรียกความเชื่อมั่นจากชาวจีนกลับคืนมาได้อย่างไร

พล.อ. ประวิตร ตอบว่า "คนจีนเป็นคนนำนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา เป็นเรื่องของนักท่องเที่ยวเขา เขาทำของเขาเอง เขาฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เราจะให้ไปเรียกความเชื่อมั่นได้อย่างไร"

การจัดงานที่มีชื่อว่า 'We Care About You' หรือแปลว่า เราห่วงใยคุณ ครั้งนี้จึงถูกมองว่า เป็นการ 'ง้อ' นักท่องเที่ยวจีนให้เดินทางมาประเทศไทย

ในงานนี้พล.อ. ประวิตร ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน โดยมีหยาง ซิน อัครราชทูตที่ปรึกษาของจีน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการประกาศผลการบันทึกข้าวเหนียวมะม่วงที่ใหญ่ที่สุดในโลกจาก กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ (Guinness World Records) ด้วย

ข้าวเหนียวที่ใช้คือ ข้าวเหนียวเขี้ยวงู จำนวน 1.5 ตัน และมะม่วงอีก 6,000 ลูก โดยเมื่อทำเสร็จแล้วมีน้ำหนักรวม 4.5 ตัน นอกจากนักท่องเที่ยวชาวจีน 10,000 คนที่เข้าร่วมงานแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญทั้งจากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

โลกโซเชียลคิดอย่างไร?

ขณะที่ผู้คนในโลกโซเชียล มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดงานนี้โดยบางคนได้พูดถึงความเหมาะสมของการใช้งบประมาณ

บางคนก็แซวเกี่ยวกับคำพูดของพล.อ. ประวิตร เกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีโรงแรมดุสิตดี2 ในเคนยา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่บางคนเห็นว่า การจะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาได้คือ ต้องสร้างความเชื่อมั่นด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัย ไม่ใช่การเลี้ยงข้าวเหนียวมะม่วง

ส่วนผู้ใช้งานทวิตเตอร์ @With_Wishlist เห็นว่า ควรจะใช้คำขอโทษที่จริงใจ