ไฟใต้ 15 ปี : ผู้แทนมาเลเซีย "มั่นใจ" เจรจาสันติภาพภาคใต้ของไทยจะ "คืบหน้า" ภายใน 2 ปี

ที่มาของภาพ, EPA
ผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยและผู้ก่อความไม่สงบภาคใต้ของไทยจากมาเลเซีย ให้คำมั่น "จะช่วยไทยทุกวิถีทางเพื่อสถาปนาสันติภาพอันแท้จริงขึ้นในภาคใต้ของไทย"
หลังการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกกับคณะผู้เจรจาของทางการไทยภายใต้ชื่อ คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัน สรี อับดุล ราฮิม บิน โมฮัมหมัด นูร์ (Tan Sri Abdul Rahim bin Mohd. Noor) หัวหน้าคณะผู้อำนวยความสะดวกของฝั่งมาเลเซีย แถลงในวันนี้ (4 ม.ค.) ว่าการเดินทางมากรุงเทพฯ ครั้งนี้เพื่อแนะนำตัวและพูดถึงแนวทางพื้นทางของการดำเนินงาน
เขายังได้แสดงทัศนะส่วนตัวไว้ว่า เขาคิดว่าการเจรจาสันติภาพใช้เวลามาเนิ่นนานเกินไป "เนิ่นนานอย่างไม่มีความจำเป็น" และ "เราควรจะย่นระยะเวลากระบวนการสร้างสันติภาพ เพื่อให้เกิดความสงบสุขอย่างแท้จริงขึ้น"

ที่มาของภาพ, EPA
สำนักงานเลขานุการคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้อ้างคำพูดของ นายอับดุล ราฮิม ว่า เขายินดีให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน โดยจะประสานงานกลุ่มผู้เห็นต่างที่มีความพร้อมเข้าร่วมพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับฝ่ายไทยก่อน เบื้องต้นมั่นใจว่าจะดำเนินการให้มีความคืบหน้าภายในระยะเวลา 1-2 ปี
นายอับดุล ราฮิม วัย 75 ปี ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจาก ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้เข้ามามีบทบาทนำสันติสุขมาสู่ชายแดนมาเลเซีย-ไทย เพราะมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เพราะเขาเคยทำงานด้านนี้มาก่อนตั้งแต่ที่เป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาเลเซีย
ในขณะที่ฝ่ายไทยนั้น พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ได้รับเลือกจากพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ให้เข้ามาทำหน้าที่แทน พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยฯ คนเก่า
โดยที่ พล.อ. อุดมชัย เดิมก็เคยเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ในอดีตมาด้วยเช่นกัน
"หลักการทำงานก็คือ เป็นเรื่องปัญหาภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะมีหลักการของการกระจายอำนาจภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมก็ดี ภายใต้หลักกติกาสากลก็ดี... แต่สุดท้ายแล้วต้องไม่นำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน" พล.อ. อุดมชัยชี้แจงหลังการหารือ

ที่มาของภาพ, BRN
"เราเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ ที่จะเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้กับผู้เห็นต่างให้มาพูดคุย มีเสรีภาพแสดงความคิดเห็น และเขายังกล่าวอีกว่า "ไม่ควรใช้การเร่งรัด เพราะว่าในระยะยาวเราอยากจะออกจากความขัดแย้งโดยไม่มีการบังคับขู่เข็ญ เป็นการเห็นร่วมกันระหว่างเราและกลุ่มที่เห็นต่าง มากกว่าใช้ความรุนแรง หรือการบังคับจากผู้อำนวยความสะดวก"
"ผมไม่อยากให้มาเลเซียใช้มาตรการบังคับ เพราะน่าจะเป็นการพูดคุยกันอย่างเคารพในศักดิ์ศรีของทุกฝ่าย"
อย่างไรก็ตาม อับดุล ราฮิม ก็เตือนว่า ถ้าหากไทยมัวแต่รอกลุ่มหัวรุนแรงซึ่งเป็น "พวกที่ไม่ยอมเจรจา ให้เข้ามาในกระบวนการสันติภาพก็จะใช้เวลานานเกินไป"
"เพราะก่อนหน้านี้เราก็ได้พยายามที่จะให้เขาเข้ามาเจรจาแล้วในสมัยที่ท่านอุดมชัยเป็นหัวหน้าคณะในครั้งแรก แต่ก็พวกเขาก็หนีหายไปถึงสองครั้งสองครา"
หัวหน้าทีมประสานงานจากมาเลเซียยังได้ย้ำอีกว่า "เราไม่รู้จริง ๆ ว่าพวกหัวรุนแรงกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่รู้เลยว่าเขาอยากจะเรียกร้องสิ่งใดต่อรัฐบาลไทยก่อนที่พวกเขาจะยุติการต่อสู้"
ขณะที่พล.อ. อุดมชัยกล่าวว่า เชื่อว่าไม่นานกลุ่มหัวรุนแรงที่ปฏิเสธการเจรจาก็จะต้องเข้ามาร่วมด้วย เพราะสันติภาพเป็นความต้องการของประชาชน "ระยะเวลาหนึ่ง ในเมื่อเป็นความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่... ถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับประชาชนส่วนใหญ่ เขาคงอ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชนไม่ได้ ประชาชนไม่ยอมรับ เขาก็คงต้องตกขอบไป คงบังคับบัญชาอะไรในประเทศไทยไม่ได้"
ก่อนการประชุมไม่กี่ชั่วโมง กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี หรือบีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani : BRN) ได้อ่านแถลงการณ์ทางยูทิวบ์ความยาว 11 นาทีเป็นภาษามลายู และออกเอกสารแถลงข่าวความยาว 2 หน้าเป็นภาษาอังกฤษ ประกาศความสำเร็จของการต่อสู้กับรัฐบาล "สยาม" และยืนยันว่าจะต่อสู้ต่อไปเพื่ออิสรภาพ แต่เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเปิดโอกาสให้นานาชาติ เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

ที่มาของภาพ, BRN

ที่มาของภาพ, BRN










