เจรจาดับไฟใต้ ไปต่ออย่างไรในช่วงท้ายรัฐบาลทหารไทย

มหาเธร์

ที่มาของภาพ, NurPhoto via Getty Images

มหาเธร์เยือนไทยสัปดาห์หน้าพร้อมพาผู้ประสานงานเจรจาดับไฟใต้คนใหม่มาแนะนำ ส่วนรัฐบาล คสช. เตรียมตั้งคณะทำงานใหม่ภายใต้แม่ทัพภาค 4 คนใหม่

ดร. มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีวัย 93 ปี ของมาเลเซีย มีกำหนดการเยือนประเทศไทยระหว่าง 24-25 ต.ค. เพื่อเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล หารือความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ วัย 98 ปี ซึ่งทั้งคู่มีความคุ้นเคยกันตั้งแต่สมัย พล.อ.เปรม เป็นนายกรัฐมนตรี

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของไทยและด้านการทูตของมาเลเซียยืนยันกับบีบีซีไทยว่า การมาเยือนครั้งนี้ ดร. มหาเธร์จะพา ตัน สรี อับดุล ราฮิม บิน โมฮัมหมัด นูร์ (Tan Sri Abdul Rahim bin Mohd. Noor) ผู้ทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวกของฝั่งมาเลเซีย ในการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับฝ่ายผู้เห็นต่างที่เรียกตัวเองว่า มารา ปาตานี ร่วมคณะมาด้วย

อับดุล ราฮิม วัย 75 ปี เป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาเลเซีย เขาได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจาก ดร.มหาเธร์ตั้งแต่อดีต จนเมื่อมารับตำแหน่งนายกฯ อีกครั้ง เมื่อปลายเดือน ส.ค. ดร.มหาเธร์ แต่งตั้งเขา ให้เข้ามามีบทบาทนำสันติสุขมาสู่ชายแดนมาเลเซีย-ไทย

ไม่ถึงเดือนหลังได้รับแต่งตั้ง อับดุล ราฮิม เชิญนายกัสตูรี มาโกตา (Kasturi Mahkota) ประธานกลุ่มพูโล ซึ่งเป็น 1 ใน 5 กลุ่มของแนวร่วมมารา ปาตานี เข้าพบ ซึ่งเว็บไซต์ข่าว Malaysiakini อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายกัสตูรีว่า การเข้ารับตำแหน่งของอดีตนายตำรวจผู้นี้ ทำให้เขาคาดว่าจะได้เห็นความคืบหน้าครั้งใหญ่ของกระบวนการเจรจาในเร็ว ๆ นี้ โดยทางพูโลจะมุ่งประเด็น "หยุดยิงแบบเต็มรูป" เป็นประเด็นหลักแรก ๆ ในโต๊ะเจรจา แต่ระหว่างนั้น การปะทะ-โจมตีด้วยอาวุธจะยังไม่หยุดแบบทันทีทันใดแม้เมื่อมีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว

"ตามที่ผมเข้าใจ หากว่าทุกอย่างเป็นไปได้ดี ในเวลา 5-6 เดือนหลังจากนี้เราจะสามารถบรรลุความเข้าใจ เพื่อที่จะนำไปสู่โต๊ะเจรจาได้"

หลังจากนั้น เขาได้มาเยือนไทยอย่างไม่เป็นทางการเพื่อแนะนำตัวกับผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหาร และฝ่ายความมั่นคงของไทยไปแล้วเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน

ผ่านด่านอันวาร์ได้

วันหนึ่งในปี 2541 อับดุล ราฮิม ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติปล่อยหมัดชกเบ้าตาอันวาร์ อิบราฮิมในที่คุมขัง หลังอดีตรองนายกฯ ถูก มหาเธร์ โมฮัมหมัด ขับออกจากพรรคและตั้งข้อหาหนัก

ภาพอันวาร์ชูกำปั้นพร้อมด้วยเบ้าตาดำคล้ำกลายเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ทางการเมืองของฝ่ายค้าน ส่วนอับดุล ราฮิม ลาออกจากตำแหน่ง ก่อนจะถูกศาลตัดสินจำคุกสองเดือนข้อหาทำร้ายร่างกาย

20 ปีผ่านไป มหาเธร์กลับครองอำนาจอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาสงบศึกกับอันวาร์ และยังได้ประกาศให้อันวาร์สืบทอดอำนาจ และชื่อของอับดุล ราฮิม ที่เกษียณอายุมาเกือบสองทศวรรษ ก็กลับเข้ามาอีก

ข่าวการแต่งตั้งอับดุล ราฮิมเป็นหัวหน้าคณะอำนวยความสะดวกในการเจรจาสันติสุขภาคใต้ระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มมารา ปัตตานี ทำให้ทั้งฝ่ายไทยและมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาต้องเคลื่อนไหวกันยกใหญ่ ทั้งค้นหาว่าเขาเป็นใคร และมีเครือข่ายใกล้ชิดกับใครบ้าง

ที่มาเลเซีย นูรุล อีซา รองประธานพรรค Parti Keadilan Rakyat (PKR) บุตรสาวอันวาร์ ทวีตว่า เธอรับไม่ได้ที่มีการแต่งตั้งผู้ที่ทำร้ายร่างกายคนบริสุทธิ์ที่ไม่มีทางสู้มารับตำแหน่งนี้ นอกจากนูรุลแล้ว ยังมีนักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลรุ่นหนุ่มสาวบางรายออกมาประสานเสียงคัดค้าน รวมทั้งนักการเมืองจากพรรคเบอร์ซาตูของมหาเธร์เอง

บุตรสาวของอันวาร์

ที่มาของภาพ, Pacific Press/LightRocket via Getty Images

คำบรรยายภาพ, นูรุล อีซา รองประธานพรรค Parti Keadilan Rakyat (PKR) บุตรสาวอันวาร์ "รับไม่ได้" ที่มีการแต่งตั้งผู้ที่ทำร้ายร่างกายบิดาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ

อย่างไรก็ตาม แรงต่อต้านจากคนรุ่นใหม่ไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนตัวขึ้น เสียงที่มีน้ำหนักมากที่สุดก็คือ อันวาร์ที่เป็นคู่กรณีกัน ก็ไม่ได้แสดงการคัดค้าน เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมาเลเซียว่า แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะแสดงถึงพฤติกรรมอันเป็นอาชญากรรม แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับปัญหาระหว่างเขากับอับดุล ราฮิม ให้นายก ฯ มหาเธร์ตัดสินใจตามที่เห็นว่าเหมาะสมจะดีกว่า

ขณะที่อดีตนายตำรวจใหญ่ก็พูดสั้น ๆ ว่า "อดีตคืออดีต"

ลึกซึ้งปัญหาชายแดนไทย-มาเลย์

ก่อนที่อับดุล ราฮิม จะรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เขาเคยเป็นผู้บัญชาการหน่วย Special Branch (SB) หรือเทียบเคียงได้กับสันติบาลของไทย ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับความมั่นคงทั้งหมด รวมทั้งปัญหาชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งประสบการณ์นี้น่าจะทำให้ทำหน้าที่อำนวยการเจรจาสันติภาพเดินหน้าไปได้ด้วยดี

นักวิเคราะห์การเมืองมาเลเซียรู้ดีว่า ในระบบเผด็จการรัฐสภาแบบมาเลเซียที่ผ่านมาในอดีต ฝ่ายความมั่นคงที่มีอิทธิพลสูงสุดคือสถาบันตำรวจ หาใช่ทหารเหมือนประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศไม่ Special Branch ยุคเก่ามีอำนาจทางการเมืองในฐานะผู้ให้คำแนะนำด้านความมั่นคงแก่รัฐบาล และมีอำนาจทางปฏิบัติในการจัดการกับผู้เป็นภัยความมั่นคงทุกกลุ่มตั้งแต่นักกิจกกรรมการเมือง นักศึกษา ฝ่ายค้าน ไปจนถึงผู้ก่อการร้าย และก็น่าจะเป็นหน่วยงานข่าวกรองมาเลเซียที่รู้เรื่องชายแดนไทย-มาเลเซียมากที่สุด

ในช่วงเป็นผู้บัญชาการ Special Branch อับดุล ราฮิม ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะเจรจาสันติภาพฝ่ายมาเลเซียกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งมลายานำโดย จีน เป็ง ชาวปีนัง โดยมีไทยเป็นตัวกลางและมีตัวตั้งตัวตีคือ พล.อ.กิตติ รัตนฉายา แม่ทัพภาคที่ 4 ในขณะนั้น

การเจรจาประสบความสำเร็จ นำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพหาดใหญ่ พ.ศ. 2532 พรรคคอมมิวนิสต์มลายายอมวางอาวุธแล้วตั้งหลักแหล่งในไทย จีน เป็งเสียชีวิตจากโรคชราในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศมาเลเซีย

ด้วยประสบการณ์เช่นนี้เอง ทำให้นายตำรวจเจ้าของหมัดประวัติศาสตร์ผู้นี้ คือความไว้วางใจจากนายกฯ มหาเธร์

กระบวนการเจรจาสันติสุขของไทย

โครงสร้างของหน่วยงานที่แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยหลังที่รัฐบาลทหารเข้ามาควบคุมอำนาจการบริหาร ยังคงใช้กลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค.4 สน.) มีแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค4 สน. เป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบังคับบัญชา และ บูรณาการงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตลอดการทำงานของ คสช. 4 ปี ภายใต้การทำงานของแม่ทัพภาคที่ 4 ต่างเดินตามนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาภาคใต้ คนปัจจุบันคือ พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งไปไม่นานนี้ก็คงจะเดินทางนโยบายของ คสช. ต่อไปเช่นกัน

ชาวมุสลิม

ที่มาของภาพ, Getty Images

สภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งได้จัดทำนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2560-2562 ยึดแนวทางการแก้ปัญหาตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2560-2564 ที่กำหนดเป้าหมายมุ่งไปสู่การขจัดปัญหาที่เป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อการใช้ความรุนแรงทั้งในระดับบุคคล ระดับโครงสร้างและระดับวัฒนธรรม ครอบคลุมทั้งในมิติของงานความมั่นคง งานพัฒนาและงานอำนวยความยุติธรรม กำหนดกรอบเวลาการแก้ไขปัญหาไว้ 3 ระยะ 3 ขั้น ปัจจุบันกำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ขั้นที่ 3 คือการเสริมสร้างสันติสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำความก้าวหน้าด้วยการแก้ไขปัญหาด้วยสถิติตัวเลขของเหตุการณ์ และความสูญเสียที่ลดลง

นอกจากนั้น รัฐบาลยังได้ตั้งคณะผู้แทนพิเศษ หรือคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า (คปต.ส่วนหน้า) เข้ามาทำหน้าที่ขับเคลี่อนงานแก้ไขปัญหาให้รวดเร็ว ลดข้อติดขัดที่ หลายกระทรวง ทบวง กรม เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษคนแรก และ ปัจจุบันมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่ดังกล่าว

ขณะที่ กลไกพิเศษอย่างคณะพูดคุยสันติสุข จชต. ยังให้ พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ ได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง กับกลุ่มมารา ปาตานี ที่มีผู้แทนจากกลุ่มผู้เห็นต่างเข้ามาพูดคุยหลายกลุ่มในนามกลุ่ม

สัญญาณบวกจาก"มาเลเซีย"

หากย้อนกลับไปการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถือเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลมุ่งหวังว่าจะทำให้เกิดความสงบอย่างยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลยืนยันหลายครั้งโดยอ้างอิงจากจากสถิติ ตัวเลข ซึ่งบ่งชี้ในทางบวก ส่งผลให้มีการ"ถอนทหารหลัก" ในบางอำเภอออกไป และเปลี่ยนกำลังประจำถิ่นเข้ามาแทน รวมถึงการลดการใช้กฎหมายพิเศษในบางพื้นที่

เจ้าหน้าที่ไม่อยากให้ด่วนสรุปว่าเหตุการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วง เม.ย. 2561 เป็นฝีมือของผู้เห็นต่างหรือไม่

ที่มาของภาพ, JASON SOUTH/FAIRFAX MEDIA

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ไม่อยากให้ด่วนสรุปว่าเหตุการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วง เม.ย. 2561 เป็นฝีมือของผู้เห็นต่างหรือไม่

แต่ก็ดูเหมือนว่ายังมีสัญญาณจากหน่วยข่าวความมั่นคงที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่า ปรากฎการณ์เหล่านี้จะเป็น "ของจริง" แต่เป็นการ"การอำพราง" ของขบวนการก่อความไม่สงบฯ เพื่อรอจังหวะทางการเมืองทั้งของประเทศไทย และมาเลเซีย ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน

พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ อดีตนายทหารที่มีบทบาทสำคัญในการเจรจาสันติภาพกับ จคม. ระบุว่า อับดุล ราฮิม มีประสบการณ์ทำงานกับอดีตทหารไทย ชั่วโมงบินสูง การเปลี่ยนตัวให้เขามาทำหน้าที่สำคัญ ส่งสัญญาณว่า "มหาเธร์ เอาจริง หากปัญหาจบ ไทย ละมาเลเซียจะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และเชื่อว่างานจะเดินหน้าอย่างรวดเร็ว และเห็นผล เพราะสันติบาล หน่วยที่เขาคุ้นเคยเป็นหน่วยงานที่เข้าถึงบีอาร์เอ็น"

แหล่งข่าวระดับสูงยืนยันว่าอับดุล ราฮิม เดินทางมาประเทศไทยเมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และได้เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อแนะนำตัว และพูดคุยถึงแนวทางการทำงานของคณะพูดคุยสันติสุขฯ หลังจากที่ได้ไปคุยกับแกนนำคนสำคัญของ บีอาร์เอ็น และ พูโล และรับทราบข้อมูลในเบื้องต้นมาแล้ว

มหาเธร์

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, มหาเธร์พบประชาชน

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุกับบีบีซีไทยเพียงว่า " ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ" เรื่องกำหนดการเดินทางมาเยือนไทยของ ดร.มหาเธร์

ยกเครื่อง"ทีมดับไฟใต้"ทั้งแผง

การเตรียมการเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเข้าสู่โรดแมปการเลือกตั้ง จึงถูกออกแบบให้มีการ "เปลี่ยนทีมใหม่" เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ และสอดคล้องกับทิศทางการแก้ไขปัญหาที่เน้นการ "เจรจา" นำไปสู่ความสงบอย่างยั่งยืน

เริ่มจากข้อเสนอของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีการเสนอชื่อ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เข้ามาทำหน้าที่แทน พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยฯ คนเก่า หลังจากก่อนหน้านี้ก็มีชื่อ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ พล.อ.ชรินทร์ อมรแก้ว ซึ่งมีประสบการณ์ในการเจรจาสันติภาพ ทั้งทางเปิดและทางลับมาแล้ว

นายสุกรี ฮารี (คนกลาง)

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, นายสุกรี ฮารี (คนกลาง) ผู้นำฝ่ายเห็นต่างที่เรียกตัวเองว่า "มารา ปาตานี" อ่านแถลงการณ์ 4 ข้อถึงรัฐไทย เมื่อ 23 มี.ค. 2561

สำหรับ พล.อ.อุดมชัย ถือเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ที่อยู่ในพื้นที่มานาน ปัจจุบันอยู่ใน คปต.ชุดที่ 5 และยังเป็นที่ปรึกษา ของ ผอ.รมน.ภาค 4 สน. พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) คนใหม่ โดยทีมงานของแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้นี้ ยังมีชี่อของ พล.อ.สำเร็จ ศรีหร่าย และ พ.อ.สมเดช โยธา ซึ่งถือเป็นสำนักคิดที่เกาะติดความเคลื่อนไหวของขบวนการบีอาร์เอ็น หลังจากเหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็งเมื่อปี 2547 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นคนละฐานข้อมูลและ แนวคิดของ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 คนเก่า

การปรับรูปโฉม "ทีมงาน"หัวหน้าพูดคุยสันติสุข อาจเป็นภาพทางการเมืองที่รัฐบาลมุ่งหวังให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหานี้ หลังจากที่ผ่านมา 4 ปี ยังไม่บรรลุเป้าหมาย เพราะนั่นหมายถึงความสำเร็จ ที่นำไปใช้เป็นคะแนนเสียงในการเลือกตั้งได้ไม่ยาก โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพรรคเกิดใหม่อย่าง "ประชาชาติ" ทีมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง 1 ใน 5 คณะพูดคุยสันติภาพ ยุค "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็นคนริเริ่มร่วมกับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร

ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ถือเป็น "ทีมใหม่" ที่ต้องทำงานต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ทั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ ซึ่งต้องความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี รวมถึง แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ ที่จะทำหน้าที่ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พล.ร.ต.สมกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ได้รับการโอนย้ายมาทำหน้าที่เมื่อไม่นานมานี้ รวมถึง พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ก็จะอยู่ในราชการไปอีก 1 ปีพอดี ทั้งหมดนี้เรียกว่า เป็นทีมเดียวกัน

"4-5 ปีแรกสำหรับการพูดคุยสันติสุข เป็นการเริ่มต้นจัดระบบ และ กระบวนการต่างๆ ระหว่างนโยบายกับ ฝ่ายปฏิบัติ กองกำลังในพื้นที่ ทหาร ซึ่งยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่สลับซับซ้อน กว่าจะตกผลึกก็ต้องใช้เวลา ซึ่งพล.อ.อักษรา เกิดผล ก็ทำหน้าที่หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข ได้ดีมาก แต่ผู้อำนวยความสะดวกคนเดิมยังเข้าไม่ถึงแกนจริง ๆ ของบีอาร์เอ็น แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ มหาเธร์ เข้ามาเต็มตัว และเต็มที่กับเรื่องนี้ อีกทั้งการเมืองของมาเลเซียก็เปลี่ยนแปลง ฝ่ายค้านทางตอนเหนือของมาเลเซียไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล กลายเป็นว่าโอกาสเปิดในการทำงานกับไทยมากขึ้น"

ที่ปรึกษาของ พล.อ.ประวิตร ที่ดูภาพรวมความมั่นคง ยังระบุว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเลือกตั้ง รัฐบาลไทยก็ต้องการทำเรื่องนี้ให้ยุติ เป็นบทสรุปของ 5 ปี ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องของคะแนนนิยมด้วย แต่ตอนนี้ถือว่าพร้อมทุกอย่างขับเคลื่อนไปในทางบวก เรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีการเขียนชัดเจนไม่ให้มีการแบ่งแยกดินแดน การบริหารและการปกครองในพื้นที่จะเป็นอย่างไรน่าจะชัดขึ้น โดยจะมีการปรับโครงสร้าง กอ.รมน. และ ศอ.บต. ตามแนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ให้นโยบายไว้ เพื่อให้งานเป็นเนื้อเดียวกัน ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ ยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่วางไว้ ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การพูดคุยที่เขาน่าจะรับได้กับสิ่งที่รัฐบาลกำลังออกแบบอยู่ โดยอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ