Exclusive: หัวหน้าทีมมารา ปาตานี หมดหวังรัฐบาล หวังพึ่งพระบารมี ร. 10

คำบรรยายวิดีโอ, หัวหน้าทีมมารา ปาตานี หมดหวังรัฐบาล หวังพึ่งพระบารมี ร.10

เป็นเวลา 2 ปี 7 เดือน ที่กระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินการมาเกินกว่า "ครึ่งเทอม" ของอายุรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทว่าโรดแมป "คืนความสุขให้พื้นที่ปลายด้ามขวาน" ยังก้าวไปไม่ถึงครึ่ง โดยมีย่างก้าวที่สำคัญอย่างการกำหนด "พื้นที่ปลอดภัย" (Safety Zone) รออยู่

แม้คณะทำงานพูดคุยสันติสุขฯ ฝ่ายไทย ที่มี พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะ ระบุว่า เตรียมเปิดเผยชื่ออำเภอนำร่องที่ถูกเลือกให้เป็น "พื้นที่ปลอดภัย" ในเดือน เม.ย. นี้ หลังได้ข้อสรุปร่วมกับฝ่ายผู้เห็นต่างที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "มารา ปาตานี" (MARA Patani) ที่มี สุกรี ฮารี เป็นหัวหน้าคณะ โดยชัดเจนทั้ง "นิยาม-เงื่อนไข-ตัวชี้วัด" ลงตัว ถึงขั้นกางปฏิทิน-แผนงานออกมาโชว์สื่อ

แต่ระหว่างนี้ได้เกิด "คิวแทรก" ขึ้นจากบทบาทของ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ทั้งการชิงกำหนดพื้นที่ปลอดภัย 14 เขต และการประกาศ "รีเซ็ต" รูปแบบโครงการ "พาคนกลับบ้าน" ที่เปิดให้แนวร่วมขบวนการก่อความไม่สงบเข้ามอบตัวกับทางการไทย

นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ สุกรี ฮารี กับสมาชิกกลุ่มมารา ปาตานี อีก 2 คน ต้องออกมาตั้งโต๊ะอ่านแถลงการณ์ 4 ข้อถึงรัฐไทย เมื่อเช้าวานนี้ (23 มี.ค.)

มาราฯ ไม่วิเคราะห์ปมทหารไทยเล่น 2 บท

สุกรีชี้ว่า บทบาทของแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ "ก่อให้เกิดความระส่ำระสายในพื้นที่" และ "เกิดการสวนทางของกระบวนการสร้างสันติภาพ"

ฝ่ายประชาสัมพันธ์สำนักเลขาธิการคณะกรรมการพูดคุยสันติสุขฯ

ที่มาของภาพ, สำนักเลขาธิการคณะกรรมการพูดคุยสันติสุขฯ

คำบรรยายภาพ, (ซ้ายมือ) พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะทำงานพูดคุยสันติสุขฯ ฝ่ายไทย เคยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดตั้งคำถามเรื่องการเป็น "ตัวจริง" ของมาราฯ

อย่างไรก็ตามเขาขอสงวนข้อวิเคราะห์ว่าปรากฏการณ์ "แบ่ง 2 ขั้ว-เล่น 2 บท" ของ "ทหารไทย" อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ใด แต่ได้ตั้งคำถามเรื่องความไม่เป็นเอกภาพของฝ่ายรัฐไทยกลับไปยังผู้นำสูงสุดของรัฐบาล คสช. ที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งที่คำถามข้อนี้เคยเป็น "คำถามหลัก" ถึงฝ่ายมารา ปาตานี เนื่องจาก 3 จาก 7 สมาชิกกลุ่มมารา ปาตานี ที่แสดงตนว่าเข้าร่วมกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ในฐานะตัวแทนกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ หรือบีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional - BRN) ถูกเพื่อนร่วมองค์กรปฏิเสธความเป็น "ตัวแทน" และเรียกร้องให้รัฐไทยเปิดเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็น "ตัวจริง" โดยตรง

ยืนยันความเป็น "ตัวจริง" และ "เป็นหนึ่งเดียว"

นี่เป็นครั้งแรกที่สุกรี ฮารี ยอมเปิดหน้าให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สื่อมวลชน และเป็นครั้งแรกที่เขายอมเปิดปากตอบข้อซักถามด้วยภาษาไทยผ่านบีบีซีไทย แม้พูดช้า ๆ กว่าปกติเล็กน้อย แต่ชัดเจนในคำตอบ

สุกรี ฮารี หารือกับ อาหามัด ชูโว ซึ่งทั้งคู่เป็นสมาชิกบีอาร์เอ็นที่ร่วมโต๊ะพูดคุยกับรัฐไทย

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, สุกรี ฮารี (ขวา) หารือกับ อาหามัด ชูโว ซึ่งทั้งคู่เป็นสมาชิกบีอาร์เอ็นที่ร่วมโต๊ะพูดคุยกับรัฐไทย

เขาเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการอธิบายสาเหตุที่ทำให้ข้อสงสัยเรื่อง "ตัวจริง-ตัวปลอม" ไม่เคยจางหายไปจากกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

"องค์กรบีอาร์เอ็นเป็นองค์กรหลัก องค์กรอยู่ใต้ดิน ส่วนมากคนจะรู้จักบีอาร์เอ็นหลังเกิดเหตุการณ์ปิเหล็ง (เหตุปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ต.ปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อปี 2547) และไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นตัวบีอาร์เอ็น คนนี้หรือคนไหน เพิ่งจะรู้ในระยะหลัง ๆ นี้เอง" สุกรีกล่าว

ก่อนขยายรายละเอียดว่า สมาชิกบีอาร์เอ็นจะถือหลักเรื่อง "ความเป็นหนึ่ง" ไม่แตกแยก มาเป็นอันดับแรก และยังต้องปฏิบัติตาม "บัญญัติ 10 ประการ" ซึ่งหนึ่งในนั้นระบุว่าใครจะทำอะไรเพื่อให้ประโยชน์แก่บีอาร์เอ็น หรือมีผลประโยชน์ตอบแทนบีอาร์เอ็น ก็ทำได้เลย แม้จะเป็นสมาชิกระดับข้างล่าง

เหตุความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอด แม้จะมีการพยายามเจรจาความสงบ

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, เหตุความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอด แม้จะมีการพยายามเจรจาความสงบ

"ผมไม่มีความแปลกใจที่หลาย ๆ คนมาพูดอย่างนั้นอย่างนี้ ผมว่าคนที่ออกมาพูดไม่รู้จักบีอาร์เอ็นที่แท้จริง เพราะความลับของบีอาร์เอ็นมีอีกมากมายที่คนไม่รู้ ขนาดผมเป็นสมาชิกบีอาร์เอ็น ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่รู้" สุกรี ผู้เป็นสมาชิกบีอาร์เอ็นตั้งแต่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันกว่า 40 ปี กล่าว

"ฉันทานุมัติของบีอาร์เอ็น ไม่มีใครรู้"

ความเป็นองค์กรใหญ่ มีสมาชิกที่มีพื้นเพด้านการศึกษาหลากหลาย คือปัจจัยที่หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ ฝ่ายมารา ปาตานี เห็นว่าทำให้เกิดความคิดเห็นไม่ตรงกันของสมาชิกกลุ่มต่าง ๆ

จึงไม่แปลกหากตัวแทนบีอาร์เอ็นใต้ร่มมารา ปาตานี จะถูกตั้งคำถามเนือง ๆ ว่าได้รับฉันทานุมัติจากขบวนการต้นสังกัดหรือยัง ก่อนร่วมโต๊ะเจรจากับรัฐไทย

มารา ปาตานี ออกแถลงการณ์ 4 ข้อถึงรัฐไทย โดยเปิดแถลงข่าว ณ บ้านหลังหนึ่งในเมืองโกตาบาลู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, มารา ปาตานี ออกแถลงการณ์ 4 ข้อถึงรัฐไทย โดยเปิดแถลงข่าว ณ บ้านหลังหนึ่งในเมืองโกตาบาลู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

"คำว่า 'ฉันทานุมัติ' ของบีอาร์เอ็น ไม่มีใครรู้ เพราะบีอาร์เอ็นเป็นองค์กรหลัก ใครจะไปรู้ว่าคนนี้มีฉันทานุมัติของบีอาร์เอ็น คนที่พูดออกมาว่าไม่มีฉันทานุมัติของบีอาร์เอ็น ผมว่าคนที่พูดออกมา พูดลอย ๆ ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน บีอาร์เอ็นไม่ใช่องค์กรเปิดเผย บีอาร์เอ็นทำอะไรไม่มีหลักฐานที่จะปรากฏให้สาธารณะรู้ บีอาร์เอ็นได้ดำเนินการมาเป็นสิบ ๆ ปี รัฐบาลถึงได้รู้ เพราะสมาชิกของบีอาร์เอ็นแต่ละระดับก็จะไม่รู้เรื่องของระดับบน ๆ ขึ้นไป" สุกรีระบุ

น่าสนใจว่าแล้วสมาชิกบีอาร์เอ็นรายนี้นิยามตัวเองว่าอยู่ "ปีกการเมือง" หรือ "ปีกทหาร" เพราะนั่นอาจหมายถึงศักยภาพในการควบคุมกองกำลังในพื้นที่ สุกรีปฏิเสธจะตอบคำถามนี้ โดยให้เหตุผลว่า "นี่เป็นความลับของบีอาร์เอ็น"

"บีอาร์เอ็นมาราฯ บีอาร์เอ็นนอกมาราฯ เป็นหนึ่งเดียว"

ในขณะที่สุกรีกำลังสวมบทบาทหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ ฝ่ายมารา ปาตานี ได้มีกระแสข่าวปรากฏเป็นระยะ ๆ ว่า อับดุลเลาะ หรือ ดูลเลาะ แวมะนอ บุคคลที่เชื่อกันว่าเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของขบวนการบีอาร์เอ็น ได้รับการติดต่อให้ร่วมวงพูดคุยกับรัฐไทยด้วย ทว่าสุกรีบอกเพียงว่า "ยังไม่มีข้อมูล"

ทหาร

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ภาพทหารยืนรักษาความปลอดภัยเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างชินตาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

สำหรับเขา "แม้คนจะเรียกบีอาร์เอ็นมาราฯ บีอาร์เอ็นนอกมาราฯ ก็เป็นหนึ่งเดียว เพียงแต่เป็นความคิดต่างเท่านั้นเอง เพราะบีอาร์เอ็นคือประสบการณ์การแตกแยกสมาชิกในสมัยก่อน แต่กลับมาเป็นหนึ่งอีกครั้งหนึ่งเพื่อรวมพลังกันต่อสู้กับรัฐไทยให้สำเร็จ"

คำถามเรื่องความเป็น "ตัวจริง" ของมารา ปาตานี ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในหมู่ผู้เห็นต่างเท่านั้น แต่ยังดังขึ้นจากบรรดาผู้สังเกตการณ์กระบวนการสันติสุขชายแดนภาคใต้ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เคยออกมาระบุถึงการใช้พื้นที่ปลอดภัยเป็นเครื่อง "แสดงศักยภาพของผู้ที่มาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐ" และเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็น "ตัวจริง" ของบรรดาแกนนำขบวนการทั้ง 6 กลุ่มที่อยู่ใต้ร่มมารา ปาตานี ว่าอยู่ในสถานะ "กดปุ่ม-สั่งการ" กองกำลังได้จริงหรือไม่ แต่สุกรีเห็นว่าการทำให้ประชาชนทั้งหลายเชื่อมั่นในมารา ปาตานี จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อรัฐบาลไทยยินยอมลงนามความตกลงร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยประชาชนจะเป็นผู้ประเมินความจริงใจและจริงจังจากการตกลงร่วมกัน

มีความหวัง ร. 10 พระองค์เดียวแก้ปัญหาชายแดนใต้

ในฐานะผู้ร่วมวงพูดคุยสันติสุข 2 ครั้ง ทั้งในยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เริ่มต้นปี 2556 และยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่เริ่มต้นปี 2558 แสดงความเชื่อมั่นต่อกระบวนการรอบหลังมากกว่า

ฮัสซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ลงนามข้อตกลงสันติภาพกับทางการไทยเมื่อปี 2556

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ฮัสซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น (ขวา) ร่วมลงนามข้อตกลงสันติภาพกับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. เมื่อปี 2556

"ผมมั่นใจในรัฐบาลทหารมากกว่ารัฐบาลประชาธิปไตย เพราะว่าเราคุยในรัฐบาลประชาธิปไตย การจะผ่านเรื่องใด ๆ เป็นเรื่องยาก ต้องมีขั้นตอน ต้องผ่านสภา แต่รัฐบาลทหาร ถ้าเขาจะให้ ก็ให้เลย อะไรทำได้ ทำเลย"

นี่คล้ายเป็นเรื่องย้อนแย้ง เพราะโดยทั่วไปสันติภาพมักเกิดขึ้นในบรรยากาศประชาธิปไตย แต่ในความคิดของสุกรีคือถ้ารัฐบาลทหารชุดนี้มีความจริงใจจริง ๆ เขาทำได้ทุกอย่าง ทว่าสิ่งที่เขาพบในวันนี้คือ "รัฐบาลไม่นิ่ง" นโยบายจากส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคไม่ประสานงานกันเพื่อแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง

"บางทีผมคิดไปคิดมา เป็นความหวัง... รัชกาลที่ 10 ทรงนี้มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ถ้ารัฐบาลเป็นอย่างนี้ ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ นอกจากรัชกาลที่ 10 พระองค์เดียวที่จะแก้ปัญหาให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด" สุกรีกล่าวทิ้งท้าย บทสนทนากับบีบีซีไทย