"พรรคลูกหลานทักษิณ" : อดีต บก.บางกอกโพสต์ร่วมงานไทยรักษาชาติ ขอเป็น “กระบอกเสียงฝ่ายประชาธิปไตย”

อุเมส ปานเดย์ (คนขวาสุด) ถ่ายรูปร่วมกับสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติคนอื่น ๆ

ที่มาของภาพ, พรรคไทยรักษาชาติ

คำบรรยายภาพ, อุเมส ปานเดย์ (คนขวาสุด) ถ่ายรูปร่วมกับสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติคนอื่น ๆ

แม้หน้าตาเป็นหนุ่มอินเดีย แต่ อดีต บก. บางกอกโพสต์ ยืนยันว่าเขาถือสัญชาติไทย เสนอตัวเป็น "กระบอกเสียงฝ่ายประชาธิปไตย" และ "เปลี่ยนความคิดของคนไทยที่มีต่อคนเชื้อสายอินเดียในไทย"

นายอุเมส ปานเดย์ อดีตบรรณาธิการ (บก.) หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ วัย 44 ปี เป็นหนึ่งในบุคคลที่เดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พร้อม ๆ กับคณะของอดีตนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยที่ย้ายสังกัด อาทิ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีต รมช.มหาดไทย บิดา ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค, นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ บุตรสาวของ พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ท่ามกลางการจับตาดูเรื่องยุทธศาสตร์ "แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย" ของฝ่ายนายทักษิณ ชินวัตร

"คนในตระกูลชินวัตรไม่มีบทบาทในพรรค ทั้งคุณยิ่งลักษณ์และคุณทักษิณแทบจะไม่มีบทบาทเลย ส่วนลูกหลานของเขามีสิทธิจะไปที่อยู่พรรคไหนก็ได้ ในพรรคนี้ก็มีหลานของเขาเพียง 2 คน" นายอุเมสกล่าวกับบีบีซีไทย โดยออกตัวว่าไม่มีข้อมูลเชิงลึก เพราะเพิ่งเข้ามาเรียนรู้งานในพรรค

ภายหลังลาออกจากเครือโพสต์เมื่อ 6 เดือนก่อน เขาอ้างว่ามีพรรคการเมือง 3-4 พรรคทาบทามให้เข้าร่วมอุดมการณ์ โดยได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเหล่านั้น แต่ที่เลือก ทษช. เพราะรู้สึกว่าว่าได้คุยกับ ร.ท. ปรีชาพลแล้ว "ถูกคอ ถูกใจ ก็เลยตัดสินใจ" และเห็นว่านี่เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ ต่างจากพรรคอื่น ๆ ที่มีผู้อาวุโสและขั้นตอนมากมาย ซึ่งไม่เอื้อต่อการเข้าไปทำหน้าที่ของชาวไทยเชื้อสายอินเดียอย่างเขา

ทว่าหนึ่งในพรรคปีกประชาธิปไตยที่ไม่ได้ส่งเทียบเชิญให้เขาไปร่วมงานคือพรรคอนาคตใหม่ ทั้งที่นายอุเมสบอกว่าเป็น "เพื่อน" กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค มานาน 15 ปี

"เขาไม่ได้โทรหาผมเลยว่าสนใจไหม ถ้าเขาโทรมา ผมยินดีจะพิจารณาในตอนนั้น ถ้าเป็นอะไรที่เกี่ยวกับประชาธิปไตย ผมยินดีพิจารณา เพราะผมเป็น 'กระบอกเสียงฝ่ายประชาธิปไตย' มาโดยตลอด" นายอุเมสกล่าว

อดีต บก.บางกอกโพสต์บอกด้วยว่า สิ่งที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำในเวลานี้ทำให้เข้าใจได้ว่า "เหมือนกำลังเตรียมไปต่อ" ตัวของนายอุเมสจึงต้องกลับมาทำหน้าที่ประหนึ่งเป็นกระบอกเสียงอีกครั้งเพื่อให้ประเทศกลับสู่จุดเดิมคือเป็นประชาธิปไตย

นายอุเมสเกิดที่กรุงเทพฯ ถือสัญชาติไทยและมีเชื้อสายอินเดีย ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนมา 23 ปี โดยอยู่ภายใต้เครือโพสต์มา 13 ปี ก่อนตัดสินใจยุติบทบาท หลังมีคำสั่งโยกย้ายเขาออกจากฝ่ายข่าวไปปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (ซีโอโอ) สายงานธุรกิจหนังสือพิมพ์ มีผลตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา

ในขณะนั้นเขาให้เหตุผลผ่านกระดานข้อความส่วนตัวในสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นเพราะ "ไม่ยอมปฏิบัติตามคำขอร้องที่ให้ลดโทนการนำเสนอข่าววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ทว่านาย ณ กาฬ เลาหะวิไลย รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.บางกอกโพสต์ ได้ออกมายืนยันผ่านแฟนเพจจุลสารราชดำเนิน ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยว่า เป็นการการบริหารงานในฐานะ บก. "ไม่ใช่เรื่องทหารแทรกแซง หรือให้งดโจมตีทหาร" นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังออกมาปฏิเสธด้วยว่าไม่รู้จักนายอุเมส เป็นเรื่องเอกชน และ คสช. ไม่แทรกแซงสื่อ

อย่างไรก็ตามเหตุผลของนายอุเมสได้กลายเป็น "โอกาส" ในการเข้าสู่วงการการเมือง

นายอุเมส ปานเดย์

ที่มาของภาพ, Umesh Pandey/FB

คำบรรยายภาพ, นายอุเมส ปานเดย์ (ซ้ายสุดแถวหน้า) ถ่ายภาพร่วมกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และเพื่อนสื่อมวลชน

ในขณะที่นายอุเมสประกาศตัวเป็น "กระบอกเสียงของฝ่ายประชาธิปไตย" แต่หัวหน้า คสช. กลับบอกว่าไม่รู้จักเขา เมื่อนายอุเมสกระโจนเข้าสู่สนามการเมืองเต็มรูป น่าสนใจว่า คสช. จะประเมิน "ราคาทางการเมือง" ของเขาอย่างไร ?

อดีต บก. บางกอกโพสต์ขอร้องว่าอย่าเชื่อมโยง 2 เหตุการณ์เข้าด้วยกัน ระหว่างการถูกบีบโดยรัฐบาล พล. ประยุทธ์ กับการเข้าสู่วงการการเมืองของเขา แต่เขายอมรับว่าการถูกปลดจาก บก. ข่าวเป็น "ตัวเร่ง" ให้เขาตัดสินใจทำงานการเมืองเร็วขึ้น จากเดิมตั้งเป้าหมายว่าจะมาในวัยใกล้ 50 ปี

นายอุเมสเล่าว่า สนใจการเมืองมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยม เพราะคิดว่าต้องการเป็นตัวแทนของประชาชนเชื้อสายอินเดียที่อยู่ในไทยราว 4-5 แสนคน และต้องการเปลี่ยนความคิดของผู้คนที่มีต่อคนเชื้อสายอินเดีย ด้วยเหตุผลที่ว่า "พวกเราเป็นคนไทย เราเปลี่ยนหน้าตาและดีเอ็นเอไม่ได้เพราะเกิดมาแบบนี้ แต่เราคืนบางสิ่งให้สังคมได้ก่อนลาจากไปจากโลกนี้ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมจะทำได้"

ส่วนจะมีชื่อของเขาปรากฏในฐานะผู้สมัคร ส.ส. ของ ทษช. หรือไม่นั้น ขึ้นกับการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรค แต่เขามีความพร้อม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อมวลชนไทยหลายคนที่กระโจนลงสู่ปลักโคลนทางการเมือง มีเพียงน้อยคนที่จะประสบความสำเร็จ เกี่ยวกับเรื่องนี้นายอุเมสบอกว่า "นั่นเป็นความเสี่ยงที่ผมยินดีจะรับไม่ว่าจะสอบตกหรือสอบผ่าน ถ้าผมเอาอดีตของคนอื่นมาเป็นบรรทัดฐานว่าคนนี้สอบตก คนนี้ไม่สำเร็จ ผมไม่ได้ไปไหนหรอกในชีวิต ผมต้องคิดว่าสำเร็จ และมั่นใจพอว่าทำอะไรดี ๆ ให้ประเทศได้"

ทษช. ประชุมใหญ่

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

สำหรับพรรคต้นสังกัดของนายอุเมส กลายรูปมาจาก "พรรคไทยรวมพลัง" แต่ได้แจ้งขอเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็น "พรรคไทยรักษาชาติ" และตกเป็นข่าวครึกโครมหลังการประชุมสามัญของพรรคเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่เมื่อ 7 ต.ค. ซึ่งปรากฏว่ามีบุตรหลานญาติมิตรของนักการเมืองสังกัดพรรคเพื่อไทย หรือผู้ใกล้ชิดพรรคร่วมเป็น กก.บห. รวม 6 จาก 14 คน ดังนี้

6 "เลือดแท้" คนเพื่อไทยนั่ง กก.บห. ไทยรักษาชาติ

  • หัวหน้าพรรค 1 คน : ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น พท. บุตรชายนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีต รมช.มหาดไทย และนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช อดีต ส.ว.ขอนแก่น
  • รองหัวหน้าพรรค 4 คน : นายฤภพ ชินวัตร บุตรชายนายพายัพ ชินวัตร น้องชายนายทักษิณ ชินวัตร (มีคนอื่นอีก 2 คน)
  • เลขาธิการพรรค 1 คน : นายมิตติ ติยะไพรัช บุตรชายของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา
  • รองเลขาธิการพรรค 3 คน : นายต้น ณ ระนอง บุตรชายนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง (มีคนอื่นอีก 2 คน)
  • นายทะเบียนสมาชิกพรรค 1 คน : น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ บุตรสาวนางเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาวของนายทักษิณ
  • เหรัญญิกพรรค 1 คน : นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภรรยานายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
  • โฆษกพรรค 1 คน : (ไม่ใช่ทายาท)
  • กรรมการบริหารพรรค 2 คน : (ไม่ใช่ทายาท)