เลือกตั้ง 2562 : ดีเบตชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เขาคุยอะไรกัน

3 แคนดิเดต

ที่มาของภาพ, กองงานโฆษก พรรคประชาธิปัตย์

    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

"ดีเบตประชาธิปัตย์ 61 คนไทยจะได้อะไร ?" ถูกกำหนดให้เป็นหัวข้อในการโต้วาทีประชันวิสัยทัศน์ของ 3 ผู้ท้าชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คนที่ 8

กิจกรรมนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ต.ค. ยึดมาตรฐานเทียบเท่าสากล โดยคณะทำงานจัดดีเบต ที่มี สาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็น "โต้โผหลัก" ได้ถอดแบบกิจกรรมมาจากการดีเบตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

บีบีซีไทยรวบรวม 7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับศึกดีเบตชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค 72 ปีมาไว้ ณ ที่นี้ เพื่อให้คอการเมืองและประชาชนทั่วไปได้รับชมการดีเบตอย่างออกอรรถรส

ใครเข้าร่วมการดีเบตบ้าง ?

บุคคลที่จะเข้าร่วมการประชันวิสัยทัศน์และประลองฝีปากมี 3 คน ประกอบด้วย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครหมายเลข 1 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครหมายเลข 2 และ อลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครหมายเลข 3

รูปแบบการดีเบตเป็นอย่างไร ?

กิจกรรมนี้จะใช้เวลา 90 นาที ตั้งแต่เวลา 16.00-17.30 น. โดยผู้ท้าชิงตำแหน่งหัวหน้า ปชป. ทั้ง 3 คนต้องตอบคำถามรวม 9 ข้อ

  • 3 คำถามแรก เป็นคำถามจากผู้ดำเนินรายการ
  • 3 คำถามต่อมา เป็นคำถามจากประชาชนที่ส่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ของพรรค โดยคณะทำงานจัดดีเบตจะคัดเลือก "คำถามที่มีความถี่สูงสุด" หรือเป็นคำถามที่ถูกถามซ้ำมากที่สุดมาถาม
  • 3 คำถามสุดท้าย เป็นคำถามอิสระจากผู้ดำเนินรายการหลังรับฟังผู้ท้าชิงแสดงวิสัยทัศน์ไปกว่าค่อนทาง
อลงกรณ์ พลบุตร

ที่มาของภาพ, กองประชาสัมพันธ์ ปชป.

คำบรรยายภาพ, อลงกรณ์ พลบุตร ลงพื้นที่หาเสียงกับผู้สนับสนุน

ในการตอบแต่ละคำถาม ผู้ท้าชิงจะมีเวลาเพียง 1 นาที 30 วินาที เมื่อตอบครบ 3 คน แต่ละคนมีเวลาอีก 1 นาทีในช่วง "rebuttal" หรือชี้แจงประเด็นที่ถูกพาดพิง โต้แย้ง คัดค้าน หรืออธิบายเพิ่มเติมในสิ่งที่อาจตกหล่นไปบ้าง

หลังตอบคำถามครบ 9 ข้อ ผู้ท้าชิงจะมีเวลาคนละ 3 นาที ในการสรุปวิสัยทัศน์เป็นครั้งสุดท้าย

ก่อนขึ้นดีเบต จะมีการอธิบายกฎกติกาและซักซ้อมรูปแบบให้ทุกคนทราบ จากนั้นจะมีการจับสลากว่าใครจะเป็นผู้ตอบคำถามก่อน-หลังไล่เรียงกันไป

ใครคือผู้ดำเนินรายการ ?

ผู้ดำเนินรายการถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญ เพราะต้องคอย "กำกับ-ควบคุม" เวลาและเวที ทั้งนี้ในศึกดีเบตชิงเก้าอี้ผู้นำทำเนียบขาว มักเชิญผู้สื่อข่าวอาวุโสหรือผู้ดำเนินรายการที่มีชื่อเสียงมาเป็นผู้ดำเนินรายการ และถือเป็นสีสันหนึ่งในกิจกรรม ส่วนในศึกชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ปชป. คนที่ 8 สาทิตย์อยู่ระหว่างการติดต่อทาบทามผู้สื่อข่าวอาวุโส นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานจริง จำนวน 3-4 คน มาทำหน้าที่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปวันพรุ่งนี้ (25 ต.ค.)

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ที่มาของภาพ, กองประชาสัมพันธ์ ปชป.

คำบรรยายภาพ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงพื้นที่ขอเสียงสนับสนุนเป็นหัวหน้าพรรคต่อไปจากสมาชิกพรรค

"เราพยายามให้ได้บุคคลที่มีความรู้และประสบการณ์ในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม มาทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ เราติดต่อคนที่รู้จริงและเป็นคนนอกพรรคซึ่งมีความเป็นกลางและมีประสบการณ์ในการตั้งคำถาม" สาทิตย์บอกกับบีบีซีไทย

จัดการดีเบตกันที่ไหน ?

ศึกดีเบตชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ปชป. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรรค จะเกิดขึ้นที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคารเสนีย์ ปราโมช ที่ทำการพรรค ปชป. ทว่าได้รื้อภาพห้องประชุมแบบเก่า ๆ ทิ้งไป แล้วปรับสภาพใหม่ให้เป็นคล้าย "ห้องส่ง" ของสถานีโทรทัศน์ มีการจัดแสงและสีขับเน้นให้ผู้ท้าชิงทั้ง 3 คนดูโดดเด่น ปูด้วยม่านสีดำ ซึ่งตลอดกิจกรรมจะมีกล้อง 4 ตัวคอยจับทุกอิริยาบถ-ภาษากาย-ภาษาการเมืองของ อภิสิทธิ์-วรงค์-อลงกรณ์ ก่อนถ่ายทอดสดผ่านสื่อในเครือข่ายของพรรค ทั้งสถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่ แฟนเพจฟ้าวันใหม่ แฟนเพจพรรคประชาธิปัตย์

ภายในห้องจะมีแขกผู้ได้รับเชิญและผู้สังเกตการณ์รวม 120 คน แบ่งเป็น ผู้สนับสนุนของผู้ท้าชิงทั้ง 3 คน รวม 60 คน (ให้โควตา 1 ผู้ท้าชิงต่อกองเชียร์ 20 คน) แต่ทั้งหมดทำได้แค่ปรบมือ ห้ามร้องโห่ฮา ส่วนที่เหลืออีก 60 คน จะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พรรค ที่มี ชุมพล กาญจนะ เป็นประธาน, คณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน ที่มี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค, ผู้อาวุโสของพรรค, คนรุ่นใหม่ของพรรค รวมถึงผู้สังเกตการณ์จากภายนอก

บรรยากาศในห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ควง อภัยวงศ์ ที่จะใช้เป็นสถานที่จัดดีเบต

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศในห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ควง อภัยวงศ์ ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่จัดดีเบต

ทว่าด้วยจำนวนอดีต ส.ส. ของพรรคที่เกินโควต้า 60 คน ทำให้คณะทำงานจัดดีเบตต้องใช้แนวทาง "first come, first served" หรือ "ถึงก่อน มีสิทธิก่อน"

นอกจากนี้ยังมีการจัดพื้นที่ในห้องดังกล่าว รองรับสื่อมวลชนราว 60-100 ชีวิต ที่จะมาเกาะติดศึกโต้วาทีในครั้งนี้

ประเมินว่าจะมีผู้ติดตามมากน้อยแค่ไหน ?

นอกจากห้องประชุมที่จุคนได้ 120 คน (ไม่นับสื่อมวลชน) คณะทำงานจัดดีเบตได้สั่งติดตั้งเตนท์และจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่แอลอีดีบริเวณพรรคอีก 2 จุดคือที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม และสนามหญ้าข้างตึกควง คาดว่าจะรองรับประชาชนได้อีก 1,000 คน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผู้จัดกิจกรรมประเมินว่าคนส่วนใหญ่จะติดตามศึกโต้วาทีครั้งนี้ผ่านจอออนไลน์ ซึ่งคาดว่าจะมีพร้อมกันนับแสนคน

สิ่งที่ไม่มีในการดีเบตแบบไทย ๆ ?

โดยปกติสำนักข่าวระดับโลกมักตั้ง "ทีมจับโกหก" หรือ fact-checking เพื่อแสดงข้อความว่าใครพูดจริง-พูดเท็จ เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนในระหว่างการดีเบตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นในศึกดีเบตแบบไทย ๆ

แต่สิ่งที่คณะทำงานเตรียมการจัดดีเบต ปชป. เตรียมไว้คือ หลังจบการประชันวิสัยทัศน์ 90 นาที สถานีโทรทัศน์ช่อง "ฟ้าวันใหม่" จะนำผู้สนับสนุนของผู้ท้าชิงแต่ละคน รวม 3 คน มาพูดคุยและวิพากษ์จารณ์การตอบคำถามของ 3 แคนดิเดต ส่วนใครจะพูดเท็จ-จริง มีเนื้อ-มีแต่น้ำ เป็นเรื่องที่ประชาชนผู้ติดตามจะได้ตัดสิน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม

ที่มาของภาพ, กองประชาสัมพันธ์ ปชป.

คำบรรยายภาพ, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ชูสัญลักษณ์หมายเลขของตนที่ใช้ในการหาเสียงเลือกหัวหน้าพรรค

ความคาดหวังของชาว ปชป. ?

แม้การหยั่งเสียงเลือกตั้ง (ไพรมารี) หัวหน้าพรรค ปชป. และการจัดดีเบตบรรดาผู้ท้าชิงหัวหน้าพรรค จะถือเป็น "สิ่งใหม่" ที่เกิดขึ้นในทางการเมืองไทย แต่อีกคำถามสำคัญคือกิจกรรมนี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจของสมาชิกพรรคสีฟ้าราว 2.5 ล้านคนจริงหรือไม่ ในการทำไพรมารี 1-5 พ.ย. นี้

เจิมมาศ จึงเลิศศิริ อดีต ส.ส.กทม. ในฐานะเลขานุการ กกต. ปชป. กล่าวกับบีบีซีไทยว่าการจัดดีเบตน่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจของสมาชิกพรรค เนื่องจากเวลารณรงค์หาเสียงของผู้สมัครค่อนข้างจำกัด การเดินทางไปพบปะสมาชิกจึงทำได้ไม่ทั่วถึง นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่สมาชิกพรรคจะได้ฟังวิสัยทัศน์ของผู้สมัครแต่ละคน

แต่ขณะเดียวกัน การปะทะคารม-ชิงไหวชิงพริบ-โชว์วิสัยทัศน์ของ อภิสิทธิ์-วรงค์-อลงกรณ์ ที่กำลังจะเกิดขึ้นวันศุกร์นี้อาจไปตอกย้ำภาพลักษณ์ "พรรคนักพูด" เจิมมาศอธิบายว่า "ไม่มีใครสามารถพูดอะไรที่เป็นน้ำได้ด้วยข้อจำกัดของเวลา"

สอดคล้องกับ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส. กทม. และคณะทำงานเตรียมการจัดดีเบต ที่บอกกับบีบีซีไทยว่า ที่ผ่านมา ผู้สมัครมีพื้นที่ส่วนตัวในการสื่อสารอยู่แล้ว และออกพบประชาชนในต่างจังหวัด แต่นี่เรากำลังเอาทุกคนมาอยู่ที่เดียวกัน ตอบคำถามเดียวกัน ได้เวลาเท่ากัน "นี่จะเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในฐานะผู้ตัดสินใจ เพราะมันจะเปรียบเทียบได้ชัดเจนที่สุด" และไม่เพียงสมาชิกพรรคที่ได้ประโยชน์ แต่ดีเบตครั้งนี้กำลังจะบอกว่าว่าที่หัวหน้าพรรค ปชป. จะนำพาประเทศไทยไปสู่จุดไหน "นี่จึงไม่ใช่เวทีโต้คารม แต่คือเวทีเปิดวิสัยทัศน์ของเรา"