อภิสิทธิ์-วรงค์-อลงกรณ์ ในศึกชิงหัวหน้า ปชป. เพื่อนนั้นสำคัญไฉน ?

    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ศึกชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 8 อุบัติขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ (8 ต.ค.) เมื่อ 3 ผู้ท้าชิง ประกอบด้วย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครหมายเลข 1, วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครหมายเลข 2 และ อลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครหมายเลข 3 ยื่นใบสมัครเข้าสู่กระบวนการหยั่งเสียงขั้นต้นเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค (ไพรมารี) ครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรรค 72 ปี โดยมีกองทัพ "เพื่อน" คอยให้กำลังใจอย่างคับคั่ง

ทว่าที่ผิดไปจากคาดคือกลุ่ม "เพื่อนอภิสิทธิ์" ที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่ม 35/1" หมายถึงนักการเมืองที่เข้าสภาสมัยแรกในปี 2535 พร้อมอภิสิทธิ์อย่างน้อย 9 คน ประกาศสลายกลุ่มตั้งแต่ยังไม่แถลงเปิดตัวต่อสื่อมวลชน ด้วยเหตุผล "ไม่ต้องการให้เกิดภาพความขัดแย้งภายในพรรค" จึงงดตั้งกลุ่มอย่างเป็นทางการ

สอดคล้องกับ "ส.ส.ส." หรือ "ส.ส. คนสนิท" ของอภิสิทธิ์อย่าง ศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา วัย 51 ปี ที่ยืนยันอีกเสียงว่า "ไม่มีนะกลุ่มเพื่อนอภิสิทธิ์"

แม้ศิริโชคไม่ใช่เพื่อนร่วมรุ่นในสภาปี 2535 แต่เขาร่วมติดสอย-ห้อยตามอภิสิทธิ์ไปเกือบทุกที่-ทุกเวลาโดยเฉพาะช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 (2551-2554) เมื่ออภิสิทธิ์ปรากฏกายต่อหน้ากล้อง ศิริโชคมักมี "ที่ยืนประจำตำแหน่ง" อยู่เบื้องหลังด้านซ้ายมือของอภิสิทธิ์ จนได้ฉายาว่า "วอลเปเปอร์"

"ที่ผมเดินตามไม่ใช่อะไรหรอก ผมเป็น ส.ส เขต บางทีผมหายไปเป็น 1-2 เดือน โดยที่ไม่ได้แสดงตัว คนในพื้นที่ก็จะรู้สึกว่าไหนคุณบอกว่าไปทำงานให้คุณอภิสิทธิ์ ทำไมไม่เคยเห็นคุณเลย" ศิริโชคอธิบายกับบีบีซีไทย

ทว่าจุดต่างจากวอลเปเปอร์อื่น ๆ คือคนเหล่านั้น "ยืนเพื่อออกทีวีอย่างเดียว" แต่ "ฉากหลัง" อย่างศิริโชคบอกว่ายืนเพื่อรับ-ฟัง-จำข้อมูลไปต่อยอดด้วย แต่ด้วยบุคลิกเป็น "คนดื้อ-ไม่ยอมคน-ชอบถกเถียง" ทำให้สังคมจดจ้องศิริโชคมากเป็นพิเศษ

อภิสิทธิ์ใช้ศิริโชคเป็น "เขียงลับมีด"

อย่างไรก็ตามมีอยู่คนหนึ่งที่ศิริโชคยากจะเถียงชนะ นั่นคืออภิสิทธิ์ผู้จบการศึกษาในสาขาปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ ม.ออกซ์ฟอร์ด ทั้งคู่คบหากันฉันมิตรการเมืองนาน 17 ปี ศิริโชคเชื่อว่าเป็นเพราะผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ถูกใจ "ความแปลก" ในตัวของเขา

"ผมไม่ค่อยมองในทิศทางที่คนอื่นมองอยู่แล้ว แกก็เลยอาจจะเอาผมไปเป็น 'เขียงลับมีด' ประเด็นไหนจะนำสู่สาธารณะแล้วมาถกกับผม ก็จะได้ทุกมุมมอง ไม่ได้มีเฉพาะมุมดี ผมอาจมีมุมที่คนอื่นมองไม่ถึง เพราะนักวิทยาศาสตร์ (จบสาขาเคมีและการจัดการ จากคิงส์ คอลเลจ ม.ลอนดอน) มีหน้าที่ค้นคว้าประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ" แต่ยอมรับว่า "ก็บาดเจ็บนะครับ ก็ต้องกลายเป็นเป้าของคนทั่วไป คนที่อยู่ใกล้ชิดกับอำนาจก็เป็นเป้าอยู่แล้ว"

นอกจากฉายาวอลเปเปอร์ ศิริโชคยังเป็นหนึ่งในสมาชิก "แก๊งไอติม" ซึ่งถูกมองว่าเป็น "เด็ก ๆ" และ "ผู้ไม่เจนจัดการเมือง" ที่รายล้อมรอบตัวอภิสิทธิ์-ฉุดภาพลักษณ์ผู้นำให้ดูไร้สง่าราศี อดีต ส.ส.สงขลาวัย 51 ปีปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยบอกว่าอภิสิทธิ์ชอบสร้างคนรุ่นใหม่ และใช้บริการคนรุ่นใหม่ แต่ก็ไม่ละทิ้งคนรุ่นเก่า เพียงแต่เวลาคนรุ่นเก่าเข้าหาอภิสิทธิ์ไม่มีคนเห็นเท่านั้นเอง

เพื่อนอภิสิทธิ์ระบุว่า ตัวเองมีผลงาน "หลังฉาก" จำนวนมาก แต่คนนอกไม่รู้ หนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงของศิริโชคคือการสืบเสาะข้อมูล จนพบที่อยู่ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอพีแอดเดรส) ของทีวีเสื้อแดงในต่างแดน ก่อนตัดสัญญาณ-ทำให้ "จอดำ" ในช่วงชุมนุมการเมืองปี 2553

มั่นใจชักเข้า-ชักออกคำขอโทษ ยิ่งลักษณ์ ไม่กระทบเพื่อนชิงหัวหน้า

แม้ยกตัวเป็นผู้มีความสามารถทางเทคโลยี แต่เขาก็ถูกผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์โจมตีเข้าอย่างจังกับกรณี "ชักเข้า-ชักออก" จดหมายเปิดผนึกประกาศสำนึกผิด และขอโทษ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่นำขึ้นเฟซบุ๊ค "Leky Sopha" เมื่อ 5 ต.ค. หลังอดีตนายกฯ หญิงยอมถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาทปม "ว. 5 โฟร์ซีซันส์" ที่ศิริโชคกับพวก - ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต และ นายเทพไท เสนพงศ์ - ตกเป็นจำเลย จากกรณีจัดรายการ "สายล่อฟ้า" ทางช่องบลูสกาย

เกี่ยวกับปมร้อนของ "เพื่อน" ที่กลายเป็นประเด็นในช่วงที่อภิสิทธิ์กำลังทำศึกในเพื่อรักษาเก้าอี้ผู้นำพรรค วอลเปเปอร์อภิสิทธิ์มั่นใจว่าเรื่องของเขาจะไม่ส่งผลกระทบต่ออภิสิทธิ์ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นการตกลงระหว่างฝ่ายโจทก์กับจำเลย พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่การโพสต์แล้วหนี "ผมจะหนีทำไม โพสต์ในเฟซบุ๊ก อย่างไรก็หนีไม่ได้ เพราะถ่ายเก็บไว้แล้ว ค้นในกูเกิ้ลก็เจอ เพียงแต่ไม่มีไฮเปอร์ลิงก์เท่านั้นเอง"

ยกอภิสิทธิ์เป็น "อัจฉริยะ-คนดี-ติดดิน"

ในฐานะลูกพรรคประชาธิปัตย์ ศิริโชคเห็นว่าอภิสิทธิ์เจ้าของสโลแกนหาเสียงในศึกไพรมารีที่ว่า "มุ่งมั่นอุดมการณ์ มุ่งหน้าอนาคตไทย" และ "เมค มาย มาร์ค" (MakeMyMark) เหมาะสมจะทำหน้าที่หัวหน้าพรรคต่อไปในปีที่ 14 ด้วยจุดแข็ง 3 ประการ

  • เป็นอัจฉริยะ เป็นคนที่เถียงยากมาก ต้องยอมรับว่าสู้เหตุผลยากมาก
  • เป็นคนควบคุมอารมณ์ได้ดีมาก มีเพียงครั้งเดียวที่ศิริโชครับรู้อารมณ์ของอภิสิทธิ์ "ตอนอยู่ในราบ 11 หลังทหารและประชาชนเสียชีวิต (ศอฉ. ล้อมปราบที่สี่แยกคอกวัว 10 เม.ย. 2553) อันนั้นแกซึมไปอย่างเห็นได้ชัด"
  • เป็น "คนดีจริง ๆ" สมถะ ติดดิน "คนชอบมองว่านักเรียนนอกไม่ติดดิน แต่จริง ๆ คนไปเรียนหนังสือที่อังกฤษตั้งแต่เด็ก โรงเรียนและสังคมสอนให้คุณติดดิน"

เผยกลุ่ม "เพื่อนวรงค์" มีสัญญาณใจ 11 ปี ไปไหน-ไปกัน

ขณะที่กลุ่ม "เพื่อนวรงค์" เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 28 ก.ย. พร้อมด้วยท่าประจำกลุ่มที่พร้อมใจยกมือขวาขึ้นมาทำเป็นกำปั้นก่อนแนบไว้ที่อก สื่อถึงการเชียร์หมอวรงค์แบบสุดใจ ชูสโลแกนหาเสียง "กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน"

วรงค์อกหักจากการเป็นผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยรักไทย จึงย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนฯ สมัยแรกปี 2548 โดยถือเป็น ส.ส. ภาคเหนือเพียงหนึ่งเดียวของพรรค ณ เวลานั้น ซึ่ง ศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี กลุ่มเพื่อนวรงค์ อธิบายว่าความรู้สึกของหมอผู้ผันตัวมาเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ว่า "เหมือนมาคนเดียว"

กระทั่งปี 2550 บรรดา ส.ส. ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "เพื่อนวรงค์" ก็เข้าสภามา กลายเป็นทั้งเพื่อนกิน-เพื่อนเที่ยว-เพื่อนร่วมงานการเมืองนับจากนั้น ก่อนเปิดหน้าเป็น "กองหนุน" ของวรงค์ในศึกชิงหัวหน้าพรรค โดยมี สมบัติ ยะสินธุ์ อดีต ส.ส.แม่ฮ่องสอน เป็นโต้โผหลักในการรวมรวมเพื่อน

"พวกเรา 6 คนเป็น ส.ส. รุ่น ๆ เดียวกัน มีผม, หมอวรงค์, สมบัติ, วิรัตน์ (วิริยพงษ์ อดีต ส.ส.สุโขทัย), สงกรานต์ (จิตสุทธิภากร อดีต ส.ส.นครสวรรค์) และ วิชัย (ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง) เราเหมือนมีสัญญาใจกันตั้งแต่ปี 2550 ว่าไปไหนไปกัน" ศุภชัยบอกกับบีบีซีไทย

ชี้ปัญหาอภิสิทธิ์ บริวารเป็นพิษ-แพ้เลือกตั้งซ้ำซาก

แม้ยอมรับในชื่อ-ชั้นของหัวหน้าอภิสิทธิ์ แต่สงกรานต์ระบุในไลน์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ว่าวรงค์เหมาะสมกับสถานการณ์มากกว่าด้วยเหตุผล 3 ข้อ ในจำนวนนี้คือ "ไม่มีคนรอบตัวที่เป็นพิษ และต้องยอมรับความจริงว่าเวลามีความคิดดี ๆ ไปเสนอให้คุณอภิสิทธิ์ฟังที่ห้องทำงาน มักจะต้องเจอคนคนหนึ่ง และคน ๆ นั้นจะไม่ยอมออกจากห้อง"

นอกจากนี้กลุ่มเพื่อนวรงค์เห็นว่า ความพ่ายแพ้แบบซ้ำซากของพรรคประชาธิปัตย์ในสนามเลือกตั้งคือเหตุผลสำคัญที่พรรคถึงเวลา "ต้องเปลี่ยน" และเมื่อมองไปไกลระดับชาติ พวกเขาเห็นการทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาหมักหมม ซึ่ง "คนรุ่นใหม่" ในพรรคที่จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ได้คือ "มือปราบโกงโครงการับจำนำข้าว" ที่ชื่อวรงค์นั่นเอง

หวังเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ มีหัวหน้าพรรคเป็นคนเหนือ

ในทัศนะของเฉลิมชัย ศึกชิงหัวหน้าพรรคคนที่ 8 เป็นการต่อสู้ระหว่าง "คนเมือง" กับ "คนต่างจังหวัด" เหมือนครั้งที่ มารุต บุนนาค คนเมืองหลวงในตระกูลเก่าแก่ ต่อสู้กับ ชวน หลีกภัย ส.ส.ตรัง เพื่อชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคคนที่ 5 เมื่อปี 2534

แต่นั่นอาจเป็นเพียงมุมมองของกลุ่มเพื่อนวรงค์ เพราะผู้หลักผู้ใหญ่สายใต้นำทีมโดย ชวน หลีกภัย และ บัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค ก็ร่วมลงนามรับรองการสมัครชิงหัวหน้าพรรคครั้งใหม่ให้แก่อภิสิทธิ์

อย่างไรก็ตามหากวรงค์ทำสำเร็จ-โค่นหัวหน้าเก่าลงได้ จะเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งถูกมองเป็น "พรรคปักษ์ใต้" เมื่อได้หัวหน้าพรรคเป็นชาวเหนือ จึงไม่แปลกหากวรงค์จะประกาศว่า "จะได้เห็นเลือดไหลกลับเข้าประชาธิปัตย์ รวมถึงมีผู้สมัคร "เลือดใหม่" ในพื้นที่ภาคอีสานและเหนือมาร่วมงานกับพรรค"

ชูวรงค์คือ "เสี่ยว" ผู้เป็นสุภาพบุรุษ

สำหรับจุดแข็งของวรงค์ในทัศนะของสมาชิกกลุ่มเพื่อนวรงค์มี 3 ประการคือ

  • จริงใจ "เขามีความเป็น 'เสี่ยว' (เพื่อน) ไม่เคยมีข้อแม้กับเพื่อนเลย หากบอกให้เขาดูแลอะไร เขาดูแล ไม่เคยปฏิเสธ"
  • เป็นสุภาพบุรุษ พูดคำไหนคำนั้น
  • เป็นคนเปิดกว้าง ทั้งเพื่อนและชาวบ้านสัมผัสและเข้าถึงได้ง่าย

อลงกรณ์มีน้อง แต่ไร้เพื่อน ?

ขณะที่แคนดิเดตอีกคน อย่าง อลงกรณ์ พลบุตร ได้อดีต ส.ส. รับรองครบ 20 คนตามข้อบังคับพรรค แต่ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกที่ค่อนข้างห่างจากพรรคหรือมีข่าว "ปันใจไปให้พรรคอื่น" แม้มีการเปิดตัวผู้สนับสนุนโดยใช้ชื่อว่า "เพื่อนอลงกรณ์" แต่อดีตผู้แทนฯ ที่ยืนเคียงผู้ท้าชิงรายนี้ ดูเหมือนจะมีเพียง "น้อง" ไม่ใช่ "เพื่อน" ก็คือ อรรถพร พลบุตร อดีต ส.ส. เพชรบุรี ที่คอยให้กำลังใจพี่ทั้งในวันสมัครและวันเปิดวิสัยทัศน์ ภายใต้คำขวัญหาเสียงที่ว่า "4 ปฏิรูป 5 กฎเหล็ก 6 ยุทธศาสตร์" เน้นต่อยอดงานจากสมัยดำรงตำแหน่งรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) ในจำนวนนี้คือการสร้างนโยบายและวิสัยทัศน์แบบ "ติดดิน ติดดาว ติดโลก ติดรากหญ้า"

ส่วน สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ที่มีชื่อปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่าสนับสนุนอลงกรณ์ ก็ได้ย้ำกับบีบีซีไทยว่าเขาไม่ได้ลงชื่อรับรองอลงกรณ์ และไม่ขอบอกว่าลงชื่อรับรองใครเพราะเป็นเรื่องภายในพรรค

พลิกปฏิทิน "ขอเสียง" ของ 3 แคนดิเดตชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลจาก กองงานโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ ณ วันที่ 10 ต.ค. 2561