ทำไม BTS บอยแบนด์ยอดนิยมจึงไม่เคยห่างหายไปจากวงการเค-ป็อป และครองใจแฟน ๆ แม้ห่างหายไป 4 ปี

    • Author, จอร์เจีย เลวี-คอลลินส์
    • Role, บีบีซี นิวส์บีต (BBC Newsbeat)

หลังจากห่างหายไปเกือบ 4 ปี บอยแบนด์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกกำลังเตรียมตัวกลับมาทำทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกครั้งใหญ่อีกครั้ง พร้อมกับการเปิดตัวอัลบั้มใหม่

วง BTS ซูเปอร์สตาร์เค-ป็อปต้องพักงานนับตั้งแต่ปี 2022 เพื่อให้สมาชิกในวงทั้ง 7 คนเข้ารับราชการทหารในประเทศบ้านเกิดเกาหลีใต้

หลังจากกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา พวกเขากำลังจะมีอัลบั้มใหม่และประกาศทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกครั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นถึง 79 รอบ โดยทัวร์คอนเสิร์ตจะเริ่มต้นที่เกาหลีใต้ในเดือนเม.ย. นี้ และวงบอยแบนด์นี้มีกำหนดที่จะแสดงคอนเสิร์ตที่สนามท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม ในกรุงลอนดอนเป็นระยะเวลาสองคืนในวันที่ 6 และ 7 ก.ค. กลางปีนี้

ขณะที่ประเทศไทยก็ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของทัวร์คอนเสิร์ตในครั้งนี้ของวง BTS ด้วย โดยมีกำหนดขึ้นแสดง 3 รอบ ในวันที่ 3 และ 5-6 ธ.ค. ปีนี้เช่นกัน

นี่คือช่วงเวลาที่แฟนคลับตัวยง หรือที่รู้จักกันในชื่อเหล่าอาร์มี่ (Army) รอคอยมาตั้งแต่มีการบอกใบ้เมื่อหลายเดือนก่อน

ก่อนการประกาศครั้งใหญ่ รายงานบีบีซี นิวส์บีต (BBC Newsbeat) ได้พูดคุยกับแฟนคลับตัวยงของ BTS เกี่ยวกับเหตุผลที่พวกเขาคิดว่า วงนี้มีความพิเศษอย่างไร และสนทนากับผู้เชี่ยวชาญที่บอกเราว่า การกลับมาของพวกเขาได้รับการวางแผนมาอย่างดีเพื่อให้เกิดกระแสและผลตอบรับที่สูงที่สุด

ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งก่อนของ BTS ที่ชื่อว่า "Permission to Dance on Stage" จัดขึ้นทั้งหมด 12 วัน ระหว่างปี 2021 และ 2022

อาเชีย แฟนเพลงชาวอังกฤษซึ่งจะเป็นหนึ่งในคนที่พยายามหาตั๋วสำหรับทัวร์คอนเสิร์ตที่กำลังจะมาถึงนี้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีนิวส์บีตว่า เธอ "ตกหลุมรัก" BTS ในปี 2017 และเป็นแฟนตัวยงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

"ฉันทนไม่ได้ที่ BTS มาแสดงที่อังกฤษแล้วไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ต" เธอกล่าวบรรยายถึงความรู้สึก

อาเชียเคยดูคอนเสิร์ตของ BTS ที่มาจัดในกรุงลอนดอนครั้งสุดท้ายในปี 2018 ซึ่งเป็นปีก่อนที่พวกเขาจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นวงเค-ป็อปวงแรกที่ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตติดต่อกันสองรอบที่สนามกีฬาเวมบลีย์

คอนเสิร์ตเหล่านั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่แฟน ๆ มีโอกาสได้ดู BTS แสดงสดในสหราชอาณาจักร เนื่องจากคอนเสิร์ตหลายรอบในทัวร์ครั้งต่อมาถูกยกเลิกเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19

ด้วยความต้องการรับชมคอนเสิร์ตที่คาดว่าจะสูงมาก อาเชียกล่าวว่า เธอ "พร้อมที่จะเดินทางไปยังหลายประเทศหากจำเป็น" หากเธอไม่สามารถหาตั๋วสำหรับคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นในกรุงลอนดอนได้

ถึงแม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นไอดอลของพวกเขาแสดงสดมาระยะหนึ่งแล้ว แต่แฟนๆ ของ BTS ก็ยังมีสิ่งต่างๆ มากมายที่ช่วยให้พวกเขายังคงมีความสุขในระหว่างนี้

มองเผิน ๆ แล้ว อาจดูเหมือนว่า การพักงานของ BTS ทำให้ความสนใจต่อมีต่อวงลดลงไป

จากสถิติของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง สปอติฟาย (Spotify) บอกว่า การสตรีมเพลงทั่วโลกของพวกเขาลดลง 24% ในปี 2023 และ 30% ในปี 2024 แต่คงอยู่ในระดับนั้นอย่างคงที่ในปี 2025 และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายนี้กล่าวว่าคาดว่าตัวเลขจะพุ่งกระฉูดขึ้นในปี 2026

แต่สิ่งที่ตัวเลขไม่ได้แสดงให้เห็นคือวิธีการจัดการช่วงการพักงานของ BTS อย่างรอบคอบ เนื่องจากการเกณฑ์ทหาร

ดร.เฟลิซิตี เดวีส์ กล่าวว่า แทนที่จะเป็นการขาดแคลนผลงาน มันหมายถึงการทยอยปล่อยผลงานออกมาในช่วงที่วงพักงาน ทั้งจากโปรเจกต์เดี่ยวและการทัวร์คอนเสิร์ต รวมถึงการไลฟ์สตรีมจากสมาชิกแต่ละคน

ดร.เฟลิซิตี ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวัฒนธรรมเกาหลีใต้ บอกกับนิวส์บีตว่าข้อกำหนดเรื่องการเข้ารับราชการทหารนั้น "เป็นที่ยอมรับกันดี"

"แฟนๆ รู้เรื่องนี้ดี พวกเขากำลังเตรียมตัวอยู่" เธอกล่าว

ถึงแม้ว่าชายชาวเกาหลีใต้ทุกคนจะต้องเข้ารับใช้ราชการทหารระหว่างอายุ 18 ถึง 28 ปี แต่รัฐบาลได้แก้ไขกฎหมายเพื่อให้ศิลปินเค-ป็อปสามารถผ่อนผันระยะเวลาการเข้ากรมทหารออกไปได้จนถึงอายุ 30 ปี

สำหรับ BTS สมาชิกแต่ละคนจะสลับกันเข้ากรมทหารเป็นเวลาประมาณ 20 เดือน เพื่อลดช่วงเวลาที่สมาชิกทั้ง 7 คนหายไปจากวง

และถึงแม้ว่ายอดสตรีมของวงโดยรวมจะลดลง แต่ผลงานเดี่ยวของพวกเขาบางชิ้นกลับประสบความสำเร็จอย่างมาก

ซิงเกิลเปิดตัว "Seven" ของนักร้องจ็อง กุก ทำลายสถิติการสตรีม โดยมียอดสตรีมมากกว่า 2.5 พันล้านครั้ง และผลงานเดี่ยวทั้งหมดของเขามียอดสตรีมมากกว่า 9 พันล้านครั้ง

ฟองสบู่วงการเค-ป็อปจะแตกหรือไม่

การกลับมาของวง BTS เป็นเรื่องใหญ่สำหรับแฟน ๆ แต่ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเกาหลีใต้เช่นกัน

วงนี้เป็นส่วนสำคัญของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "ฮันรยู" (Hallyu) ซึ่งหมายถึงวัฒนธรรมป็อปของเกาหลีใต้ที่แพร่หลายไปยังตะวันตก

ปรากฏการณ์นี้ยังรวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ละครซีรีส์อย่าง Squid Game หรือ "สควิดเกม เล่นลุ้นตาย" และวงศิลปินเค-ป็อปอื่น ๆ ที่ครองฟีดและหน้าส่วนแนะนำคอนเทนต์สำหรับคุณ (For You) ของพวกเรา

ดร.เฟลิซิตีกล่าวว่ามีความกังวลมาสักพักแล้วว่า "ฟองสบู่จะแตก" และอิทธิพลระดับโลกของเค-ป็อปจะเริ่มถดถอยลง

เธอกล่าวว่าการแสดงของวง BTS ที่สนามเวมบลีย์ในปี 2019 คือ "ช่วงเวลาสำคัญ และตอนนี้เราจะได้เห็นการล่มสลายของฮันรยู"

แต่วัฒนธรรมเกาหลีก็พิสูจน์ให้เห็นว่า เธอคิดผิดตลอดมา

เมื่อใดก็ตามที่เธอคิดว่าทุกอย่างถึงจุดสูงสุดแล้ว ดรซเฟลิซิตีกล่าวว่า "จะมีบางสิ่งเกิดขึ้น" เพื่อให้วัฒนธรรมเค-ป็อป "ได้รับมุมมองใหม่และชีวิตใหม่"

อย่างซีรีส์ K-Pop Demon Hunters ที่ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ หรือ Golden Globe ในสัปดาห์นี้ ถือเป็นเรื่องราวความสำเร็จของปี 2025 และมีแนวโน้มว่า BTS จะกลับมาครองวงการในปี 2026

แต่แฟน ๆ คิดว่าพวกเขายังมีศักยภาพอยู่หรือไม่

ลอรีน อาดีน วัย 22 ปี จากเมืองบักกิงแฮม เป็นแฟนของวงนี้มาตั้งแต่ปี 2021 และรู้สึกว่ามีบางอย่างที่พิเศษเกี่ยวกับ BTS

"พวกเขามีความผูกพันพิเศษระหว่างกันเองและกับแฟน ๆ ด้วย" เธอกล่าว

"ฉันได้รับแรงบันดาลใจจากการทำงานอย่างหนักของพวกเขาจริง ๆ"

และถึงแม้ว่าโปรเจกต์เดี่ยวของสมาชิกวงจะทำให้แฟน ๆ ติดตามต่อไปได้ แต่เธอกล่าวว่าไม่มีอะไรมาทดแทนแพ็กเกจเต็มรูปแบบได้ (หมายถึงโปรเจกต์ของทั้งวง)

"มันเหมือนกับจิ๊กซอว์ที่ชิ้นส่วนทั้งหมดเข้ากันได้อย่างลงตัว" เธอกล่าว

"ดังนั้นไม่ว่าพวกเขาจะปล่อยอะไรออกมา ฉันก็มั่นใจได้ว่ามันจะต้องดี"

รายงานเพิ่มเติมโดย บีบีซีไทย