เปิดเหตุผลข้อเดิมประยุทธ์ “ไม่ปลดล็อก” ก่อน คสช. เปิดถกพรรคการเมือง

"ยุทธ์นอคคิโอ"

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/ BBC THAI

คำบรรยายภาพ, หุ่นล้อเลียนที่เรียกว่า "ยุทธ์นอคคิโอ" ถูกกลุ่ม "คนอยากเลือกตั้ง" จัดทำขึ้นหลังโรดแมปเลือกตั้งถูกเลื่อนไปอย่างน้อย 5 ครั้ง

ผ่านมาเกือบครึ่งทางของเดือน มิ.ย. รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่อาจกำหนดวันประชุมร่วมกับพรรคการเมืองเพื่อพิจารณา "ปลดล็อก" ให้ทำกิจกรรมการเมืองได้ในช่วงนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งปี 2562

ล่าสุดช่วงเย็นวันนี้ (14 มิ.ย.) ตัวแทน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย รัฐบาล คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้นัดหารือนอกรอบที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเตรียมข้อมูลก่อนประชุมร่วมกับพรรคการเมืองต่อไป ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุก่อนหน้านี้ว่าการพูดคุยกับพรรคการเมืองจะแบ่งเป็น 2 ขยัก รอบแรก จะคุยกันภายในเดือนนี้เพื่อรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา จากนั้นเมื่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มีผลบังคับใช้ จะนัดพูดคุยกับพรรคการเมืองอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะไม่นั่งเป็นหัวโต๊ะเอง แต่มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประชุมร่วมกับพรรคการเมืองในยกแรก พร้อมตั้งเงื่อนไข "ไม่ให้ไลฟ์สด (ถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊ก)" หลังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โยนข้อเรียกร้องนี้ขึ้นมา

ตามโรดแมป "คืนประชาธิปไตยให้ประเทศ" ของ คสช. การ "ปลดล็อก" ทางการเมืองจะเกิดขึ้นในระยะที่ 3 ของโรดแมป ทว่าแม้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 มากว่า 14 เดือนแล้ว แต่ คสช. ยังไม่เปิดทางให้นักการเมืองที่ต้องลงสู่สนามเลือกตั้งทำกิจกรรมทางการเมืองได้ มีเพียงการ "คลายล็อก" ด้วยการปรับลด "กฎเหล็ก" บางประการลงเท่านั้น

ที่มา: คำชี้แจงของหัวหน้า คสช. เมื่อ 30 พ.ค. 2557 ซึ่งเป็นการประกาศโรดแมปครั้งแรก

บีบีซีไทยย้อนคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ปฏิเสธคำขอ "ปลดล็อก" ทางการเมืองอย่างน้อย 9 ครั้งตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเหตุผลในการ "คงล็อก" เอาไว้ถูกผู้นำ คสช. อธิบายคล้าย ๆ เดิมแทบทุกครั้ง โดยเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวของ "คนไม่ดี" และ "เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของชาติ" รวมถึงต้อง "รอกฎหมายลูก"

จะปลดล็อก "สร้างความไว้ใจให้ผมก่อนสิ"

กระแสกดดันให้ คสช. "ปลดล็อก" ทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในห้วงเวลา 132 วันนับจาก กรธ. ส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้รัฐบาลเพื่อนำไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติ 7 ส.ค. 2559 นักการเมือง นักวิชาการ นักกิจกรรม ต่างเรียกร้องตรงกันเพราะหวังให้กระบวนการประชามติของไทยเป็นไปตามมาตรวัดสากล นั่นคือ เสรี-เป็นธรรม-มีส่วนร่วม-มีทางเลือก ทว่าไม่มีเสียงตอบรับจาก คสช. มีเพียงคำยืนยันว่า "ต้องไม่มีเหตุรุนแรง" ในช่วงประชามติ และ "ต้องมีรัฐธรรมนูญถึงจะได้เลือกตั้ง"

ประชามติ

ที่มาของภาพ, Getty Images

หนึ่งในเสียงที่สังคมคิดว่าอาจมีน้ำหนักดังขึ้นจาก "ฝ่ายเดียวกัน" เมื่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. มีมติ 5 ก.ค. 2559 รับรองรายงานของ สปท.ด้านการเมือง ที่เสนอให้แก้ไขประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 ห้ามประชุมพรรคการเมือง เพื่อผ่อนคลายให้พรรคทำกิจการทางการเมืองได้หลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ

แม้ไม่ฉีกรายงานด้วยมือตัวเอง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งคำถามกลับไปยังเจ้าของข้อเสนอว่า "สร้างความไว้ใจให้ผมก่อนสิ" พร้อมยืนยันยังไม่เปิดให้พรรคการเมืองหารือหรือจัดประชุมพรรค ส่วนหลังประชามติจะปลดล็อกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า "หากความประพฤติดีก็จะขอดูอีกครั้งหนึ่ง แต่ที่ผ่านมานักการเมืองมีอะไรเปลี่ยนแปลงกันบ้าง บางคนก็ดีขึ้น แต่บางคนก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง..." (5 ก.ค. 2559)

"ไม่ปลดล็อก แต่จะใส่ล็อกเพิ่มขึ้นอีกชั้นด้วย"

ต่อมาเมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ เสียงเรียกร้องให้ "ปลดล็อก" ทางการเมืองดังขึ้นกว่าเดิม แต่ คสช. ก็ยังไม่ยอมพิจารณาเรื่องนี้ โดยเฉพาะเมื่อประเทศเคลื่อนสู่ภาวะ "ไม่ปกติ" เนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ความเคลื่อนไหวทางการเมืองยิ่งกลายเป็นเรื่องมิบังควร

ไม่มีใครลุกขึ้นมาขอ "ปลดล็อก" แต่ในระหว่างมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการหลายร้อยคนเมื่อ 14 ธ.ค. 2559 พล.อ.ประยุทธ์ชิงประกาศ "ปิดประตู" ลงกลอนอย่างแน่นหนาเสียเอง

"พอถึงเวลาก็วุ่นวายขอปลดล็อก มันยังไม่ปลดล็อกตัวเอง แล้วจะไปปลดใครได้ ผมก็ไม่ปลดล็อกให้หรอก วันนี้ต้องร่วมมือกันก่อน จะทำให้ปลดล็อกทุกคนได้หมด ถ้าไม่ร่วมมือ ไม่ฟัง ไม่แสดงความคิดเห็น เอาแต่ได้ ผมก็ไม่ปลดล็อก แต่จะใส่ล็อกเพิ่มขึ้นอีกชั้นด้วย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว (14 ธ.ค. 2559)

"คนไม่ดีก็มีไม่ดีอยู่เหมือนเดิม"

ต่อมาเมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติ 3 ส.ค. 2560 ผ่านร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง คำถามเดิมย้อนกลับมาพุ่งใส่รัฐบาล คสช. อีกครั้ง จะผ่อนผันให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้หรือยัง

ยิ่งลักษณ์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แม้ยังไม่มีการปลดล็อกการเมืองทั้งให้ประชุมพรรค และชุมนุมการเมืองเกิน 5 คน แต่ภาพประชาชนไปรอให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก่อนขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ เพื่อต่อสู้คดีรับจำนำข้าวเมื่อปี 2559 เป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นทั่วไป

คำตอบจากหัวหน้า คสช. คือยังไม่พิจารณา เพราะที่ผ่านมาหน่วยข่าวรายงาน "สถานการณ์ยังเป็นแบบเดิม คนไม่ดีก็มีไม่ดีอยู่เหมือนเดิม" พร้อมย้ำว่า "อะไรก็ตามขอให้ผ่านพ้นพระราชพิธีสำคัญไปก่อน อย่าให้วุ่นวายนักเลย" (10 ส.ค. 2560)

"ผมต้องการให้ทุกคนสงบ"

ต.ค. 2560 พระราชพิธีสำคัญของคนไทยทั้งชาติผ่านพ้น คนการเมืองเริ่มออกมาเคลื่อนไหวทวงสัญญา "ปลดล็อก" อย่างคึกคัก ซึ่งเป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มีผลบังคับใช้ 8 ต.ค. 2560 แต่แกนนำรัฐบาล คสช. ยังสงวนท่าทีด้วยการระบุว่า "ขอรอดูเวลาเหมาะสม" และในการพิจารณาต้องอยู่ภายใต้หลักการของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ว่าบ้านเมืองต้องสงบเรียบร้อยปลอดภัย ไม่เกิดความวุ่นวายสับสนเพราะการเมือง

"วันนี้ยังไม่เรียบร้อย ยังมีการพูดจาให้ร้ายกันเยอะแยะไปหมด ท่านต้องหยุดสิ หยุดเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้ทุกคนสบายใจ ให้ประชาชนมีความสุข ผมไม่อยากให้ประชาชนรังเกียจการเมืองหรือนักการเมือง... ผมต้องการให้ทุกคนสงบ และเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เป็นธรรมาภิบาล และเป็นรัฐบาลที่มีความโปร่งใสในวันข้างหน้า" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ (31 ต.ค. 2560)

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2554

เขาย้ำว่าเรื่องการเลือกตั้งยังมี "ส่วนประกอบอีกเยอะ" และต้องรอ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. "ไม่ใช่ประกาศปลดล็อกแล้วก็โครมครามในขณะที่อย่างอื่นยังไม่พร้อม มันก็จะวุ่นไปหมด เวลานี้บ้านเมืองก็สงบดีอยู่ การจะนำไปสู่การเลือกตั้งต้องไปโดยสงบ เมื่อเลือกตั้งแล้วก็ต้องสงบ ได้รัฐบาลที่ดี"

จะปลดล็อกเมื่อ "กฎหมายต่าง ๆ สมบูรณ์"

นอกจากนี้ในการประชุม คสช. เมื่อ 7 พ.ย. 2560 พล.อ.ประยุทธ์ยังย้ำเงื่อนไขเรื่องการ "ปลดล็อก" เมื่อ "กฎหมายต่าง ๆ สมบูรณ์" พร้อมนำเอกสารที่รายงานในที่ประชุม คสช. มาแจกจ่ายสื่อมวลชน โดยเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า "ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่เรียบร้อย บ้านเมืองยังอยู่ในห้วงเวลาที่ไม่ควรมีความขัดแย้งทางการเมือง ขอให้รอการปลดล็อกออกไปอีกระยะ อย่าตื่นเต้นกังวล คสช. ขอให้คำยืนยันว่าทุกอย่างยังเดินหน้าตามโรดแมป คือจัดให้มีการเลือกตั้ง 150 วันนับจากกฎหมายลูกด้านการเลือกตั้งประกาศใช้" พร้อมยืนยัน "จะไม่ให้ประกาศหรือคำสั่ง คสช. ที่ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองมาเป็นอุปสรรค"

ชุมนุมต้าน คสช.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การชุมนุมต่อต้านรัฐประหารเกิดขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะวาระครบปีของ คสช. ในภาพนี้เป็นวาระครบ 2 ปี 22 พ.ค.

ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ระบุว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีกฎหมายลูกครบ 4 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง, พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต., พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.

ถูกรุกหนักตลอด ธ.ค. แต่ประยุทธ์สั่ง "ปลดล็อกเป็น ขั้น ๆ"

เข้าสู่เดือน ธ.ค. 2560 นักการเมืองเริ่ม "นั่งไม่ติดเก้าอี้" และกดดันหนักให้ คสช. "ปลดล็อก" ทางการเมือง เนื่องจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดให้พรรคการเมืองดำเนินการให้มีสมาชิกภายใน 90 วันนับจากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ หรือภายในเดือน ม.ค. 2561 โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บอกสื่อมวลชนว่าจะลองเสนอหัวหน้า คสช. เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่บรรดาพรรคการเมือง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ถูกสื่อมวลชนโยนคำถามนี้ใส่แทบทุกสัปดาห์

4 ธ.ค. 2560 นายกฯ เปิดเผยหลังการประชุม ครม. ว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการปลดล็อก

สมบัติ บุญงามอนงค์

ที่มาของภาพ, HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, โฉมหน้าคณะผู้ก่อตั้งพรรคเกรียน นำโดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แต่ต่อมา กกต. ไม่อนุญาตให้จดแจ้งจัดตั้งพรรคด้วยชื่อดังกล่าว

12 ธ.ค. 2560 พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันคำตอบเดิม "มาเร่งตอนนี้ ก็ยังเลือกตั้งไม่ได้อยู่ดี เพราะกฎหมายลูกยังไม่เสร็จ ถือว่ายังอยู่ในเวลาที่กำหนด" และย้ำด้วยว่าหากกกฎหมายเรียบร้อยจะ "ปลดล็อกเป็นขั้น ๆ ไป" เนื่องจากแต่ละพรรคการเมืองมีความจำเป็นแตกต่างกัน พรรคเล็ก พรรคใหญ่ พรรคใหม่ พรรคเก่า ก็ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งหมด

"ในเมื่อท่านเป็นพรรคเก่ามั่นใจว่าสมาชิกเยอะ ไม่เห็นจะต้องกังวลอะไร เช็คแป็บเดียวก็ออกมาแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องเตรียมการในเรื่องของการสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และการบริจาคเงินตามที่กฎหมายกำหนด ตรงนี้จะมีการปลดล็อกให้ทำได้กันในอนาคต จะปล่อยให้ ซึ่งเป็นเรื่องของ คสช. ที่จะดำเนินการ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว (12 ธ.ค. 2560)

เมื่อถูกรุกหนัก ๆ เข้า พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกมาบอกใบ้ว่าอาจ "ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการแก้ปัญหา" ด้วยการขยายเวลาที่บังคับไว้ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และขอให้สื่อมวลชนใช้คำว่า "มาตรการเพื่อให้การดำเนินการทางการเมืองสามารถทำได้" (19 ธ.ค. 2560)

คำสั่งหัวหน้า คสช. 53/2560 ไม่ใช่ "ปลดล็อก" แค่ "คลายล็อก"

สุดท้าย "ของขวัญปีใหม่" ที่ พล.อ.ประยุทธ์มอบให้นักการเมืองไม่ใช่การ "ปลดล็อก" แต่เป็นเพียงการ "คลายล็อกเล็ก ๆ" เท่านั้น ด้วยการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เมื่อ 22 ธ.ค. 2560 เปิดทางให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินงานธุรการได้

พรรคเพื่อไทย

ที่มาของภาพ, HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, พรรคเพื่อไทยมีผู้มายืนยันการเป็นสมาชิกเพียง 9.7 พันคน จากฐานเดิม 1.3 แสนคน

แต่ของขวัญชิ้นนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนการเมืองต้องการ ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าคำสั่งฉบับดังกล่าวอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ กรณีกำหนดให้สมาชิกพรรคต้องยืนยันตัวตนพร้อมแสดงหลักฐานต่อหัวหน้าพรรคภายใน 30 วัน ไม่เช่นนั้นจะพ้นจากการเป็นสมาชิก โดยทั้ง 2 พรรคตีความว่าเป็นการลิดรอนสิทธิและเพิ่มภาระให้กับสมาชิก

อีกครั้งที่ผู้นำสูงสุดของ คสช. ถูกสื่อมวลชนตั้งคำถามวนเวียนอยู่กับการมอบของขวัญให้นักการเมือง หนึ่งวันก่อนถึงวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 64 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ คำตอบของเขาคือ "วันเกิดผม เกี่ยวอะไรกับใคร" (20 มี.ค. 61)

ท้านักการเมืองรับประกันก่อนว่าหาเสียงไม่ผิด กม.

5 มิ.ย. 2561 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้ผู้ออกคำสั่งออกมายืนยันว่า "หากจะปลดก็ต้องปลดเป็นกิจกรรมไป ถ้าปลดล็อกทั้งหมด ท่านรับรองได้หรือไม่ว่าจะไม่มีปัญหา"

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ร่วมเปิดตัวพรรครวมพลังประชาชาติไทย เมื่อ 3 มิ.ย. ทั้งที่ก่อนหน้านั้นประกาศไม่หวนคืนการเมืองอีกหลังจบภารกิจชุมนุม กปปส.

"มันด่ากันตามถนนหนทางเดินกันทั่วไปหมด รับได้หรือไม่ ถ้าสื่อรับไม่ได้ก็ต้องช่วยผม ให้ทุกคนออกมารับประกันว่าการหาเสียงต้องประกาศนโยบายที่ตรงตามกฎหมายกำหนด ไม่ใช่มองว่ากฎหมายที่ออกมาเป็นการบังคับ มาตัดสิทธิ มาเพิ่มภาระ แล้วที่ผ่านมาไม่มีเรื่องพวกนี้แล้วเป็นอย่างไร ก็ลองมีเสียบ้างไม่ได้หรือ ประเทศนี้มันต้องมีกฎเกณฑ์ มีกฎหมาย กติกา..." นายกฯ กล่าว

ถาม "ประชาชนมีใครเดือดร้อนหรือไม่" จากปมไม่ปลดล็อก

นอกจากนี้ในระหว่างเดินสายลงพื้นที่พบปะประชาชน และจัดประชุม ครม. สัญจร พล.อ.ประยุทธ์-ผู้เปิดตัวเป็นนักการเมือง มักชวนประชาชนเลือกคนดี ๆ เข้าไปปกครองบ้านเมือง และมิลืมนำความในใจมาระบายให้ประชาชนฟัง

ในระหว่างพบปะประชาชนราว 300 คนที่ จ.ปัตตานี หัวหน้า คสช. เอ่ยปากถามชาวบ้านที่มาต้อนรับว่าเดือดร้อนกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 หรือไม่ ที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อกกันอยู่ ประชาชนมีใครเดือดร้อนหรือไม่

"ตกลงเดี๋ยวผมจะตอบเขาว่ายังไม่ปลดล็อก มันถึงเวลาผมก็ปลดให้ทันตามกระบวนการ ทำธุรการได้ มันจะมีปัญหาอะไรนักหนา เข้าใจไหม ได้ทุกอย่าง คือ ประชาชนจะได้ แต่อาจจะมีคนไม่ได้อยู่ มันก็เลยมีปัญหา ผมไม่ทะเลาะกับใคร ผมไม่ได้มาหาเสียง..." พล.อ.ประยุทธ์กล่าว (4 เม.ย. 2561)

เงื่อนไขถกพรรคการเมือง "บ้านเมืองปลอดภัย ลดความขัดแย้ง"

ภายใต้ปฏิทินการเมืองฉบับนายวิษณุ เครืองาม มือกฎหมายรัฐบาล ระบุว่าในเดือน มิ.ย. จะทราบ "โรดแมปขั้นสุดท้ายของประเทศ" ซึ่งเป็นไปตามคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ในข้อ 8 ที่ระบุว่าหลัง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลใช้บังคับ ครม. คสช. จะร่วมกันเพื่อจัดทำแผนและขั้นตอนดำเนินการการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง (โรดแมป) โดยหารือกับ กกต. กรธ. ประธาน สนช. และอาจเชิญผู้แทนพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองร่วมหารือถึงความพร้อมในการกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่ชัด

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ตั้งเงื่อนไขจะไปประชุมร่วมกับ คสช. หากอนุญาตให้ "ไลฟ์สด"

ทว่าพรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยกลับส่งสัญญาณ "ไม่เข้าร่วม" เพราะไม่ต้องการรับรองความชอบธรรมให้กับรัฐบาล คสช. หลัง "ยืดโรดแมปเลือกตั้ง" ออกไปหลายครั้งหลายหน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวแบบฉุน ๆ ว่า "เมื่อถึงเวลานัดก็มา แต่ถ้าไม่อยากมา ก็ไม่ต้องมา" พร้อมตั้งวาระในการพูดคุยว่าเป็นไปเพื่อ "ทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ลดความขัดแย้ง" (15 พ.ค. 2561)

เงื่อนไขในการปลดล็อกและการเปิดถกพรรคการเมือง จึงวนเวียนอยู่กับเรื่อง "ความสงบเรียบร้อย" ในแบบ คสช.