สุเทพ รับเสียงวิจารณ์ “ตระบัดสัตย์” ประกาศเดินเท้าไปทุกจังหวัดชวนร่วม "พรรคพสกนิกร"

สุเทพ เทือกสุบรรณ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

"ผมรู้เลยว่าเมื่อผมเข้าร่วมกับพรรคนี้อาจเป็นจุดด้อยให้คนโจมตีว่าตระบัดสัตย์ ไหนว่าไม่เล่นการเมือง วันนี้ขอประกาศเลยว่าผมไม่ใช่คนอยู่เบื้องหลังพรรคนี้ แต่จะยืนเคียงข้างกับพี่น้องประชาชนผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน ผมไม่สนใจคำวิจารณ์ คำด่าอะไรทั้งสิ้น"

คือคำชี้แจงจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำผู้ประท้วงขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเรียกตัวเองว่าคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) หลังเปิดหน้า-เปิดตัวในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เนื่องจากเขาเคยระบุว่า "จะไม่หวนกลับมาเล่นการเมืองอีกต่อไป" หลังจบภารกิจการชุมนุมของ กปปส.

ในงานแถลงเปิดตัวพรรคต่อสื่อมวลชนและประชาชน ที่ศาลาดนตรี (อาคารสุริยะเทพ) ม.รังสิต วันนี้ (3 มิ.ย.) นายสุเทพได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเป็นผู้ก่อตั้งและสมาชิกพรรค รปช.

ทันทีที่คว้าไมโครโฟนมาเพื่อกล่าวแสดงความรู้สึก นายสุเทพหยุดนิ่งราว 1 นาที แหงนหน้ามองเพดาน ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ผมนึกถึงประชาชนคนที่เสียชีวิต นึกถึงประชาชนที่เสียสละตัวเองเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน ใฝ่ฝันจะเห็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข..."

สุเทพ เทือกสุบรรณ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

จากนั้นเขาเริ่มร่ำไห้เมื่อย้อนรำลึกความหลังในคราวชุมนุม กปปส. นาน 204 วัน ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเงียบ ผู้ก่อตั้งและสมาชิกพรรคหลายร้อยคนรอฟังเขา "เมื่อบ้านเมืองมีภัย คนไทยเหล่านั้นก็เสียสละเงินส่วนตัว เสียสละความสุขมานอนกลางดินกินกลางถนน ถูกเขายิง ถูกเขาขว้างระเบิด บาดเจ็บเป็นพัน ตายหลายสิบ ผมอยากให้คนเหล่านั้นได้เห็นภาพวันนี้ วันที่พวกเรารำลึกถึงเขาด้วยความเคารพในความเสียสละ และวันที่เราลุกขึ้นมาประกาศอุดมการณ์ที่จะสืบสานปณิธานของคนเหล่านั้นในการสร้างพรรคการเมืองของประชาชน"

นายสุเทพย้ำว่าจะไม่ลงสมัคร ส.ส. ไม่มีตำแหน่งในพรรค แต่บทบาทใหม่ของเขาคือการเป็น "ขี้ข้าของประชาชน"

ทันทีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ​อนุญาตให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้ นายสุเทพระบุว่าจะสวมรองเท้าผ้าใบคู่เดิมเดินไปหาประชาชนทุกจังหวัดในประเทศไทย เพื่อชวนมาร่วมเป็นสมาชิกพรรค รปช.

นอกจากนี้เขายังตอบสารพัดข้อสงสัยและแสดง "จุดยืนใหม่" ในระหว่างตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน บีบีซีไทยสรุปมานำเสนอบางส่วน

สุเทพ เทือกสุบรรณ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

จะสนับสนุนหัวหน้าพรรค หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

- (หัวเราะ) ถามเร็วเกินไป เพราะหัวหน้าพรรคยังไม่มีเลย ทั้งนี้ได้แสดงจุดยืนตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. ว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เพื่อแก้วิกฤตให้ประเทศและปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชน แต่นับจากนี้ไม่มีเสรีภาพในการแสดงความเห็นส่วนตัวแล้ว หลังตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งของ รปช. เพราะพรรคนี้ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

จะดูดอดีต ส.ส. มาร่วมงานหรือไม่

- พรรคนี้ไม่ดูดใคร ไม่เคยชวนไม่เคยดูดอดีตแกนนำ กปปส. มาร่วมพรรค ส่วนอดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานีที่เป็นน้องของตน (นายธานี และนายเชน เทือกสุบรรณ) ไม่ต้องดูด มันมาเอง ไล่ก็ไม่ไป

จะปลุกกระแสมวลมหาประชาชน กปปส. ให้มาร่วมเป็นสมาชิกพรรค รปช. ได้อย่างไร

- กปปส. จบไปตั้งแต่ 22 พ.ค. 2557 อยากเก็บเอาไว้เป็นตำนานการต่อสู้ของประชาชน พรรคนี้ไม่ใช่พรรค กปปส.

การเกิดขึ้นของพรรค รปช. จะเป็นสาขาพรรคประชาธิปัตย์ หรือไปตัดคะแนนเสียงกันเอง

- พรรคนี้ไม่ตั้งตนเป็นศัตรูกับใคร พร้อมร่วมมือกับนักการเมืองพรรคอื่นถ้ามีจุดยืนเดียวกัน หากใครเทิดทูนพระมหากษัตริย์และปกป้องสถาบันมาร่วมมือกับเราได้ แต่ไม่ใช่เอาสถาบันมาหาเสียง นี่เป็นจุดยืน เพราะคนบางคนบางกลุ่มประกาศอีกอย่าง และถ้าใครมีหัวใจปฏิรูปก็มาร่วมกับเราได้

จุดยืนต่อรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 หลังบางพรรคประกาศ "ฉีกรัฐธรรมนูญ"

- พรรค รปช. ยืดเจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงออกในวันลงประชามติรับร่างฯ 16.8 ล้านเสียง เรายืนยันยืนหยัดจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ด้วยความเคารพ และจะพิทักษ์รัฐธรรมนูญเอาไว้

จุดยืนต่อการนิรโทษกรรม เพราะแกนนำ กปปส. ก็ต้องคดีหลายคดี

- ไม่มีการนิรโทษกรรมให้ใครทั้งสิ้น ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก ทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

รปช

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

เอนกชวนร่วมปั้น "พรรคพลเมืองที่เป็นพสกนิกร"

ด้าน ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ซึ่งมีกระแสข่าวถูกวางตัวเป็นหัวหน้าพรรค รปช. กล่าวต่อหน้าสมาชิกพรรคหลายร้อยคนถึงเจตนารมณ์ในการจัดตั้งพรรคว่าต้องการทำพรรคที่ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง พร้อมระบุว่าผู้ก่อตั้งและสมาชิกพรรค รปช. หลายคนเคยร่วมต่อสู้บนท้องถนนในปี 2516, 2519, 2535, 2556-2557

เพราะคนไทยรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คนไทยต้องการประชาธิปไตยที่เป็นธรรมาธิปไตย และเกลียดการเมืองที่ฉ้อฉล ที่ผ่านมาขบวนการ "มวลมหาประชาชน" ไม่ได้หยุดนิ่ง เพิกเฉย และได้มาชักชวนตนให้ทำพรรคแม้ไม่ได้เป็นแนวร่วม กปปส. ก็ตาม พรรค รปช. จะเข้ามาเปลี่ยนกระบวนทัศน์การเมืองที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ต่อสู้กับการเมืองที่ฉ้อฉล แต่เข้ามาทำการเมืองเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน จึงขอทำพรรคนี้อย่าง "สุดชีวิตจิตใจ"

เอนก เหล่าธรรมทัศน์

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

"ถ้าเรารวมกัน เราจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญของบ้านเมือง ยังมีสถานการณ์สลับซ้อนซ้อนอีกมากรออยู่ เราต้องเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่บ้านเมืองจะหยิบไปใช้ เราจะไม่ไปหลั่งเลือดบนท้องถนนให้เสียชีวิต แต่ต้องทำให้พรรคนี้เกิดขึ้นให้ได้" ดร.เอนกกล่าว

ผู้ก่อตั้งพรรค รปช. บอกด้วยว่า การทำการเมืองเที่ยวนี้ไม่มีแพ้ เพราะเป็นการทำเพื่อแผ่นดิน เพื่อบ้านเมือง และเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน สถาบันดั้งเดิมเป็นของสูงส่ง ขนบธรรมเนียมเป็นสิ่งดีงาม ดังนั้น "เราจะปฏิรูป ไม่ปฏิวัติ ไม่โค่นล้ม ไม่ทำการเมืองด้วยความชิงชัง มีแต่จะทำให้เกิดความรู้รักสามัคคี"

"อีก 3 เดือนข้างหน้า เราจะเตือนประชาชนให้รำลึกถึงการออกมาบนท้องถนนที่พวกเราไม่เกรงกลัว ยอมเจ็บ ยอมตาย ยอมติดคุก และกำลังจะติดคุก วันนี้พวกเรามาช่วยกันทำพรรค เราจะเป็นพรรคพลเมือง เป็นพลเมืองที่เป็นพสกนิกรปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์" ดร.เอนกกล่าว

รปช

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

การรวมตัวกันของแกนนำ กปปส. วันนี้เพื่อ "เปิดหน้า" สนับสนุนพรรคการเมืองน้องใหม่ ซึ่งเป็นไปตามที่นักวิชาการแนวร่วม กปปส. เคยวิเคราะห์กับบีบีซีไทยว่าพรรค รปช. จะแจ้งเกิดได้ นายสุเทพต้องออกหน้าสนับสนุนเพื่อดึงฐาน "มวลมหาประชาชน" กปปส. นับล้านคนมาเป็นฐานเสียงของพรรค เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่า "พรรค รปช.ยึดโยงกับ กปปส."

สำหรับการประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห) จำนวน 9 คน จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.ย. โดยมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค

สำรวจแนวร่วม กปปส. ผู้เปิดตัวเป็นแนวหน้า รปช.

นอกจาก "ลุงกำนัน" ของ กปปส. ยังมีผู้สนับสนุน กปปส. ปรากฏตัวเป็นสมาชิกแถวหน้าของพรรค รปช. อีกหลายคน บีบีซีไทยรวบรวมรายชื่อบางส่วนมานำเสนอ ดังนี้

- ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

- นายสุริยะใส กตะศิลา อดีตผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และอดีตเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่

- รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งใน "ดาวปราศรัย" บนเวที กปปส.

- นายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา

- นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว.

- นายสำราญ รอดเพชร อดีตโฆษกบนเวทีพันธมิตรฯ

- นายเถกิง สมทรัพย์ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย

- นายสาธิต และนายอาทิตย์ เซกัล นักธุรกิจเชื้อสายอินเดีย แนวร่วม กปปส.

ย้อนดู.. ใครคือมวลมหาประชาชน

"มวลมหาประชาชน" คือคำที่ถูกคิดค้น-เรียกขานโดยนายเถกิง สมทรัพย์ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย เป็นคนแรก ในวันที่นายสุเทพ "เป่านกหวีด" ระดมพลขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อ 24 พ.ย. 2556 หรือที่รู้จักในชื่อเรียกว่า "วันมวลมหาประชาชน คนไทยใจเกินล้าน"

สุเทพ เทือกสุบรรณ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

จาก "อินเตอร์ลูท" คั่นหน้าจอบลูสกายทีวี พัฒนาเป็นคำพูดติดปากแกนนำ และกลายเป็นชื่อใหม่ของผู้ชุมนุม

เดือน ธ.ค. 2556 มูลนิธิเอเชียเผยแพร่รายงาน "ผู้ประท้วงคือใคร" (Profile of the Protestors) หลังลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านรัฐบาลที่มาร่วมชุมนุมในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2556 พบว่าแนวร่วม กปปส. ส่วนใหญ่อยู่ในวัยกลางคนอายุ 46-55 ปี เป็นผู้มีการศึกษาสูงตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป อีกทั้งยังมีรายได้เกินเดือนละ 60,000 บาท ด้านอาชีพ ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทเอกชน ข้าราชการ และเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก จึงถือว่าพวกเขาเป็น "ชนชั้นกลางระดับบน" และมีถิ่นพำนักในกรุงเทพฯ เป็นส่วนมาก

สำหรับแรงจูงใจในการเข้าร่วม "ม็อบนกหวีด" 3 อันดับแรก พบว่า ร้อยละ 48 ต้องการหยุดตระกูลชินวัตรไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไทยอีก ร้อยละ 14 ต้องการปกป้องสถาบันกษัตริย์ และร้อยละ 13 ต้องการหยุดยั้งร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม "ฉบับเหมาเข่ง"

แม้แนวร่วม กปปส. ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 50 เชื่อว่าประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุด แต่ก็มีถึงร้อยละ 46 ที่เห็นว่าผู้นำที่เข้มแข็งไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้งเสมอไป เมื่อให้ลองนิยาม "ประชาธิปไตย" ปรากฏว่าร้อยละ 34 คิดว่าประชาธิปไตยคือการที่ทุกคนเท่ากัน ร้อยละ 17 ระบุว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ส่วนร้อยละ 15 เห็นว่าทุกคนต้องทำหน้าที่

ต่อคำถามที่ว่าควรทำอย่างไรเพื่อนำประเทศออกจากความขัดแย้งทางการเมืองในเวลานั้น แนวร่วม กปปส. ร้อยละ 44 ตอบว่าควรให้ "สภาประชาชน" ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเข้ามาแทนที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

การกลับมาของพรรค "คนดี"

แม้แนวร่วม กปปส. "ครึ่งหนึ่ง" สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กลับชี้ว่า กปปส. เป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม (social movement) แรกในประวัติศาสตร์ไทยที่มุ่งขัดขวางกระบวนการเลือกตั้งโดยตรง ไม่ใช่แค่ต่อต้านรัฐบาล แต่ยังโจมตีหลักการและคุณค่าพื้นฐานของประชาธิปไตย ถึงขนาดกลับไปตั้งคำถามว่าคนเราควรเท่ากันหรือไม่ ต้องหนึ่งคนหนึ่งเสียงหรือไม่ เมื่อคิดว่าคนเราไม่เท่ากัน การเลือกตั้งจึงกลายเป็นบ่อเกิดของอำนาจที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรม กปปส. จึงใช้ความรุนแรงหยุดยั้งการเลือกตั้งซึ่งถือเป็นสถาบันพื้นฐานของประชาธิปไตย

กปปส

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, ปฏิบัติการสำคัญของ กปปส.ที่เกิดขึ้นในช่วงชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ คือการ "ปิดกรุงเทพฯ" และ "ปิดคูหาเลือกตั้ง"

ค่านิยมหลัก-ค่านิยมร่วมกันของผู้ชุมนุม กปปส. คือการถือตนเป็น "คนดี" โดยแกนนำ กปปส. พยายามชี้ให้เห็นว่าพวกเขากำลังทำ "สงครามคนดี" เพื่อต่อสู้กับความชั่ว เรื่องนี้ถูกอธิบายผ่านงานวิจัยเรื่อง "ธรรมาธรรมะสงคราม ความรุนแรงเชิงศีลธรรม และอนารยะขัดขืน: การเมืองอัตลักษณ์ของ 'คนดี' ในวิกฤตการเมืองไทย (2556-2557)" ของ ผศ.ดร.ประจักษ์ โดยเขาได้สรุป "อัตลักษณ์คนดี/คนชั่ว" ผ่านการเปรียบเทียบชุดภาษาและคำที่แกนนำและผู้สนับสนุน กปปส. ใช้เรียกกลุ่มตนเอง กับชุดคำที่ใช้เรียกกลุ่มตรงข้าม (รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และคนเสื้อแดง) ไว้ 13 มิติ ซึ่งสัมพันธ์กับชาติ สถาบันกษัตริย์ ความเป็นพลเมือง ความเป็นคนดี รวมถึงระดับสติปัญญา ฯลฯ อย่างไรก็ตามอัตลักษณ์ "คนดี" ไม่ได้ใช้ในความหมายนามธรรมทั่วไป แต่เฉพาะเจาะจงถึงคนที่เข้าร่วมชุมนุมตามแนวทางของ กปปส. เท่านั้น

ที่มา: บีบีซีไทยสรุปบางประเด็นจากงานวิจัยของ ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ ที่รวบรวมจากคำปราศรัย แถลงการณ์ และสื่อต่าง ๆ ของ กปปส.

ขณะที่นายสุเทพเองก็สร้าง "อัตลักษณ์ใหม่" ขึ้นเป็น "ลุงกำนัน" ของมวลมหาประชาชน เพื่อสลัดภาพลักษณ์นักการเมืองอาชีพที่มีอดีตมัวหมอง โดยจัดแต่งเครื่องแต่งกาย สิ่งของประดับที่แสดงถึงความรักชาติ

"ในอดีตภาพพจน์ผมอาจไม่สวยสดงดงาม เป็นกรรมของผม แต่ผมเรียนว่าวันที่ผมมาสู้ ผมเหมือนฆราวาสมาบวช มาถือศีล และจะรักษาศีลไม่ให้ขาดแน่นอน ผมสู้สุดชีวิต ผมเทหมดหน้าตัก สู้เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน"นายสุเทพกล่าวปราศรัยบนเวทีราชดำเนิน เมื่อ 13 ธ.ค. 2556

งานวิจัยธรรมาธรรมะสงครามฯ ยังพบด้วยว่า การชุมนุมของ กปปส. ตลอด 204 วัน ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้วาทกรรมชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ ตามที่หลายคนเข้าใจ แต่ตกอยู่ภายใต้วาทกรรมเรื่องคนดี-การเมืองแบบคุณธรรม โดยพยายามทำทุกทางเพื่อ "สถาปนาการเมืองของคนดี"

จึงไม่แปลกหากแกนนำและแนวร่วม กปปส. ที่เปิดตัวเป็นผู้ก่อตั้งและผู้สนับสนุนพรรค รปช. ซึ่งถือเป็นภาคต่อของขบวนการ กปปส. จะประกาศทำให้พรรคการเมืองของพวกเขาเป็น "สถาบันแห่งความดี"