ไอซีโอ (ICO) ระดมทุนผ่านเหรียญดิจิทัล คืออะไร เสี่ยงแค่ไหน ?

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
หลายบริษัทในไทยกำลังวางแผนระดมทุนด้วยการเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้นักลงทุน หรือที่เรียกว่า "ไอซีโอ" แต่การระดมทุนที่ว่านี้คืออะไรกันแน่ ผู้ร่วมลงทุนจะได้รับอะไรตอบแทน และมีความเสี่ยงแค่ไหน?
ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเงินเชื่อว่าเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังเหรียญดิจิทัลจะยังคงอยู่ในอนาคต แต่การลงทุนในไอซีโอ ต้องดูปัจจัยในแต่ละกรณี และหากลงทุนโดยขาดความรู้มีโอกาส "เจ๊ง" สูง
ขณะที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า เตรียมออกประกาศให้ ไอซีโอ เป็นหลักทรัพย์พร้อมออกกฎเกณฑ์ที่ทำให้แน่ใจได้มากขึ้นว่า บริษัทมีตัวตนจริง ไม่ใช่การหลอกลวงหรือแชร์ลูกโซ่
ไอซีโอ คืออะไร ?
เดิมที เมื่อบริษัทเอกชนต้องการระดมทุนจากสาธารณะก่อนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทนั้น ๆ สามารถเสนอขายหุ้นให้แก่บุคคลทั่วไป เพื่อแลกกับจำนวนหุ้น โดยการดำเนินการดังกล่าวต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ ก.ล.ต. กำหนด การระดมทุนที่ว่านี้เรียกว่า ไอพีโอ (IPO -- Initial Public Offering)
ขณะที่ ไอซีโอ (ICO -- Initial Coin Offering) เป็นวิธีระดมทุนใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีเข้าช่วย แทนที่ผู้ลงทุนจะจ่ายเงินเพื่อแลกกับหุ้น พวกเขาจะได้รับเหรียญดิจิทัลที่จับต้องไม่ได้เป็นสิ่งตอบแทน

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
บริษัทที่ต้องการจะระดมทุนสามารถออกเหรียญดิจิทัลเหล่านี้ได้ตามความต้องการ พร้อมทั้งกำหนดราคาและสิทธิประโยชน์ของเหรียญนั้นได้เอง เช่น อาจใช้แทนหุ้น ใช้รับสิทธิพิเศษ หรือใช้แทนเงินในระบบที่ธุรกิจกำลังจะสร้างขึ้น โดยผู้ลงทุนจะต้องเก็บเหรียญดิจิทัลนี้ไว้กับผู้ให้บริการ e-wallet ซึ่งคล้ายกับบัญชีกระเป๋าสตางค์ออนไลน์
ปัจจุบันบริษัทในประเทศไทยสามารถออกเหรียญแบบนี้ได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยงานใด ไอซีโอ จึงมักเป็นวิธีระดมทุนสำหรับแผนธุรกิจที่ยังไม่เกิดขึ้น โดยบริษัทจะนำเสนอสิทธิประโยชน์และแผนธุรกิจในเอกสารที่เรียกว่า White Paper
ผู้ลงทุนส่วนมากเลือกลงทุนโดยคาดหวังว่าเหรียญดิจิทัลนี้จะมีมูลค่าสูงขึ้นเมื่อธุรกิจใหม่นี้ประสบความสำเร็จ และบางรายก็เชื่อว่าเหรียญที่ถืออยู่จะมีมูลค่าสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด
เหรียญเหล่านี้มักจะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่าบล็อคเชน (blockchain) ซึ่งเป็นรูปแบบการเก็บข้อมูลโดยใช้เครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ที่อยู่ในระบบ ช่วยกันจดบันทึกการทำรายการของทั้งระบบพร้อม ๆ กันทุกครั้งที่มีการทำรายการ จึงทำให้การแก้ไขปลอมแปลงนั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
เทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
บริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจำนวนมากเลือกที่จะระดมทุนด้วยวิธีนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์ CoinDesk ระบุว่าในปีที่ผ่านมาการระดมทุนด้วยไอซีโอ ทั่วโลกมีมูลค่าสูงกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1 ล้านล้านบาท)
ในประเทศไทย หลังจาก บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด ประกาศว่าได้จำหน่ายเหรียญดิจิทัล JFin Coin ทั้งหมด 100 ล้านเหรียญภายในเวลา 3 วัน เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ในราคาละ 6.60 บาทต่อเหรียญ ช่วยให้บริษัทระดมทุนได้ 660 ล้านบาทในรอบแรก ขณะที่บริษัทอีกหลายแห่งก็มีแผนจะระดมทุนด้วยวิธีเดียวกันนี้
ในวันนี้ยังมีรายงานว่า บมจ.โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) จะร่วมจัดตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจด้านการเงินสำหรับการก่อสร้าง ผ่านการระดมทุนผ่าน ไอซีโอ โดยเหรียญดิจิทัลชื่อ Procoin ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัท StockRadars เจ้าของแอปพลิเคชันสำหรับผู้เล่นหุ้น ก็วางแผนจะเสนอขายเหรียญจำนวน 120 ล้านเหรียญเช่นกัน
ผศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีด้านการเงิน กล่าวว่า ตัดสินใจลงทุนกับไอซีโอนั้นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและคำนึงถึงปัจจัยที่ต่างกันของแต่ละเหรียญที่มีอยู่นับหมื่นสกุลทั่วโลก
"(ที่) สำคัญคือเหรียญนั้นมันเอาไปใช้ได้จริงหรือเปล่า ถ้าใช้ได้จริง ๆ เช่น เอาไปใช้ทำธุรกรรมในระบบบล็อคเชนนั้น ๆ มันก็อาจจะเป็นวิธีการที่บริษัทเหล่านั้นใช้ระดมทุนได้ง่าย แต่ถ้าเหรียญไม่สามารถนำไปใช้ทำอะไรได้ ให้ซื้อแล้วถือไว้เฉย ๆ เพื่อให้คนกลุ่มหนึ่ง เอาเงินไปใช้ ตรงนี้อันตราย" ผศ.ดร.ปิติ กล่าวกับบีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, Getty Images
การระดมทุนแลกกับเหรียญดิจิทัลนั้นทั้งง่าย รวดเร็ว และไม่มีการควบคุม บริษัทที่เลือกใช้วิธีระดมทุนผ่านไอซีโอจึงมักอยู่ในกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือในตลาดทุนอื่น ๆ ได้ตามเงื่อนไข ซึ่ง ผศ.ดร.ปิติเตือนให้คำนึงว่าอัตราการประสบความสำเร็จของสตาร์ทอัพนั้นนับว่าต่ำมาก
นอกจากนี้ เขาเตือนว่าถึงแม้เทคโนโลยีบล็อคเชนจะมีความปลอดภัยสูง แต่การเพิ่มเติมเทคโนโลยีอื่นเข้ามาในการทำธุรกรรมของเหรียญบางชนิด ก็เปิดช่องให้ถูกโจรกรรมได้ โดยยกตัวอย่างบัญชี e-wallet ซึ่งสามารถถูกแฮ็คได้ไม่ต่างจากอีเมล
ผศ.ดร.ปิติ กล่าวว่าไอพีโอ มีความผันผวนสูงและเคลื่อนไหวรวดเร็ว ซึ่งเขาเองเตือนว่าหากไม่มีความรู้ และลงทุนด้วยความโลภ มีโอกาส "เจ๊ง" ได้สูงมาก
"คุณต้องยอมรับความเสี่ยงได้นะ แล้วคุณต้องคิดด้วยว่าทำแล้วมีความสุขหรือเปล่า หรือคุณซื้อแล้วต้องดูโทรศัพท์มือถือทุก 2 นาที … สนามนี้มันรุนแรงมากนะ เหมือนคุณขับรถจากบ้านไปทำงานทุกวัน อยู่ดี ๆ คุณลงไปแข่งนาสคาร์ คุณก็ชนแหลก" ผศ.ดร.ปิติ กล่าว
เขาเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการระดมทุนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยับยั้งได้และควรปล่อยให้ดำเนินไป แต่ในเวลาเดียวกันควรจะมีเครื่องมือช่วยยืนยันว่า บริษัทเหล่านี้มีตัวตนจริง ผู้ที่เข้ามาซื้อขายมีตัวตนจริง เมื่อได้เงินไปแล้วบริษัทต้องนำไปใช้ในการลงทุนจริง
"แต่ถ้าทำทั้งหมดนี้มันก็ไม่ต่างจากจุดประสงค์ของเงินดิจิทัล เพราะไอซีโอกับระบบเงินดิจิทัลเองก็ถูกออกแบบมาให้ทำงานโดยไม่ต้องการตัวกลาง ซึ่งมันก็มีความย้อนแย้งกันอยู่ แต่ถ้าไม่มีคนควบคุม คุณก็ต้องไปรับความเสี่ยงเอาเอง" ผศ.ดร.ปิติ กล่าวทิ้งท้าย
เตรียมประกาศ "ไอซีโอ" เป็นหลักทรัพย์
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่าในอีก 2 สัปดาห์ คณะกรรมการ ก.ล.ต จะพิจารณาร่างประกาศเกี่ยวกับการกำกับดูแลไอซีโอ ซึ่งจะประกาศให้เป็นหลักทรัพย์ชนิดหนึ่ง โดยบริษัทที่จะดำเนินการต้องขออนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ต่อไป
นอกจากนี้เมื่อออกประกาศมาแล้วก็จะต้องมีจัดการแพลทฟอร์มรองรับในการซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่ซื้อขายในประเทศในปัจจุบัน หากเข้าข่ายตามประกาศก็จะต้องมาลงทะเบียนให้ถูกต้อง
"ตอนนี้มันจะไม่รู้เลยว่าจุดนี้เรากำลังซื้อของที่มันเป็นแชร์ลูกโซ่หรือเปล่า หรือว่าไอซีโอจริง ๆ ซึ่งเป็นความเสี่ยงเพิ่มเติมจากธรรมชาติของไอซีโออยู่แล้ว" นายรพีกล่าว
นายรพี กล่าวว่า ธรรมชาติของไอซีโอมักจะเป็นการระดมทุนสำหรับธุรกิจใหม่ซึ่งไม่มีใครเคยทำมาก่อน และยังไม่รู้ว่าเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจที่คิดขึ้นมาจะสำเร็จหรือไม่ โดยในต่างประเทศมีสถิติชี้ให้เห็นว่ามีอัตราล้มเหลวสูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์
กฎเกณฑ์ใหม่มีแนวโน้มจะกำหนดให้เปิดเผยตัวตนของผู้ออกไอซีโอ เพื่อให้แน่ใจได้ระดับหนึ่งว่าไม่ใช่การหลอกลวง หรือ แชร์ลูกโซ่ รวมถึงการประเมินความปลอดภัยด้านไซเบอร์ของตัวกลางที่ให้บริการซื้อขาย ซึ่งปัจจุบันทั้งหมดไม่มีการควบคุมใด ๆ
"มันไม่มีข้อมูลว่าบริษัทนี้ ผลประกอบการเป็นยังไง งบการเงินในอดีต หรือผู้บริหารเป็นใคร ไอซีโอมันไม่มีเลย เพราะมันเป็นการระดมทุนเพื่อไปใช้ในธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่มีใครเคยใช้มาก่อน" เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว
ทั้งนี้ นายรพี ย้ำว่าประกาศใหม่ของ ก.ล.ต. นั้นไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงของการลงทุนในไอซีโอลดลง เพียงแต่ทำให้แน่ใจว่ามีมาตรฐานขั้นต่ำในบางเรื่อง
"คนเข้าไปซื้อ ต้องเตือนกันเยอะ ๆ ต้องเข้าใจเทคโนโลยีเบื้องหลังธุรกิจเหล่านี้ ต้องพิจารณาว่าเทคโนโลยีนี้มีโอกาสสำเร็จมากเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่แง่ธุรกิจ แต่เทคโนโลยีที่เขาใช้เป็นเทคโนโลยีที่เราเข้าใจหรือเปล่า และมันจะทำเงินให้กับธุรกิจได้หรือเปล่า"










