วิบากกรรมทีวีดิจิทัล: ปัญหาใหญ่ที่รอ กสทช. ชุดใหม่แก้ไข

บรรยากาศที่สำนักงาน กสทช.

ที่มาของภาพ, สำนักงาน กสทช.

    • Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

การสรรหากรรมการ กสทช. ชุดใหม่ เข้าสู่โค้งสุดท้าย หลังคณะกรรมการสรรหาเผยรายชื่อ 14 ผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจาก 86 คน เตรียมส่งต่อให้ สนช. พิจารณาเลือก 7 คน โดยส่วนใหญ่เป็นทหารและบุคลากรจากสำนักงาน กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

โจทย์ใหญ่ที่รอคอย กสทช. ชุดใหม่ เข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ ปัญหาช่องทีวีล้น คนดูลด โฆษณาหด รายได้ไม่เกิด ภายหลังการประมูลคลื่นความถี่สำหรับใช้ในกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล หรือ ทีวีดิจิทัล โดย กสทช.รุ่นแรกของประเทศ

โค้งสุดท้าย ของ รายชื่อ 14 ผู้สมัคร กสทช.

ที่มา: กสทช. และบีบีซีไทยรวบรวม

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ คณะกรรมการสรรหาจะเสนอเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อเสนอต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. พิจารณา ก่อนลงมติลับคัดเลือก 14 คน ให้เหลือตัวจริง 7 คน ซึ่งคาดว่า จะได้ตัว กสทช.ชุดใหม่ ราวเดือนเม.ย. นี้

การประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่อง เมื่อ 4 ปีก่อน ถูกเรียกขานโดย พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ว่าเป็น "การประมูลทีวีดิจิทัลครั้งแรกของไทยและของโลก" เกิดขึ้นพร้อมกับความคาดหวังของหลายฝ่ายว่า จะเป็นการเปิดเสรีทางธุรกิจโทรทัศน์ที่ผูกขาดจากการเป็นกิจการของรัฐ ผ่านระบบสัญญาสัมปทาน

ภาพทีวีดิจิทัลทีวี

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/DIGITAL TV (NBTC)

ทว่า สิ่งที่คาดไว้กลับไม่เป็นอย่างหวัง ท่ามกลางข้อกล่าวหาจากฝ่ายเอกชนว่า กสทช. ไม่สามารถแปรแผนงานบนกระดาษสู่การปฏิบัติจริง ตั้งแต่ ความล่าช้าในการขยายโครงข่ายการรับชมทีวีดิจิทัล โครงการแจกคูปองเพื่อแลกเครื่องแปลงสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิทัล สู่การประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเข้าใจ ทีวีระบบใหม่

นอกจากนี้ ปัจจัยที่ไม่ได้คาดไว้ก็ส่งผลต่อความนิยม และการเติบโตในทีวีดิจิทัล เช่น ภาวะตกต่ำของรายได้โฆษณา เนื่องจากความวุ่นวายทางการเมืองและการทำรัฐประหาร ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังจากเปิดตัวทีวีดิจิทัลได้ไม่นาน ขณะที่ความสำเร็จของการประมูล 3G/4G กลับเป็นปัจจัยพลิกผันในอุตสาหกรรมสื่อ ที่ทำให้พฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ทั้งเม็ดเงินโฆษณาและคนดูไหลหลั่งมายังสื่อออนไลน์ วงการทีวีก้าวเข้าสู่ยุค "ถดถอย"

line

เมื่อผิดคาด ก็พลาดเป้า

เมื่อไม่เป็นอย่างคาด ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจึงหันหน้าพึ่งผู้มีอำนาจเพื่อขอผ่อนผันด้วยกฎหมายพิเศษ คือ อำนาจพิเศษของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวพ.ศ.2557

นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบทีวีดิจิทัล (ประเทศไทย) ยอมรับกับบีบีซีไทยว่า สมาคมฯได้เข้าหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อหาทาง "ผ่าทางตัน" เช่น การขยายระยะเวลาชำระค่าใบอนุญาตประกอบทีวีดิจิทัล และทบทวนค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัล รวมถึงการเปิดทางเลือกที่เป็นไปได้ให้ผู้ประกอบการคืนใบอนุญาตได้

ทว่า คำให้สัมภาษณ์ของนายวิษณุ 1 วัน หลังวันวาเลนไทน์ ดูเหมือนเป็นการดับฝันผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลในเรื่องดังกล่าว เพราะ "เนติบริกร" รายนี้บอกว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้มาตรา 44 แก้ปัญหา และโยนเรื่องไปให้ กสทช.พิจารณาร่วมกับเอกชนในลักษณะไม่มีใครเสียเปรียบ (win-win) ทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงต้องเป็นธรรมกับผู้ที่เคยร่วมประมูลรายอื่นๆ ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ทางผู้ประกอบการและ กสทช.จะร่วมหารือ ก่อนที่จะมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรอบใหม่ในเดือน พ.ค. นี้

line

ทางออก คือ?

นายเดียว วรตั้งตระกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจ "ช่องวัน 31" บอกกับบีบีซีไทยว่า สิ่งที่จะช่วยได้คือมาตรการเยียวยาที่จะเป็นการช่วยยืดระยะเวลาภาวะปัญหาที่ผู้ประกอบการประสบอยู่ในขณะนี้ และทำให้พวกเขามีเงินเพียงพอที่จะปรับปรุงและพัฒนาเนื้อหารายการ สร้างรายได้และสร้างฐานผู้ชม

"วันนี้คงป่วยการที่จะมาโทษกันเอง วันนี้เราควรที่จะหาทางออก น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด...ส่วนในกรณีที่ผู้ประกอบการที่สู้ไม่ไหว ก็ป่วยการที่จะปล่อยให้พวกเขาตายไปต่อหน้าต่อตา อย่างน้อยคนที่ยอมแพ้ก็ปล่อยเขาออกจากอุตสาหกรรม คนที่อยู่จะอยู่ต่อไปอย่างไร มันก็ควรที่จะปรับกัน"

นายเดียวย้อนให้เห็นภาพก่อนการประมูลให้ฟังว่า กสทช. รับทราบถึงปัญหาที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมได้สะท้อนออกมา และวางกฎกติกาในการแก้ปม ปัญหา "ไว้อย่างสวยหรู"

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวม

"นี่ก็เป็นหัวใจหลักที่ผู้ประกอบการได้ประเมินว่าน่าจะเป็นโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจดิจิทัลทีวี ตามแผนธุรกิจ" เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นในวันนี้ เขาตอบว่า "ถ้าสามารถทำตามนั้นได้จริง ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้คงไม่เกิด และ"ผมมองว่านี่เป็นความสูญเสียทางธุรกิจเกิดขึ้นจากโรดแมป ของกสทช. ที่วางเอาไว้และไม่ตอบโจทย์"

line

เมื่อฝันสลาย

บริษัท ไทยทีวี จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 2 ช่อง (ช่องข่าว ไทยทีวี ช่อง 17 และช่องรายการเด็กและครอบครัว "โลก้า" ช่อง 15) คือ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลรายแรกที่ตัดสินใจไม่ชำระค่าใบอนุญาตงวดที่ 2 รวมเป็นเงิน 288.46 ล้านบาท เมื่อ 25 พ.ค. 2558

นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ "ติ๋ม ทีวีพูล" ประธานกรรมการบริหาร ส่งหนังสือแจ้ง กสทช. ขอคืนใบอนุญาตทั้งหมด ซึ่งขัดกับกฎระเบียบของ กสทช. จนต้องออกคำสั่งทางปกครองสั่งให้ บจ.ไทยทีวี ต้องชำระค่าใบอนุญาต พร้อมค่าปรับเป็นดอกเบี้ยผิดนัดชำระ รวมไปถึงการยึดเงินประกันที่สถาบัน การเงินค้ำประกันไว้ด้วย

เรื่องดังกล่าวนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลปกครอง จนถึงขณะนี้ยังไม่ถือว่าได้ข้อสรุปสุดท้าย แต่ศาลปกครองเพียงคุ้มครองไม่ให้ กสทช. ยึดเงินประกันจากธนาคารในงวดที่เหลือ ในขณะที่ทั้งสองช่องได้ถูก กสทช. เพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว

คนดูรายการจากช่องเวิร์คพอยท์

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา มี ผู้ดำเนินการช่องทีวีดิจิทัลเพียง 2 ราย เท่านั้นที่ยังคงมีกำไร คือ บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด เจ้าของช่องเวิร์คพอยท์ ช่อง 23 และ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด เจ้าของช่อง 7 ส่วนอีก 20 ช่องยังอยู่ในภาวะขาดทุน
line

รวมพลังฟ้อง กสทช.

ต่อมา กลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 7 ช่อง ได้แก่ จีเอ็มเอ็มวัน จีเอ็มเอ็มแชลแนล ไทยรัฐทีวี พีพีทีวี ไบร์ททีวี เนชั่นทีวี และนาว 26 ได้ยื่นฟ้อง กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อ 24 ส.ค. 2558 เรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนกว่า 1.25 หมื่นล้านบาท กรณีดำเนินนโยบายเปลี่ยนผ่านระบบทีวีดิจิทัลอย่างล่าช้า ทำให้ผู้ประกอบการขาดรายได้ จนต้องลดพนักงาน ปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อความอยู่รอด ล่าสุดเมื่อต้นสัปดาห์นี้ สำนักข่าวอิศรารายงานว่า สถานีโทรทัศน์นิวทีวี ประกาศปลดพนักงานข่าวออก 37 คน เพื่อปรับโครงสร้างองค์กร

ยอดโฆษณาในสื่อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแห่ลดต้นทุน อาทิ เครือเนชั่นประกาศขายช่อง NOW และมหาวิทยาลัย ส่วนว๊อยซ์ทีวี ได้ปรับสัดส่วนการผลิตรายการ และเลิกจ้างพนักงานออกกว่า 127 คน

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ยอดโฆษณาในสื่อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแห่ลดต้นทุน อาทิ เครือเนชั่นประกาศขายช่อง NOW และมหาวิทยาลัย ส่วนว๊อยซ์ทีวี ได้ปรับสัดส่วนการผลิตรายการ และเลิกจ้างพนักงานออก 127 คน หลังจากก่อนหน้านี้ได้ปรับลดไปแล้ว 57 คน
line

หนีตาย ขายเสี่ยใหญ่ (กว่า)

เมื่อหาทางออกจากธุรกิจนี้ไม่ได้ ผู้ประกอบการหลายรายจึงมองหากลุ่มทุนที่ใหญ่กว่ามาเป็นพันธมิตรร่วมทุน เพื่อหนีการขาดทุนในภาวะที่อุตสาหกรรมทีวีถดถอยเร็วกว่าที่คาด

เมื่อปลายปีที่แล้ว บริษัท วัฒนภักดี จำกัด โดยนายฐาปนและนายปณต สิริวัฒนภักดี บุตรชายของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี "เจ้าสัวเจริญ" มหาเศรษฐีอันดับ 2 ของประเทศไทยใช้เงิน 850 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 47.62% ใน บมจ. อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง ซึ่งคือผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์อมริมทร์ทีวี

ต่อมาในปีนี้บุตรชายทั้งสองของเจ้าสัวเจริญ แห่งกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ ได้นำบริษัท อเดลฟอส จำกัด เข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในบริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง จำกัด ผู้บริหารทีวีดิจิทัลช่อง GMM 25 ในสัดส่วน 50%

นายถกลเกียรติ วีรวรรณ

ที่มาของภาพ, GMM Grammy

คำบรรยายภาพ, นายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารช่องวัน 31 กำลังควบคุมการถ่ายทำละคร ซึ่งปัจจุบันช่องวัน 31 ได้ต้อนรับกลุ่มทุนใหม่ในเครือครอบครัวของนายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของโรงพยาบาลกรุงเทพ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ และถูกจัดอันดับร่ำรวยอันดับ 8 แล้วก็เป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์พีพีทีวีอีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด ซึ่งมี น.ส.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็เข้าซื้อหุ้น 50% ในบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้บริหารช่องวัน ในเครือของบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

น.ส. ปรมาภรณ์ คือบุตรสาวของนายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของโรงพยาบาลกรุงเทพ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ และถูกจัดอันดับร่ำรวยอันดับ 8 โดยนิตยสารฟอร์บส์ปีที่แล้ว ก็เป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี

line

(มหา) เสี่ย กับ สื่อ

มหาเศรษฐีหลายรายล้วนเห็นความสำคัญของอิทธิพลของสื่อมวลชน และเข้าเป็นเจ้าของธุรกิจโทรทัศน์ เช่น

- เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ที่มีทีวีดิจิทัล 2 ช่อง คือ ช่องข่าวทีเอ็นเอ็น 24 และช่องทรูโฟร์ยู รวมทั้ง ทีวีระบบบอกรับสมาชิก ทรูวิชันส์

- ตระกูลมาลีนนท์ ที่ถือใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 3 ช่อง (ช่อง 33 ช่อง 28 และช่อง 13)

- ตระกูลรัตนรักษ์ โดยนายกฤตย์ รัตนรักษ์ มหาเศรษฐีอันดับ 6 ของไทยในทำเนียบฟอร์บส นายธนาคาร และผู้ถือหุ้นสำคัญใน บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ที่บริหาร ช่อง 7 สี

"การทำธุรกิจแล้วไม่มีสื่อในมือ ก็ดูเหมือนจะแพ้เขา อย่างน้อยการลงทุนในสื่อทีวี ก็ถือเป็นการสร้างฐานในการประชาสัมพันธ์ หรือสร้างความแตกต่างในทางธุรกิจ" น.ส.พเยาว์ ธรรมธีรสุนทร หัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การซื้อสื่อโทรทัศน์ บริษัท มายด์แชร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวกับบีบีซีไทยถึงปรากฎการณ์ดังกล่าว

โคว้ตคำพูดของ พเยาว์

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองด้านวิชาการ ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเป็นกังวลเกี่ยวกับการนำเสนอข้อเท็จจริงของสื่อทีวี ที่มีกลุ่มทุนใหญ่เป็นเจ้าของ อาจจะมีการโน้มเอียงที่จะปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีกลุ่มตรงข้าม ขณะที่การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับบริการสาธารณะและชุมนุนตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ

"จนถึงวันนี้ ยังไม่มีทีวีสาธารณะและทีวีชุมชนตามกรอบเดิม เพื่อสร้างความสมดุลให้กับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการใช้ทรัพยากรของชาติ นี่จึงทำให้ภาคประชาสังคมกำลังจะถูกเบียดออกจากภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อหลักหรือไม่" นักวิชาการรายนี้ตั้งคำถาม

line

ปฏิรูปสื่อ อีกเผือกร้อนของ กสทช.

ดร.มานะ ยังชี้ให้เห็นว่า โจทย์สำคัญที่ กสทช. ชุดปัจจุบัน ยังไม่สามารถทำได้คือ "การปฏิรูปสื่อ" อาจจะถือได้ว่า "การปฏิรูปสื่อล้มเหลว" ก็ว่าได้ แม้ว่าจะมีการเปิดเสรีในเรื่องทีวีดิจิทัลไปแล้วแต่ 4 ปีที่ผ่านมายังไม่เห็นว่าคุณภาพและปริมาณเนื้อหาไม่ได้แปรผันตามจำนวนช่องที่เพิ่มขึ้น

"แทนที่จะเพิ่มปริมาณและคุณภาพเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีความหลากหลาย แต่ในผ่านมาเกือบ 4 ปี เนื้อหาและคุณภาพกลับไม่พัฒนาเท่าที่ควร" นักวิชาการด้านสื่อผู้นี้กล่าว

นอกจากนี้ ในด้านการเปิดพื้นที่สื่อให้กับภาคประชาสังคมยังไม่มีความคืบหน้า กองทัพยังเป็นหน่วยงานของรัฐที่ถือครองคลื่นวิทยุมากที่สุดเกือบ 200 สถานี และได้สิทธิในการครอบครองคืนคลื่นความถี่วิทยุ ออกไปอีกอย่างน้อย 5 ปีนับตั้งแต่ ปี 2559 ตาม คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 76/2559 เรื่องมาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ

line

"การบ้าน" เร่งด่วน

นักวิชาการและผู้ประกอบการฝากการบ้านเร่งด่วนถึง กสทช. ชุดใหม่ ให้เรียนรู้สรุปบทเรียนจากความผิดพลาดในอดีต และเร่งหาทางออกให้ธุรกิจทีวีดิจิทัล

"เราอยากให้ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมมีโอกาสและเป็นความหวังของอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกันไม่ว่าจะเป็นใคร ต้องการให้เสียสละของการเรียนรู้ธรรมชาติของอุตสาหกรรมทีวี" นายเดียว แห่ง "วัน 31" กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ดร.มานะ กล่าวว่า หน้าตาของ กสทช.ชุดใหม่ ภายใต้กรอบกฎหมายใหม่อำนาจอาจจะต่างไปจากชุดปัจจุบัน แต่ถ้ายังจำกัดอยู่ในกลุ่มเดิมๆ ก็ไม่สามารถแก้ใข้ปัญหาที่ชุดเก่าได้ทำทิ้งไว้

" หากไม่มีความเปลี่ยนแปลง กสทช. ชุดใหม่จะกลายเป็นเครื่องมือของรัฐมากกว่า" ดร.มานะกล่าว

โคว้ตคำพูดของ ดร.มานะ