รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าไทย: คนขับต้องการอะไรก่อนตัดสินใจเลิกใช้แก๊ส

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
- Author, ฐิติพล ปัญญาลิมปนันท์
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
อนาคตที่รถยนต์ส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันนั้นดูใกล้จะเป็นจริงขึ้นมากในแต่ละปี ด้วยแรงผลักดันจากทั้งภาครัฐและผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก
หนึ่งในความพยายามสนับสนุนของประเทศไทย มาในรูปแบบของ รถตุ๊กตุ๊ก พาหนะสัญลักษณ์ของประเทศกว่า 22,000 คัน ที่ภาครัฐวางเป้าหมายจะเปลี่ยนให้เป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าภายในเวลา 5 ปี
แต่หากจะให้คนขับตุ๊กตุ๊กส่วนใหญ่หันมาสนใจเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าด้วยตัวเอง รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าอาจต้องเริ่มวิ่งให้ได้เร็วและนานกว่านี้
ทำมาหากินช้าไม่ได้
"ไม่รู้มันวิ่งได้เร็วไหม มันจะเหมือนกันไหม พวกนี้มันสามสูบมันทันใจไง วึบวับ ๆ ถ้าวิ่ง 50-70 กำลังมันน้อยไป ไม่ทันใจ" นายชัยยันต์ ไชยโคตร คนขับรถตุ๊กตุ๊กวัย 54 ปี กล่าว

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ชัยยันต์ขับตุ๊กตุ๊กมานานกว่า 20 ปี และยังไม่มีรถเป็นของตัวเอง ปัจจุบันเขาเช่ารถจากสหกรณ์ในราคาวันละ 350 บาท นั่นยังไม่รวมค่าแก๊สที่เขาจะเติมตอนเย็นก่อนเข้าบ้านในราคาประมาณ 150 บาทต่อวัน
หากเขาเปลี่ยนมาใช้รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ากับโครงการสนับสนุนการลงทุนการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กให้เป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า เขาจะมีต้นทุนต่อวันเหลือเพียงแค่ค่าไฟฟ้า 40 บาทต่อวันเท่านั้น
แต่เหตุผลด้านความคุ้มค่าอย่างเดียวยังไม่พอสำหรับเขาและคนขับตุ๊กตุ๊กอีกหลายคนที่บอกกับบีบีซีไทยว่า จำนวนสถานีชาร์จประจุไฟและระยะเวลาในการชาร์จแต่ละครั้ง ยังทำให้เขาไม่มั่นใจว่าตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าจะใช้งานได้ดี
"ครึ่งชั่วโมงเต็มก็นานอยู่นะ แอลพีจี 5 นาทีเสร็จแล้ว วิ่งไปต่างจังหวัดก็ได้ ไปต่างจังหวัดจะไปชาร์จที่ไหน สถานีบริการอะไรก็ไม่มี" หนึ่งในผู้ขับรถตุ๊กตุ๊กของสหกรณ์รัตนโกสินทร์ที่เรียกแทนตัวเองว่า อิฐ กล่าว
"ถ้าให้ไปชาร์จไฟบ้านเอากว่าจะวิ่งกลับไปบ้าน กว่าพี่จะลากสายไฟไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว"

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ามีความเร็วสูงสุดประมาณ 50-70 กม./ชม. ซึ่งต่ำกว่าปกติที่ทั้งชัยยันต์และอิฐขับในกรุงเทพฯ เวลารถว่าง หรือขับทางไกลกลับบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยความเร็วมากกว่า 100 กม./ชม.
อิฐขับรถตุ๊กตุ๊กหน้าแดงเครื่องไดฮัตสุสามสูบ ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็นเหมือนรุ่นท็อปของตุ๊กตุ๊กและได้รับความนิยมในหมู่คนขับรุ่นราวคราวเดียวกับเขา เพราะเครื่องแรงทันใจ ไม่จุกจิก รูปร่างสวย ส่วนรถหน้าเหลืองเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมรองลงมา และรถเขียวหรือตุ๊กตุ๊กเอื้ออาทรซึ่งรัฐบาลช่วยเหลือด้านสินเชื่อเมื่อซื้อนั้นมีสมรรถนะไม่ค่อยดีจึงไม่ค่อยเป็นที่นิยม

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ขณะที่นายนวสรณ์ จิตรแก้ว ประธานสหกรณ์สามล้อนครเชียงใหม่ ซึ่งมีสมาชิกใช้รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าอยู่ 10 คัน บอกว่าพวกเขาพอใจมากกับการใช้งาน เพราะลดค่าใช้จ่ายเหลือเพียงค่าไฟเดือนละ 500-600 บาท
"ชาร์จไฟที่บ้านแล้วไปนอนหลับ ตื่นมาไฟมันเต็มแล้ว ไฟมันเต็มก็ตัดเอง เช้ามาเราก็วิ่งได้ประมาณ 100 กว่าโล แล้วแต่คนขับ ถ้าเราบิดเยอะก็เปลือง ถ้าปล่อยไหลไปบ้างก็เปลืองน้อย" นายนวสรณ์กล่าว
"มลพิษก็ไม่มี เสียงก็ไม่มี มันนิ่มเหมือนรถเบ๊นซ์"
ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ายังต้องการผู้กล้า
การปรับเปลี่ยนเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้านั้นเกิดขึ้นเองตามกลไกลของตลาดได้ยาก เมื่อทั้งผู้ใช้งานและผู้ประกอบการยังไม่เห็นประโยชน์ด้านต้นทุน ความสะดวก รวมถึงความคุ้นเคยการใช้งาน
โครงการ eTukTuk ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หวังว่าการเพิ่มรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ารับจ้างบนท้องถนน จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนตลาดได้เร็วขึ้น
"สิ่งที่เราพบจากการพูดคุยกับคนขับ คือเขาเห็นว่ามันไม่เคยมีรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่วิ่งรับส่งคนเลย เขาจะแน่ใจได้ไงว่าจะเวิร์ค" รองศาตราจารย์ ดร.อภิชิต เทอดโยธิน ผู้ดูแลโครงการ eTukTuk กล่าว

ที่มาของภาพ, ไทยคิงมอเตอร์ อินโนเวชั่น
ผู้ร่วมโครงการทั้งหมด 100 รายจะต้องนำรถเก่ามาแลกกับเงินทุนในการซื้อรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าใหม่ ซึ่งจะจ่ายให้ร้อยละ 85 ของราคาเต็ม โดย 10 คันแรกในช่วงสาธิตเทคโนโลยีได้รับเงินทุนเต็มจำนวน
รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้านั้นออกแบบมาให้ชาร์จไฟที่บ้านข้ามคืนก่อนนำมาใช้งานในวันถัดไปได้ โดยวิ่งได้ทั้งวันในระยะทาง 70-100 กม. ที่คนขับส่วนมากในการสำรวจเห็นว่าเพียงพอ
ตามทฤษฎีรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ายังซ่อมได้ง่ายกว่า และนอกจากนี้ผู้ผลิตรถที่เข้าร่วมโครงการจะต้องรับประกันการซ่อมแซมอย่างน้อย 3 ปี เพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้สมัคร
"ต้องมีผู้กล้าซักส่วนหนึ่งที่ลองทำก่อน เราได้กำหนดสเปครถที่มันดี และแน่ใจว่าใช้ทำงานได้ไม่ผิดหวัง จากการสำรวจการใช้งานรถตุ๊กตุ๊ก ที่จะให้เขามั่นใจได้ว่ามันโอเคนะ"
ดร.อภิชิต เรียกกลุ่มผู้ร่วมโครงการครั้งนี้ว่า "ผู้กล้า" เพราะพวกเขาต้องแบกรับความเสี่ยง หากเปลี่ยนแล้วไม่เป็นที่พอใจ ก็แทบจะไม่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนกลับมาเป็นรถแก๊สได้

ที่มาของภาพ, ไทยคิงมอเตอร์ อินโนเวชั่น
ปัจจุบันรถตุ๊กตุ๊กอยู่ในสภาวะ "ถูกคุมกำเนิด" ไม่สามารถจดทะเบียนรถใหม่ได้เพราะถูกมองว่าไม่ความปลอดภัยและทับซ้อนกับรถสาธารณะชนิดอื่น นั่นทำให้มีรถตุ๊กตุ๊กมีจำนวนเท่าเดิมมานานกว่า 20 ปี และนับเป็นหนึ่งในอุปสรรคในการเพิ่มจำนวนรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า
"ถ้าเราทะลุกำแพงนั้นไม่ได้ ที่เราทำได้คือให้เขานำรถแก๊สเก่าเขามาเปลี่ยนกับรถไฟฟ้าของเรา"
เขายอมรับว่ารถตุ๊กตุ๊กจำนวน 100 คันนั้นถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนรถตุ๊กตุ๊กรับจ้างทั่วกรุงเทพฯ กว่า 9 พันคัน "แต่มันต้องเป็นจุดเริ่มต้น ไม่งั้นเราก็จะกระดุกกระดิกไม่ได้เลย"

ที่มาของภาพ, BBC Thai
ล้อจะหมุนต้องอาศัยเงินทุน
ที่จังหวัดเชียงใหม่กลุ่มสหกรณ์และผู้ผลิตรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าใช้เวลากว่า 2 ปีในการทำลาย "กำแพง" โควต้ารถตุ๊กตุ๊กนั้นได้
เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาได้มีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคมที่อนุญาตให้จดทะเบียนรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าในจังหวัดได้เพิ่มจำนวน 450 คัน
แต่ในความเป็นจริงมีรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ารับจ้างจำนวนไม่ถึง 20 ที่ได้วิ่งอยู่จริง
นายรัตน์ธนวัตร พุทธจันทร์ กรรมการบริษัท ไทยคิงมอเตอร์ อินโนเวชั่น ซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและมีส่วนร่วมผลักดันรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าในเชียงใหม่ กล่าวว่าถึงแม้เชียงใหม่กำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทั้งผู้ขับและสหกรณ์ยังขาดเงินทุนที่จะลงทุนซื้อรถใหม่

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
"Money เนี่ยครับ คือตัวขับเคลื่อนกลไกลตัวนี้ที่แท้จริง สหกรณ์จะได้เงินจากที่ไหน ก็สินเชื่อไม่ว่าจะออมสิน หรือ ธกส." นายรัตน์ธนวัตรกล่าว
ปัจจุบันยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนสำหรับผู้ต้องการขอสินเชื่อเพื่อซื้อตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ซึ่งนายรัตน์ธนวัตรเชื่อว่าจะเป็นส่วนเติมเต็มให้การเปลี่ยนแปลงในเชียงใหม่เกิดขึ้นจริงได้
"ถ้าตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าจะเกิดได้ ผมว่าโครงการที่เชียงใหม่นี่แหละครับที่จะจุดประกายรถไฟฟ้าในไทยได้ สี่ล้อเราโดดไปไกลเกิน" เขากล่าว

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ตลาดรถในประเทศไทย
รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าจำนวน 22,000 คันทั่วประเทศนั้น คิดเป็นน้อยกว่า ร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับรถใหม่กว่า 2.8 ล้านคันที่จดทะเบียนทั่วประเทศในปีที่ผ่านมา
ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลิตรถยนต์กว่า 1.9 ล้านคันในปี 2559 ตามสถิติขององค์การผู้ผลิตรถยนต์ระหว่างประเทศ หรือ OICA
นอกจากนี้เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ประเทศไทยนำหน้าชาติอื่น ๆ ในด้านนโยบายและการลดหย่อนภาษีที่จูงใจผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรถพลังงานไฟฟ้า จากการศึกษาโดย FT Confidential Research
การศึกษาเดียวกันนี้ยังมองว่า การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้จะขึ้นอยู่กับความเร็วในการปรับมาใช้เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับโครงสร้างความพร้อมอย่างสถานีเติมประจุไฟฟ้า
ภายในปี 2579 กระทรวงพลังงานวางแผนจะให้มีสถานีเติมประจุไฟ 690 แห่งเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้า 1.2 ล้านคัน ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะมีรถตุ๊กตุ๊กกี่คันที่วิ่งบนถนนด้วยพลังงานไฟฟ้า










