You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เยือนบิสเตอร์วิลเลจ (Bicester Village) "หมู่บ้าน" หรู คู่รสนิยมนักช็อปไทย
ชื่อของ บิสเตอร์ วิลเลจ (Bicester Village) เอาท์เล็ตวิลเลจขนาดใหญ่ในมณฑลอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์ของอังกฤษเป็นที่รู้จักดีสำหรับนักช้อปชาวไทย ไม่ว่า นักการเมือง นายทหารใหญ่ หรือ นักท่องเที่ยวทั่วไป ต่างต้องหาโอกาสไปเยือนให้ได้สักครั้งหนึ่ง เป็นสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในโปรแกรมทัวร์อังกฤษแทบทุกบริษัท
แม้แต่บรรดาเศรษฐีไทยที่มีกำลังซื้อสินค้าหรูหราราคาแพงก็ยังหลงเสน่ห์การช้อปปิ้งสินค้าเอาท์เล็ต รวมถึงข้าราชการน้อยใหญ่ที่มีโอกาสมาดูงานที่อังกฤษ ยังต้องหาโอกาสแวะเอาท์เล็ตวิลเลจแห่งนี้ รวมทั้งคณะนายทหารที่เดินทางมาพร้อม พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เดินทางมาดูงานค้าอาวุธที่อังกฤษเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา
ลดกระหน่ำไม่ง้อเทศกาล
เสน่ห์อย่างแรกก็คือส่วนลดล่อตาล่อใจที่เป็นแม่เหล็กชั้นดีในการดึงนักท่องเที่ยวให้มาเยือน ในขณะที่นักช้อปทั่วไปมักรอให้แบรนด์โปรดลดราคาช่วงเทศกาล สินค้าที่บิสเตอร์ วิลเลจเสนอส่วนลดสูงสุดถึง 70% ตลอดปี หากเป็นนักท่องเที่ยวที่ได้รับบัตรเชิญวีไอพีจากธุรกิจที่ร่วมรายการ จะได้บัตรส่วนลดเพิ่มอีก 10% และนักท่องเที่ยวต่างชาติยังสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีกราว 12-14%
น.ส. เอลิซา เมเล เจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลลูกค้าของแวลูรีเทล ซึ่งเป็นบริษัทที่บริหารจัดการร้านค้าปลีกที่บิสเตอร์ วิลเลจ บอกกับบีบีซีไทยว่าข้อมูลจากวันที่ 1 ก.ค. - 30 พ.ย. 2560 ชี้ว่ามีลูกค้าชาวไทยมาจับจ่ายซื้อของที่นี่ด้วยโปรแกรมวีไอพีผ่านบัตรเชิญจากสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอนรวม 111 คน มีมูลค่าใช้จ่ายรวมราว 15,000 ปอนด์ หรือราว 660,000บาท
ด้าน น.ส. ปทิตตา ภูยศโภคิน นักท่องเที่ยวไทยวัย 22 ปี บอกกับบีบีซีไทยว่า ได้ยินชื่อบิสเตอร์ วิลเลจ จากคนรู้จักที่อยู่อังกฤษมาก่อน เมื่อมีโอกาสได้มาเที่ยวอังกฤษจึงลองมาตามคำแนะนำ รู้สึกชอบสถานที่เพราะมีการตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามจนเหมือนเดินอยู่ในหมู่บ้านจริง ๆ แต่เรื่องราคาสินค้าไม่ถือว่าโดนใจมากนักเมื่อเทียบกับเอาท์เล็ตวิลเลจแห่งอื่นในยุโรปซึ่งมีราคาถูกกว่า โดยเฉลี่ยจะใช้จ่ายอยู่ราว 1 แสนบาทต่อครั้ง
เดินจนเมื่อยขา ตาลาย ก็ยังช้อปไม่ทั่ว
ด้วยจำนวนร้านค้าจากกว่า 130 แบรนด์ที่ขายสินค้าราคาต่ำกว่าราคาหน้าร้าน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับนักช้อปทุกเพศทุกวัย ทำให้ช้อปปิ้งอาเขตแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกปีละหลายล้านคน
เว็บไซต์เดลี เมล รายงานว่าบิสเตอร์วิลเลจมียอดขายเกือบ 2,000 ปอนด์ (ราว 88,500 บาท) ต่อตารางฟุตต่อปี ในขณะที่ห้างสรรพสินค้าทั่วไปในสหราชอาณาจักรมียอดขายเฉลี่ยราว 300 ปอนด์ (ราว 13,200 บาท) ต่อตารางฟุตต่อปี
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เทเลกราฟระบุว่า ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวมาเยือนบิสเตอร์ วิลเลจราว 6.4 ล้านคน ทำให้เอาท์เล็ตวิลเลจแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากเป็นอันดับ 2 ของอังกฤษ เป็นรองจากบริติชมิวเซียม ซึ่งเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวราว 6.42 ล้านคน ซึ่ง น.ส. เมเล จากแวลูรีเทลบอกว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนครองอันดับ 1 ตามมาด้วยนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง
สินค้าเอาท์เล็ตคืออะไร
แนวคิดสินค้าเอาท์เล็ตเริ่มมาจากการที่บริษัทผู้ผลิตเสนอขายสินค้ามีตำหนิหรือสินค้าที่ผลิตมาเกินความต้องการให้กับพนักงานบริษัทในราคาถูก แนวปฏิบัติดังกล่าวได้รับความนิยมมากจึงเริ่มมีการเปิดขายให้แก่สาธารณชนด้วย ต่อมา ผู้ผลิตเริ่มนำสินค้าบางส่วนมาเปิดขายตรงให้ผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางเพื่อลดต้นทุนการจัดจำหน่าย ด้วยการสร้างร้านค้าเอาท์เล็ตในบริเวณโรงงานผลิตสินค้า และเสนอขายสินค้าในราคาโรงงาน รวมถึงการปรับกลยุทธ์ด้วยการเสนอขายสินค้าตกรุ่นเพื่อเป็นการกำจัดสินค้าค้างสต็อก
ปัจจุบัน กลยุทธ์การขายสินค้าเอาท์เล็ตถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้ตรงความต้องการของตลาดและสภาพเศรษฐกิจโลกมากขึ้น บรรดาสินค้าแบรนด์หรูเริ่มหันมาเปิดร้านค้าเอาท์เล็ตกันเป็นจำนวนมาก
จากการสอบถามพนักงานขายของบางร้าน บีบีซีไทยได้รับคำตอบว่า สินค้าที่วางขายในร้านค้าเอาท์เล็ตมีทั้งสินค้าตกรุ่น สินค้าที่เลิกผลิตแล้ว และสินค้ามีตำหนิ ซึ่งถูกติดป้ายลดราคาเสนอส่วนลดหลายสิบเปอร์เซ็นต์จากราคาเต็ม นอกจากนี้ยังมีสินค้าคุณภาพเกรดต่ำกว่าปกติ ซึ่งถูกผลิตมาเพื่อวางขายในร้านค้าเอาท์เล็ตโดยเฉพาะ สินค้าเหล่านี้ใช้วัสดุคุณภาพต่ำกว่าสินค้าแบบเดียวกันที่วางขายในร้านค้าปลีก หรือถูกส่งไปผลิตในประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า เช่น จีน บังกลาเทศ หรือศรีลังกา สินค้าจำพวกนี้ไม่เคยถูกวางขายในย่านร้านค้าปลีกชั้นนำ
ข้อมูลจากสำนักข่าวฮัฟฟิงตันโพสต์ ชี้ว่ามีความเป็นไปได้ว่าป้ายราคาเต็มที่ติดไว้ในความเป็นจริงคือราคากลางที่กำหนดโดยผู้ผลิต หรือ Manufacturer Suggested Retail Price (MSRP) เรียกได้ว่าเป็นราคาทางจิตวิทยา โดยผู้ผลิตมักตั้งไว้ค่อนข้างสูงเพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่าได้รับส่วนลดจำนวนมากจากสินค้าราคาแพง ซึ่งวิธีนี้เป็นกลยุทธ์ทั่วไปของร้านค้าสินค้าเอาท์เล็ตทั่วโลก