You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
มองไทยใน "New Shades" หวังดึงนักท่องเที่ยวอยู่ไทยนานขึ้น
เปิดตัว ปีท่องเที่ยวไทย 2018 ในลอนดอน ชูแนวคิด "Open to the New Shades of Thailand" หวังดึงนักท่องเที่ยวในยุโรปมาเที่ยวซ้ำ พักนานขึ้น จัดกิจกรรมเอาใจสตรีมากขึ้น ท่ามกลางกิจกรรมการตลาดที่คึกคักของประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อวันที่ 6-8 พ.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเข้าร่วมแสดงงาน การท่องเที่ยวนานาชาติ หรือ World Travel Market 2017 (WTM) ที่ศูนย์แสดงนิทรรศการเอ็กเซล ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เปิดตัวโครงการ ปีท่องเที่ยวไทย 2018 ภายใต้แนวคิด "Open to the New Shades of Thailand" หรือในชื่อไทยว่า "ท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋อย่างยั่งยืน"
WTM ถือเป็นงานแสดงสินค้าด้านการท่องเที่ยวนานาชาติประจำปีที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากงาน ITB Berlin ในเยอรมนี ที่จัดในช่วงเดือนมีนาคม
"ไม่อยากให้เขา skip บ้านเรา"
ระหว่างร่วมงาน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า สหราชอาณาจักรเป็นตลาดสำคัญของการท่องเที่ยวไทย นักท่องเที่ยวไปเยือนไทยปีละเกือบ 1 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของตลาดยุโรป มีระยะเวลาพำนักต่อคนต่อครั้งถึง 18 วัน ราว 70% ของนักท่องเที่ยวเหล่านี้มาเยือนไทยมากกว่า 1 ครั้ง
"เราพยายามเสนอสิ่งใหม่ ๆ มุมใหม่ ๆ ไม่อยากให้เขา skip (ข้ามผ่าน) บ้านเรา destination (จุดหมาย) เดิม แต่มีมุมมองใหม่ ๆ เมืองใหม่ ๆ หากิจกรรมให้เขาอยู่นานขึ้น ให้เกิดการกระจายรายได้มากขึ้น" นางกอบกาญจน์ให้สัมภาษณ์บนชั้นลอยของลานนิทรรศการของประเทศไทย ท่ามกลางสีสันของดอกไม้หลากสีจากประเทศไทย
ด้วยแนวคิดดังกล่าว การนำเสนอผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ WTM ในปีนี้ จึงผสมผสานระหว่างแพ็กเกจโรงแรมหรู กิจกรรมการตลาดของการบินไทย กิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว และงานหัตถกรรมของชุมชนจากสุโขทัย เลย และอุบลราชธานี
อีกมุมหนึ่งของพื้นที่จัดงานของไทย รถจักรยานยนต์ 1 คัน ตั้งอยู่เพื่อประชาสัมพันธ์ การแข่งขันจักรยานทางเรียบชิงแชมป์โลก "โมโตจีพี" ที่ จ. บุรีรัมย์ จะมีงานทดสอบเดือนก.พ. ก่อนจะแข่งในเดือนต.ค.
พื้นที่จัดงานของไทยถูกรายล้อมด้วยเพื่อนบ้านในอุษาคเนย์ที่ดูเหมือนจัดกิจกรรมที่คึกคัก เช่น การนวดฟรี และ วงดนตรีพื้นบ้านของมาเลเซีย เรือสำเภาโบราณของอินโดนิเซียที่มีเคาน์เตอร์เครื่องดื่มเสิร์ฟกาแฟท้องถิ่น และชาขิงใบเตย พร้อมนักแสดงในชุดประจำถิ่นสำหรับแสดงในเทศกาล สำคัญเดินถ่ายรูปกับผู้ชม
พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยน
นางกอบกาญจน์กล่าวว่า แนวโน้มของนักท่องเที่ยวทั่วโลก กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อแพ็กเกจทัวร์มาเป็นเที่ยวด้วยตัวเอง หรือ ที่เรียกว่า Free Independent Travellers (F.I.T.) โดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร สำรวจเส้นทาง และชำระเงิน
สถิติจากหน่วยงานการท่องเที่ยวของทางการจีนระบุว่า นักท่องเที่ยวที่มาไทยในขณะนี้ มีถึง 60% ที่เป็น F.I.T. โดยจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมมากันเอง แล้วออกสำรวจเส้นทางต่าง ๆ โดยใช้โทรศัพท์มือถือช่วยแปลภาษา และบอกเส้นทางเพื่อป้องกันหลงทาง และถูกเอาเปรียบ
"ทุกวันนี้ คนขับแท็กซี่มาเล่าให้ฟังว่า พวกนักท่องเที่ยว F.I.T. มี GPS หลอกเขาไม่ได้ พาเขาไปวน ออกนอกเส้นทางไม่ได้แล้ว เขาดูในมือถือ รู้ทันที" รัฐมนตรีหญิงกล่าว
อังกฤษอยู่นาน แต่ จีนจ่ายต่อวันมากกว่า
นางกอบกาญจน์ เปรียบเทียบพฤติกรรมการจับจ่ายระหว่างคนอังกฤษกับคนจีนว่า นักท่องเที่ยวอังกฤษ นิยมมานอนพักผ่อน "มีหนังสือเล่มเดียว อยู่ได้ทั้งวัน" มีอัตราค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 4,100 บาท แต่นักท่องเที่ยวจีนมีนิสัยคล้ายคนไทย คือ "กิน ช็อป จ่าย" ทำให้มีอัตราค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 5,300 บาท แต่จำนวนวันพำนักเพียงแค่ 9 วัน น้อยกว่านักท่องเที่ยวอังกฤษครึ่งหนึ่ง
เพิ่มทั้งคน เพิ่มทั้งเงิน
สถิตินักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยในปี 2559 อยู่ที่ 32.6 ล้านคน ในจำนวนนี้ 27% เป็นนักท่องเที่ยวจากจีน หรือ 8.75 ล้านคน ทำรายได้เข้าประเทศรวม 2.51 ล้านล้านบาท นางกอบกาญจน์ คาดว่าปี 2560 จำนวนนักท่องเที่ยวรวมจะอยู่ที่ 33-34 ล้านคน และคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะเพิ่มเป็น 2.7 ล้านล้านบาท เติบโตราว 8% จากปีก่อน
"อัตราการเติบโตของรายได้จากการท่องเที่ยวสูงกว่าอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวมา 3 ปีแล้ว เราต้องการเห็นรายได้จากการท่องเที่ยวกระจายออกไป"
มุ่งนักท่องเที่ยวสตรีมากขึ้น
จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้จำนวนสถิตินักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยรวมกลายเป็นหญิงมากกว่าชายแล้วตั้งแต่ปี 2559 (สัดส่วน 52:48) ในขณะที่ ททท. ขยายโครงการ Lady Journey ที่ชักชวนหญิงไทยให้เที่ยวเมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2553 ออกสู่นักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น
"ต้องมองว่าจริตเขาคืออะไร" อดีตผู้บริหารสูงสุดของบริษัทเครื่องใช้ในบ้านที่มีสโลแกนว่า "นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต" กล่าว และอธิบายเสริมถึงโครงการที่นำเสนอแก่นักท่องเที่ยวสตรีแต่ละกลุ่ม
"ผู้หญิงญี่ปุ่นเป็นผู้บริหารมากขึ้น เครียดขึ้น ทำงานหนักขึ้น ดังนั้นเราต้องเสนอแพ็กเกจที่ทำให้เขา สวยขึ้น ต่อยมวย ได้กล้าม ลดความเครียด เข้าวัด ทำสมาธิ ร้อยดอกไม้ เรียนทำอาหาร จ่ายกับข้าว ซื้อเครื่องปรุงที่ตลาดสด" นางกอบกาญจน์ขยายความ
"ส่วนหญิงจีน ต้องการที่พึ่งทางจิตใจ เข้าวัด ไหว้พระ วัดที่ไป นอกจากศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็ต้องถ่ายรูปสวย เช่น วัดพระราม 9 ทัวร์จีนไปลงเยอะ" รมว.ท่องเที่ยวฯกล่าวและเสริมว่า ทัวร์ตั้งครรภ์เลือกเพศบุตรก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งของการดึงดูดสตรีจีนมาเที่ยวไทย
ด้านสตรีชาวฝรั่งเศส ททท. เริ่มชักชวนนักท่องเที่ยวให้มาสนใจเรื่องศิลปะวัฒนธรรม โดยยกผ้าพื้นเมืองในชุมชนในนครศรีธรรมราช และสกลนคร มาเป็นโครงการนำร่อง
"เราต้องการนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ใช้จ่ายเยอะ ๆ เราก็ชอบ มาแล้ว เราก็ต้องดึงให้เขาอยู่นานด้วย"