เสียงสะท้อนผู้ใช้สิทธิบัตรทอง หลังรพ.เอกชนทยอยถอนตัว

ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ประนอม มโนรักษ์ ย้ายสิทธิไปยังคลินิกปฐมภูมิแห่งใหม่
    • Author, ฐิติพล ปัญญาลิมปนันท์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ "บัตรทอง" ซึ่งมีผู้ใช้สิทธิราว 48 ล้านคน หรือกว่า 75% ของประชากร เป็นระบบประกันสุขภาพพื้นฐานที่ได้รับการชื่นชมในระดับนานาชาติ แต่ภายในประเทศ โรงพยาบาลเอกชนหลายรายตัดสินใจออกจากระบบในช่วงเดือนต.ค.นี้

นอกจากจะทำให้ผู้รับบริการได้รับความลำบากจากการต้องย้ายโรงพยาบาล ยังทำให้รพ.รัฐต้องรับภาระทั้งค่าใช้จ่ายและการบริการมากขึ้น นักวิชาการมองว่านี่เป็นอาการเตือนภาครัฐว่างบประมาณที่ไม่เพียงพอนั้นจะส่งผลกระทบต่อทั้งคุณภาพการให้บริการและความยั่งยืนทางการเงินของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าอีกด้วย

ล่าสุดผู้ใช้สิทธิ "บัตรทอง" ในเขตกรุงเทพฯ กว่าสองแสนคน ต้องย้ายสิทธิไปใช้บริการ รพ. อื่น หลัง 5 โรงพยาบาลเอกชนเตรียมยกเลิกให้บริการในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิบัตรทองสูงสุดในประเทศ

รพ.มเหสักข์

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ป้ายประกาศลาออกจากโครงกรางบัตรทองบริเวณทางเข้ารพ.มเหสักข์

เสียงสะท้อนจากผู้ใช้สิทธิ

"เสียดายที่โรงพยาบาลมเหสักข์ออกจากบัตรทอง ยังอยากใช้สิทธิที่นี่ต่อ เพราะประวัติอะไรเราก็อยู่ที่นี่ รักษาต่อเนื่องมาปีสองปี เขาก็บริการดีนะ อย่างตับเรามีปัญหา แล้วเรากังวลเรื่องน้ำตาลกับไขมัน หมอก็ตรวจให้ ซึ่งที่อื่นเขาบอกว่าไม่ได้" ประนอม มโนรักษ์ ผู้ใช้สิทธิบัตรทองวัย 41 ปี กล่าวขณะมายืนขอเปลี่ยนสถานพยาบาลที่โรงพยาบาลมเหสักข์ เขตบางรัก

ประนอมใช้บริการโรงพยาบาลแห่งนี้มาเกือบสองปีแล้ว และประทับใจในการใช้บริการที่นี่ เพราะนอกจากเดินทางสะดวกแล้ว ได้รักษาต่อเนื่องกับหมอที่เอาใจใส่ โดยให้เธอมาตรวจทุก 6 เดือนเพื่อให้แน่ใจว่าตับของเธอทำงานได้เป็นปกติ

นอกจากประนอมแล้ว การย้ายออกจากระบบบัตรทองของมเหสักข์ โรงพยาบาลเอกชนขนาดกลางในเขตบางรักกระทบผู้ใช้สิทธิอื่น ๆ มากกว่าหนึ่งแสนคน

วันแรกที่รพ.มเหสักข์เปิดให้ผู้ใช้สิทธิ์มาแจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาล โรงพยาบาลก็แออัดไปด้วยผู้คนที่ต้องการใช้สิทธิเลือกสถานพยาบาลแห่งใหม่

วิชชุนันท์ บุณยะธีระ เจ้าของร้านกาแฟ Cafe 1987 ที่ตั้งอยู่ตรงปากทางเข้ารพ.มเหสักข์ของ ซึ่งเห็นโรงพยาบาลดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2519 บอกว่า "เป็นประวัติศาสตร์ของร้านป้าเลย เมื่อเช้าคุณเห็นแล้วจะตกใจ...ล้นออกมาข้างนอกกัน" เจ้าของร้านวัย 60 ปีกล่าว

ร้านกาแฟ Cafe 1987

ที่มาของภาพ, Alamy

คำบรรยายภาพ, เจ้าของร้านกาแฟ Cafe 1987 บอกว่าผู้ใช้สิทธิ์บัตรทองคือลูกค้ากลุ่มหลักของร้าน

"แค่ตอนเช้าก็น่าจะเกิน 500 คน บางทีเขาเป็นอาม่า อากง คนขาเดียว ก็จะวิ่งจะไปถ่ายเอกสารของโรงพยาบาล มันไม่ได้"

วิชชุนันท์เองก็เพิ่งย้ายสิทธิ์ไปที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ซึ่งอยู่ในสังกัดของกรุงเทพมหานครและถึงแม้จะอยากให้มเหสักข์รับบัตรทองต่อไป เธอก็เห็นว่าแพทย์และพยาบาลของที่นี่ต้องทำงานหนักเพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวนมากมาโดยตลอด

"บางทีเขาโดนคนไข้ด่า คนแก่ใจร้อน ไปด่าไปว่าเขา เรามาหาหมอก็ต้องใจเย็น ๆ ที่นี่นะหมอน่าสงสาร บางทีไม่ได้กินข้าว เรื่องจริงเลย ตรวจคนไข้ไม่ได้กินข้าว สู้จริง ๆ บางทีต้องโทรศัพท์ให้เราเข้าไปส่งกาแฟส่งอะไรให้"เธอกล่าว

ส่วนวิชัย เลาหะพัฒนปรีชา อายุ 68 ปี ซึ่งเดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกสถานบริการสุขภาพแห่งใหม่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา มองว่าการที่โรงพยาบาลเอกชนเลิกให้บริการบัตรทองเป็นเรื่องปกติ และผู้ใช้สิทธิก็ต้องปรับตัวเป็นเรื่องธรรมดา

"รู้สึกเฉย ๆ นะ มันเป็นเรื่องปกติ เขาทำธุรกิจ เขาก็ต้องคิดคำนวณตัดสินใจเพื่อธุรกิจเขา มันเป็นเรื่องธรรมดา" เขากล่าว

สถานีบัตรทอง

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นายวิชัย เลาหะพัฒนปรีชา พอใจกับการให้บริการที่รวดเร็วของสถานีบัตรทองที่หัวลำโพง ซึ่งใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง

ตั้งแต่เกษียณจากการทำงานวิชัยใช้บัตรทองรักษาที่หนึ่งในคลินิกซึ่งอยู่ในเครือข่ายของรพ.มเหสักข์ ครั้งหนึ่งจากการรักษานิ่วในไตด้วยบัตรทอง รพ.มเหสักข์เคยส่งเขาไปรักษาต่อที่รพ.ศิริราชซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เขาประทับใจมาก

"อย่างหนึ่งคือเขาให้ยาดี มเหสักข์นะ ที่ในเน็ตเขาบอกว่าบัตรทองชอบให้แต่พารามากิน เรายังไม่เจอนะ ก็เสียดายเหมือนกัน แต่เขาคงต้องคำนวณแล้ว ว่าค่าหัวเท่าไหร่ แล้วมีคนมาใช้กี่คน ยังจำได้ ก่อนที่เขาจะรับจากรพ.หัวเฉียวมา เตียงยังไม่เต็ม" วิชัยกล่าว

จำนวนรพ.เอกชนในโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าทั่วประเทศ

ที่มา: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ *ปีงบประมาณ 2560 ข้อมูลถึงเดือนก.ค.

นักวิชาการ: ควรจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม

นอกจากรพ.มเหสักข์แล้ว รพ.แพทย์ปัญญา รพ.บางนา 1 รพ.กล้วยน้ำไท และ รพ.วิภารามปากเกร็ด ก็ประกาศว่าจะไม่รับเป็นหน่วยรับส่งต่อให้กับคลินิกชุมชนอบอุ่นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เช่นกัน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีรายได้น้อยในกรุงเทพที่ต้องพึ่งระบบประกันสุขภาพของรัฐเป็นอย่างมาก โดยมีผู้ใช้บัตรทองที่ต้องย้ายโรงพยาบาลในคราวนี้มีจำนวนกว่าสองแสนคน

หน้าโรงพยาบาลมเหสักข์

ที่มาของภาพ, BBC Thai

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ที่เคยคัดค้านการยกเลิกบัตรทอง เห็นว่ารัฐบาลควรพยายามดึงรพ.เอกชนไว้ในระบบ เพราะจะช่วยแบ่งเบาคนไข้ จากโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถให้บริการผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นกว่านี้

เขาให้ความเห็นว่า การจัดสรรงบประมาณคือส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาทั้งด้านคุณภาพและความยั่งยืนของระบบ

"พอได้จัดสรรงบประมาณน้อย บุคคลากรก็ทำงานหนัก ทำให้การบริการหย่อนลงไปบ้างก็เป็นเรื่องปกติ เมื่องบประมาณมันไม่พอก็เป็นธรรมดา ที่โรงพยาบาลเอกชน ที่เป็นกิจการแสวงหากำไร ที่เขาดูแล้วมีโอกาสที่ดีกว่าเมื่อออกจากระบบ แต่ถ้ารัฐบาลจัดสรรให้มันเพียงพอ เขาก็คงยังอยากเข้ามาในระบบ" ผศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าว

"ถ้าเราบอกว่าเราเห็นความมั่นคงของชาติเป็นสิ่งสำคัญ เราก็อาจจะจัดสรรงบไปให้ทางนั้น แต่ถ้าเราเห็นความสำคัญของสุขภาพของประชาชนหรือการศึกษา เราก็ใช้เงินกับสาธารณสุขและการศึกษามากหน่อย" ผศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าว

สถานีบัตรทองหัวลำโพง

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, บันไดทางขึ้นไปยังสถานีบัตรทองที่สถานีหัวลำโพง

ผู้เกี่ยวข้องยันไม่ต้องกังวล

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขต (อปสข.) พื้นที่กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า "อปสข.เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ประสานงานกับ รพ.ต่างๆ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล"

นอกจากนี้ยังมีรพ.เอกชน อีก 3 แห่ง ได้แก่ รพ.ยันฮี รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ และรพ.ศรีระยอง ซึ่งได้ประกาศว่าจะออกจากระบบประกันสังคมตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.นี้

นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า เหตุผลของสถานพยาบาลทั้ง 3 แห่งมีเหตุผลตามแนวทางการบริหารธุรกิจ เช่น การเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง การมีโรงพยาบาลในเครือที่อยู่ใกล้กัน หรือเป็นโรงพยาบาลที่มีผู้ประกันตนเลือกจำนวนน้อย

นายสุรเดชยืนยันด้วยว่าที่ผ่านมาไม่มีโรงพยาบาลเอกชนออกจากโครงการประกันสังคมเนื่องจากภาวะการขาดทุน