You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
หนึ่งปี เจรจาดับไฟใต้ “พื้นที่ปลอดภัย” ยังไม่เกิด
13 ปีของการลุกโชนของไฟแห่งความรุนแรงในภาคใต้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 7 พันคน หน่วงเหนี่ยวการพัฒนาทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ทำให้ประชาชนตกอยู่ในความหวาดผวา พื้นที่ปลอดภัยถูกพูดถึงหลายครั้งบนโต๊ะเจรจาสันติสุข บีบีซีไทยย้อนดูว่าในรอบ 1 ปีนี้มีความก้าวหน้าใดบ้าง
การพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างตัวแทนรัฐไทยที่มี พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะ กับฝ่ายผู้เห็นต่างที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มมารา ปาตานี (MARA Patani) มีนายสุกรี ฮารี เป็นผู้นำ จนได้ข้อสรุปเบื้องต้น 4 ข้อ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2559 ในจำนวนนี้มีเรื่องการกำหนด "พื้นที่ปลอดภัย" (Safety Zone) แต่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ เพราะทีมเจรจาของฝ่ายมาราฯ ไม่สามารถควบคุมฝ่ายกองกำลังได้
หนึ่งในคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า การพูดคุยสันติสุขฯ มีพัฒนาการในทางบวก อยู่ในระยะการสร้างความไว้วางใจซึ่งก้าวหน้าไปกว่าร้อยละ 50-60 ขณะนี้เป็นช่วงที่ฝ่ายมาราฯ กำลังเร่งทำความเข้าใจกับกองกำลังของตน เชื่อว่ามาราฯ ได้เลือกพื้นที่ปลอดภัยไว้ในใจแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งฝ่ายไทย คาดว่าจะมีความชัดเจน ก่อนการหารือเต็มคณะครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นภายใน 1-2 เดือนนี้ที่ประเทศมาเลเซีย
กระบวนการการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นไปตามแผน "บันได 3 ขั้น" ที่เริ่มจากขั้นแรก การสร้างความไว้วางใจ ขั้นที่ 2 การลงนามในสัตยาบัน และขั้นสุดท้าย การจัดทำโรดแมป
คณะพูดคุยสันติสุขฯ ยืนยันด้วยว่า ขณะนี้ฝ่ายไทยและมาราฯ ได้ข้อสรุปตรงกันเกี่ยวกับนิยามของพื้นที่ปลอดภัยว่าเป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างสงบ โดยฝ่ายขบวนการเป็นผู้เลือกพื้นที่ที่ตนมีศักยภาพในการควบคุมเหตุร้ายรายวัน หรือถ้าเกิดเหตุขึ้น ทั้ง 2 ฝ่ายต้องพิสูจน์ทราบได้ว่าเป็นฝืมือของใคร
นิยาม "พื้นที่ปลอดภัย" ที่ยังแตกต่าง
รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฟื้นวงพูดคุยสันติสุขฯ โดยเป็นการเจรจาเต็มคณะครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2558 ได้เกิดปัญหานิยามคำว่าพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นข้อเสนอของฝ่ายไทยมาโดยตลอด ซึ่งฝ่ายทหารเห็นว่าต้องเป็น "พื้นที่หยุดยิง" มีตัวชี้วัดคือสถิติเหตุร้ายรายวันลดลง ขณะที่ภาคประชาชนเสนอให้โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด มัสยิด เป็น "พื้นที่ปลอดภัยสาธารณะ" หลังมีเด็กและผู้หญิงตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงต่อเนื่อง และชุมชนสามารถดูแลกันเองได้ โดยตัวชี้วัดสำคัญคือไม่มีกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงทหารด้วย
ล่าสุดมีนิยามใหม่ขึ้นมา ปรากฏในรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ครั้งที่ 3 ที่เพิ่งจัดทำเสร็จและเตรียมเปิดเผยต่อสาธารณะเร็วๆ นี้ ประชาชนส่วนใหญ่สะท้อนว่าต้องการ "พื้นที่ที่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น" ไม่ใช่เพียงความปลอดภัยทางกายภาพ ทั้งนี้รายงานดังกล่าวจัดทำโดยผู้แทนของสถาบันทางวิชาการและองค์กรประชาสังคม 15 องค์กร
ในวิทยานิพนธ์เรื่อง "การเมืองในถ้อยคำชายแดนใต้/ปาตานี การประกอบสร้าง "สันติภาพ" ในความขัดแย้งชาติพันธุ์การเมือง" (2559) ของนายรอมฎอน ปันจอร์ ได้ชี้ให้เห็นถึง "การปะทะของถ้อยคำ" บนโต๊ะพูดคุยสันติสุขฯ ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการใช้คำของตนเอง สะท้อนผ่านร่างกรอบกติกาการพูดคุย (Terms of Reference หรือ TOR) เช่น กรณีไทยไม่ยอมเรียกฝ่ายผู้เห็นต่างว่ามาราฯ แต่เรียกเป็น Party B เพื่อหลีกเลี่ยงการรับรองสถานะขององค์กร
เช่นเดียวกับการเรียกขานกระบวนการพูดคุยครั้งนี้ว่าเพื่อ "สันติสุข" จากเดิมยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้คำว่า "สันติภาพ" ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกมองเป็นเรื่องสากล เพื่อสกัดเงื่อนไขการเข้ามาแทรกแซงของต่างชาติ
"การสร้างพื้นที่ปลอดภัย คือรูปธรรมที่ดีที่สุด": ศรีสมภพ
ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หนึ่งในองค์กรที่ร่วมทำ Peace Survey กล่าวกับบีบีซีไทยว่าการให้คำจำกัดความพื้นที่ปลอดภัยเป็นปัญหาในช่วงต้นๆ แต่ประเด็นสำคัญที่ทำให้พื้นที่ปลอดภัยยังไม่เกิดขึ้น เป็นเพราะฝ่ายมาราฯ ไม่สามารถควบคุมหน่วยกองกำลังของขบวนการบีอาร์เอ็นได้ เนื่องจากสมาชิกบีอาร์เอ็นในปีกทหารไม่เห็นด้วยกับกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ในครั้งนี้
ข้อถกเถียงเรื่องพื้นที่ปลอดภัยในรอบปี
- 28 ก.พ. 2560 : มาราฯ เปิดแถลงข่าวอ้างว่า 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงเรื่องการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย ใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย 1 อำเภอใน จ.ปัตตานี 2 อำเภอใน จ. ยะลา และ 2 อำเภอใน จ.นราธิวาส โดยให้คณะทำงานฝ่ายเทคนิคพูดคุยเรื่องรูปแบบต่อไป
- 16 มี.ค. 2560 : พล.ต.สิทธิ ตระกูลวงศ์ เลขานุการคณะพูดคุยสันติสุขฯ ระบุ เตรียมตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ปลอดภัย โดยหาพื้นที่นำร่องใน 1 อำเภอ ถ้ามีเหตุรุนแรงเกิน 3 ครั้ง ให้ฝ่ายไทย-มาราฯ ร่วมหาตัวผู้ก่อเหตุ หากไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นฝีมือใคร จะนำไปสู่การยุติ "พื้นที่ปลอดภัยนำร่อง"
- 17 มี.ค. 2560 : นายอาบู ฮาฟิซ อัลฮากิม โฆษกมาราฯ ระบุ 2 ฝ่ายตกลงในกรอบของพื้นที่ปลอดภัยโดยทั่วไป แต่ไม่ยืนยันคำกล่าวของฝ่ายไทยกรณีห้ามเกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่ปลอดภัยเกิน 3 ครั้ง
ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวม
นักวิชาการด้านความขัดแย้งในภาคใต้ระบุว่า ในปี 2556 ฝ่ายกองกำลังของบีอาร์เอ็นให้การยอมรับทีมเจรจา ที่นำโดยฮัสซัน ตอยิบ (ฝ่ายไทยนำโดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ) โดยมีสุกรี ฮารี ร่วมวงพูดคุยด้วย จึงสามารถกำหนดพื้นที่ปลอดภัย และลดสถิติเหตุร้ายรายวันในเดือนรอมฎอนได้ เพราะกองกำลังตอบรับ
"ครั้งนั้น เขาได้รับการยอมรับเพราะไปในนามองค์กร มาครั้งนี้แม้ สุกรี ฮารี คนเดิมเป็นหัวหน้าทีมเจรจาฝ่ายมาราฯ แต่บีอาร์เอ็นบอกว่าไปในนามตัวบุคคล จึงไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ ที่มาราฯ ทำกับรัฐไทย นี่คือปัญหา" ผศ.ดร.ศรีสมภพกล่าว
อย่างไรก็ตามในช่วง 1 ปีนับจากฝ่ายไทย-มาราฯ มีข้อตกลงเบื้องต้นรวม 4 ข้อ ผศ.ดร.ศรีสมภพชี้ว่ากระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ยังก้าวหน้า เพราะมีการพูดคุยต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอันหนึ่ง แต่อาจช้า และยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรมให้สังคมเห็น
"การสร้างพื้นที่ปลอดภัย คือรูปธรรมที่ดีที่สุด แต่คิดว่ากว่าทีมมาราฯ และไทยจะเจรจาจนนำไปสู่การลงนามในข้อตกลงได้ ไม่น่าจะทันยุครัฐบาลคสช. เพราะบีอาร์เอ็นจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่าการพูดคุยกับรัฐบาลพลเรือนง่ายกว่า และไม่ไว้ใจรัฐบาลทหาร" ผศ.ดร.ศรีสมภพบอก
ชีวิตประชาชนต้องดำเนินต่อไป
ตูแว ดานียา เมอริงงี บรรณาธิการสำนักข่าวอามานที่ปัตตานี กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ต้องดำเนินชีวิตต่อไปท่ามกลางความรุนแรง แม้ใจหนึ่งจะชาชินต่อเหตุการณ์ต่างๆ แต่อีกด้านหนึ่งก็วิตกว่าตัวเองและคนที่รักอาจตกเป็นเหยื่อสักวันหนึ่ง เขาชี้ว่าในระยะหลังจำนวนเหตุรุนแรงลดลง อาจเพราะมีการเพิ่มตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากขึ้น เช่น จะเดินทางจากบ้านไปโรงพยาบาล ก็ต้องผ่านด่าน 5-6 ด่าน จากเคยไปถึงได้ในเวลา 5 นาที
"ประชาชนก็ตั้งคำถามว่าตรวจกันขนาดนี้ ทำไมยังมีเหตุระเบิดรุนแรงในพื้นที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่สาธารณะได้อีก เมื่อมีการประกาศว่าทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุการเจรจาพื้นฐาน และกำลังคุยกันเรื่องพื้นที่ปลอดภัยอยู่ หลังจากนั้นพื้นที่ที่ชาวบ้านเห็นว่าควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย เช่น ตลาด เขตชุมชน ศาสนาสถานก็เกิดเหตุรุนแรงขึ้นทันที เป็นไปได้หรือไม่ว่ายังมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องนี้อยู่ในทั้ง 2 ฝ่ายของเจรจา" บรรณาธิการสำนักข่าวอามานที่ปัตตานีตั้งข้อสังเกต
13 ปีไฟใต้ คร่าชีวิตกว่า 7 พันคน
นับจากเหตุการณ์ปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2547 ซึ่งถือเป็นปฐมบทของเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไม่สงบที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงกว่า 9,563 เหตุ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7,361 คน ตามฐานข้อมูลของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
ขณะที่ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) เผยแพร่รายงาน "ความขัดแย้งชายแดนใต้ในรอบ 13 ปี: ความซับซ้อนของสนามความรุนแรงและพลังของบทสนทนาสันติภาพปาตานี" พบว่า เหตุการณ์ความรุนแรงส่วนใหญ่คือการยิง ร้อยละ 40.19 รองลงมาคือการโจมตีด้วยระเบิด ร้อยละ 16.24
เมื่อพิจารณาพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของการเกิดเหตุช่วงปี 2557-2559 พบว่า จ.นราธิวาสเป็นพื้นที่ที่มีเหตุการณ์มากที่สุด 6,959 เหตุ รองลงมาคือ จ.ปัตตานี 6,279 เหตุ จ.ยะลา 5,357 เหตุ และ จ.สงขลา 683 เหตุ