You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เครือข่ายนักวิชาการ “จับเท็จ” หนังสือเรียกอาจารย์ มธ. ปรับทัศนคติ
ถึงขณะนี้ผู้จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ ไทยศึกษา ครั้งที่ 13 รวมถึง นักวิชาการและนักกิจกรรม 3 คนที่ถูกระบุชื่อว่าเตรียมถูกเรียกไปชี้แจงข้อมูล หรือที่รู้จักว่าเป็นการ "ปรับทัศนคติ" ยังไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง
ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคศึกษาด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ในฐานะประธานกรรมการและประธานฝ่ายวิชาการจัดงานประชุมไทยศึกษา กล่าวกับบีบีซีไทยว่า หากนักวิชาการและนักกิจกรรมที่มาร่วมเวทีไทยศึกษาถูกเรียกไปปรับทัศนคติจริง ก็พร้อมไปช่วยชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ เพราะภายหลังทราบข่าวจากสื่อมวลชน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่านักวิชาการที่ถูกอ้างชื่อในหนังสือของกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะมีผู้ชูป้าย "เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร" จึงไม่ทราบว่าถูกออกคำสั่งเรียกไปชี้แจงเพราะอะไร
"เท่าที่ผมอ่านหนังสือของจังหวัดที่ทำถึงกระทรวงมหาดไทย คล้ายเป็นการเขียนขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองมากกว่า เพราะความกลัวส่วนกลาง โดยอ้างว่าจะเรียกคน 3 คนนั้นไปพูดคุยให้หยุดการกระทำ ทั้งที่มันไม่มีอะไรที่เป็นขบวนการเคลื่อนไหวใหญ่ หรือวางแผน พล็อตเรื่องมาล้มล้างรัฐบาลเลย" ดร.ชยันต์กล่าว
วานนี้ (18 ก.ค. 2560) เว็บไซต์มติชนรายงานข่าวโดยอ้างโทรสารในราชการกรมการปกครอง ที่นายพุฒิพงษ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ส่งถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า เนื่องจากเมื่อเวลา 15.00 น. มีนักวิชาการ นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว 6 คน ทราบชื่อแล้ว 3 คนคือ ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ นางภัควดี วีระภาสพงษ์ และนายชัยพงษ์ สำเนียง ได้เดินทางมาชูป้ายข้อความ "เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร" เพื่อถ่ายภาพโพสต์ลงสื่อออนไลน์ต่างๆ โดยใช้สถานที่ภายในห้องประชุมสัมมนาไทยศึกษา ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ค. ที่มช. เป็นเจ้าภาพ จัดกิจกรรมประมาณ 10 นาทีก็ยุติ ที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้เคลื่อนไหวในนามกลุ่มนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เพื่อต่อต้านทหารและการรัฐประหาร ดังนั้นทาง กกล.รส.จว.เชียงใหม่ จะเชิญบุคคลทั้ง 3 มาเข้าพบเพื่อชี้แจง และขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป
ดร.ชยันต์คาดการณ์ว่าเหตุที่ ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ มีชื่อปรากฏในหนังสือของกระทรวงมหาดไทย อาจเพราะเป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ของ "ชุมชนนักวิชาการนานาชาติ" เรื่อง "ขอคืนพื้นที่ความรู้และสิทธิเสรีภาพของพลเมืองในสังคมไทย"ทำให้ฝ่ายความมั่นคงคิดว่าเป็น "แกนนำ" ทั้งที่ ผศ.ดร.ประจักษ์เป็นผู้ร่วมงานสัมนาในระดับหัวข้อย่อย พร้อมยืนยันว่าการออกแถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำในนามคณะกรรมการจัดการประชุม แต่ถือเป็นเรื่องปกติที่นักวิชาการมารวมตัวกันและมีความสนใจการเมือง จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น แล้วแสดงจุดยืนบางอย่าง
"ก่อนเขาจะอ่านแถลงการณ์ก็เอามาให้ผมดูนะ ก็ไม่เห็นว่ามีเนื้อหาโจมตีอะไร เป็นการเรียกร้องทางวิชาการธรรมดาๆ แต่เข้าใจว่ามีเจ้าหน้าที่ศูนย์การประชุมฯ บางส่วนถ่ายรูปไว้ และมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรอง หรือหน่วยไหนไม่ทราบซึ่งอยู่นอกเครื่องแบบปะปนเข้ามาในงานโดยไม่ได้แจ้งให้ทางผู้จัดงานทราบ ทั้งที่ทุกคนต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ทำไมจึงไม่มาแสดงตัวกับเรา นี่ไม่ใช่วิสัยการปฏิบัติราชการที่ดี" ประธานกรรมการจัดงานไทยศึกษาระบุ
เขาบอกด้วยว่า กิจกรรมนี้เป็นการจัดงานร่วมกันระหว่าง มช. กับจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีรายละเอียดการอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ การจราจร และการรักษาความความปลอดภัย โดย 2 หน่วยงานได้ประชุมร่วมกันหลายครั้ง จึงถือว่าทางจังหวัดรับรู้ตั้งแต่ต้นว่ามีกิจกรรมนี้ และไม่เคยมาถามหรือขอตรวจดูว่ามีการเสวนาในหัวข้อใดบ้าง จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตฝ่ายความมั่นคง เพราะนี่ "เป็นเวทีทางวิชาการ ไม่ใช่การชุมนุมการเมือง"
"สิ่งที่เกิดขึ้นจะถือเป็นการไปก้าวก่ายเสรีภาพทางวิชาการก็ได้ แม้ขณะนี้เราอยู่ภายใต้การปกครองซึ่งมีรัฐบาลทหารควบคุม แต่ในทางวิชาการจำเป็นต้องวิเคราะห์ได้ และควรรับฟังเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างไร" ดร.ชยันต์กล่าว
ขณะที่ 1 ในบุคคลที่มีชื่อถูกออกคำสั่งเรียกไปรายงานตัว ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่า นี่น่าจะเป็นรายการ "จับแพะชนแกะ" โดยนำ 2 กิจกรรมมาปะปนกัน คือกิจกรรมชูป้าย "เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร" กับกิจกรรมอ่านแถลงการณ์ของเครือข่ายนักวิชาการ ซึ่งถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือ หรือโทรศัพท์ติดต่อให้ไปรายงานตัวแต่อย่างใด
ด้านเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง "เสรีภาพทางวิชาการและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน" โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งระบุหนังสือของกระทรวงมหาดไทย "เป็นเท็จ" เนื่องจาก ผศ.ดร.ประจักษ์ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ หรือมีส่วนในกิจกรรมชูป้ายข้อความ "เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร" ส่วนที่เจ้าหน้าที่รัฐตีความและกล่าวหาว่าเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านทหารและการทำรัฐประหาร ก็ไม่ปรากฏข้อบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญที่ห้ามการกระทำดังกล่าว
พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลมองผู้เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความเห็นอย่างสุจริต ด้วยท่าทีที่เข้าอกเข้าใจและเป็นมิตร ไม่นำเอาข้อกล่าวหาในเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาใช้ เพื่อกลบเกลื่อนความล่าช้าในการคืนประชาธิปไตยให้กับสังคมไทย
บีบีซีไทยยังได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายพุฒิพงษ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของโทรสารเรียก 3 บุคคลมาปรับทัศนคติ แต่เลขานุการแจ้งว่าไม่สะดวกให้ข้อมูล เพราะติดภารกิจราชการตลอดทั้งวัน