You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
รัฐบาลเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาตรา 112
พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์สื่อหลายสำนัก วันนี้ (16 พ.ย.) เพื่อเปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวผู้กระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าด้วยเรื่องหมิ่นสถาบันกษัตริย์
ในขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ประมวลสถานการณ์กรณีมาตรา 112 ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาแล้ว 9 กรณี ทั้งยังมีการไล่ล่า กดดัน และใช้ความรุนแรง รวมถึงการดำเนินการกรณี 112 ต่อผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต โดยล่าสุดศาลทหารมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวนักเขียนวัย 76 ปี ผู้ต้องหาคดี 112 อีกหนึ่งรายด้วย
เว็บไซต์สำนักข่าวไทยและมติชนรายงานอ้างอิงพลเอกไพบูลย์ว่าได้มีการหารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เรื่องการขอความร่วมมือกับทางการต่างประเทศในการนำตัวผู้กระทำผิดกลับประเทศไทย และอีกกรณีหนึ่งคือการไม่นำตัวกลับ แต่ขอให้หยุดเคลื่อนไหว เนื่องจากอาจใช้การบังคับทางกฎหมายไม่ได้ เพราะกฎหมายแต่ละประเทศแตกต่างกัน จึงต้องใช้วิธีขอความร่วมมือแทน ซึ่งทางสถานทูตได้พยายามหาวิธีเร่งจัดการเป็นการภายในเพื่อไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 พ.ย. สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แถลงผลการดำเนินการผู้กระทำความผิดตามมาตรา 112 ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. มีจำนวนทั้งหมด 27 คดี โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ทั้งหมด 10 ราย และอยู่ระหว่างติดตามจับกุมอีก 17 ราย ขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) เผยผลประมวลสถานการณ์การดำเนินการกรณีมาตรา 112 ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีความเคลื่อนไหวของทั้งฝ่ายรัฐและมวลชนที่รวมตัวกันเองเพื่อดำเนินการต่อบุคคลต่างๆ สืบเนื่องจากการแสดงออกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างน้อย 20 กรณี และมีผู้ถูกจับกุม 9 กรณี
จากการประมวลสถานการณ์ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่ารัฐบาลปรับเปลี่ยนโครงสร้างหน่วยงานความมั่นคงเพื่อติดตามสถานการณ์ในโลกออนไลน์ มีการปิดกั้นเว็บไซต์กว่า 900 ยูอาร์แอล รวมถึงการติดตามตัวผู้แสดงความคิดเห็นในต่างประเทศ ขณะที่มวลชนในหลายพื้นที่มีการรวมตัวกันไล่ล่า กดดัน และใช้ความรุนแรงต่อผู้แสดงความคิดเห็นแตกต่าง ทั้งยังมีผู้แอบอ้างตัวเป็นผู้อื่นกระทำผิดมาตรา 112 เพื่อกลั่นแกล้งกัน มีการดำเนินการผู้มีอาการทางจิต รวมถึงดำเนินการกับผู้แสดงความคิดเห็นที่ไม่ได้มุ่งถึงบุคคลตามองค์ประกอบมาตรา 112 โดยตรง
ล่าสุดมีรายงานว่าพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม นำตัวบัณฑิต อานียา นักเขียนอิสระ วัย 76 ปี มาขออำนาจฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพระหว่างวันที่ 16-27 พ.ย. ในความผิดตามมาตรา 112 สืบเนื่องจากกรณีที่เขาร่วมแสดงความคิดเห็นที่งานเสวนาเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว โดยหลังจบงานเสวนาครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้เชิญตัวบัณฑิตไปที่ สน.ชนะสงคราม เพื่อปรับทัศนคติ และได้แจ้งแก่บัณฑิตและทนายความว่าจะไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ เพียงแต่จะจัดทำบันทึกการปรับทัศนคติไว้เท่านั้น ก่อนจะปล่อยตัวบัณฑิตไป แต่กลับมีการขอออกหมายจับและจับกุมตัวบัณฑิตในวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา
ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวบัณฑิตชั่วคราววันนี้ พร้อมทั้งหลักทรัพย์เป็นจำนวน 300,000 บาท โดยระบุว่าบัณฑิตไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริต เพื่อการปฏิรูปประเทศ และผู้ต้องหาเป็นนักเขียนอิสระ มีรายได้ไม่แน่นอน ทั้งยังมีอายุมาก ไม่สามารถหลบหนีหรือพึ่งพาตนเองได้ ประกอบกับมีโรคประจำตัวหลายโรค เสี่ยงต่อการติดเชื้ออันจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต แต่ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวพร้อมหลักทรัพย์แล้ว เห็นว่ายังไม่เพียงพอต่อการขอปล่อยตัวชั่วคราว จึงยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว