ชาวอิสราเอลออกมาร่วมประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่

ที่มาของภาพ, EPA
- Author, ทอม เบตแมน
- Role, ผู้สื่อข่าวประจำตะวันออกกลางของบีบีซี
คาดว่า มีประชาชน 110,000 คน ออกมาประท้วงบนท้องถนนในกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล ถือเป็นหนึ่งในการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
การประท้วงกระจายไปทั่วใจกลางเมือง มีการชูป้ายขับไล่รัฐบาลผสมที่ปกครองประเทศ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มีความชาตินิยมเคร่งศาสนาและเป็นฝ่ายขวาจัดที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล
"นี่คือรัฐบาลที่อันตราย" ยารา เบน เกราลุฟ ครูจากเมืองจาฟฟา กล่าว
"รัฐบาลนี้จะไม่ส่งผลดีใด ๆ ต่อผู้หญิง ต่อ LGBTQ ต่อคนยากจน....และแน่นอนต่อชาวปาเลสไตน์" เธอกล่าวกับบีบีซี
ผู้จัดการประท้วง ระบุว่า พวกเขากำลังพยายามที่จะหยุดยั้ง "รัฐประหาร" ที่เกิดขึ้นกับระบบของรัฐบาล
นี่เป็นสัปดาห์ที่สองที่ประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงใน 4 เมืองของอิสราเอล
ยาเอียร์ ลาพีด ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวต่อฝูงชนในกรุงเทลอาวีฟว่า "ประชาชนที่รักประเทศนี้" ได้ออกมาปกป้องประชาธิปไตยและศาล
"เราจะไม่ยอมแพ้จนกว่าเราจะชนะ" เขากล่าว
การประท้วงนี้เกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้กลับมามีอำนาจอีกครั้ง โดยเขาได้จัดตั้งรัฐบาลผสมที่มีเสถียรภาพครั้งแรกของอิสราเอลในรอบ 3 ปี เขากล่าวว่า ชาวอิสราเอลได้ลงคะแนนเลือกรัฐบาลฝ่ายขวาและเลือกความมั่นคง "อย่างเต็มที่"
รัฐบาลผสมของเขาประกอบด้วยพรรคการเมืองฝ่ายขวา 4 พรรค รวมถึงพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเคยถูกตัดสินว่า มีความผิดฐานเหยียดเชื้อชาติและต่อต้านชาวอาหรับ และอีกพรรคหนึ่งที่แสดงการเกลียดชังคนรักเพศเดียวกันและผู้หญิงอย่างเปิดเผย
ผู้ประท้วงกล่าวหานายเนทันยาฮูว่า คุกคามการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ท่ามกลางความขัดแย้งกันระหว่างรัฐบาลใหม่และผู้พิพากษาของอิสราเอลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แผนการปฏิรูปของรัฐบาลจะเปิดโอกาสให้รัฐบาลมีอำนาจแทรกแซงศาลได้ ถ้าศาลยกเลิกกฎหมายในอนาคต ผู้ไม่เห็นด้วยระบุว่า เรื่องนี้จะคุกคามการถ่วงดุลและตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตยของอิสราเอล
ผู้ไม่เห็นด้วยระบุว่า นายเนทันยาฮู ซึ่งเผชิญกับการไต่สวนเรื่องการทุจริต กำลังพยายามที่จะควบคุมผู้พิพากษาเพื่อที่จะทำให้ตัวเองรอดพ้นจากการถูกตัดสินจำคุก
ผู้ประท้วงจำนวนมากยังต่อต้านจุดยืนหลายอย่างของพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งรวมถึง การเหยียดเชื้อชาติอย่างเปิดเผย และพรรคการเมืองที่ต่อต้านชาวปาเลสไตน์และเกลียดชังคนรักเพศเดียวกันหลายพรรคจากฝ่ายขวาจัด
เมื่อรัฐบาลผสมเข้าทำหน้าที่ รัฐบาลได้ประกาศสิทธิต่าง ๆ ที่ให้แก่ชาวยิว "แต่ฝ่ายเดียว" ใน "ทุกพื้นที่" ของแผ่นดิน รวมถึงดินแดนของปาเลสไตน์ที่อิสราเอลยึดครองอยู่ด้วย
ทาล เมดาน นักออกแบบภายในจากเทลอาวีฟ ถือป้ายที่เป็นรูปของนายเนทันยาฮู และพันธมิตรชาตินิยมสุดโต่งอีก 2 คนพร้อมกับข้อความวิพากษ์วิจารณ์
"ฉันคิดว่า สิ่งที่พวกเขากำลังทำ ผิดทั้งทางศีลธรรมและทางจริยธรรม" เธอกล่าวกับบีบีซีขณะกำลังอุ้มลูกชายของเธอ
"ฉันหวังว่า ฉันจะไม่ร้องไห้ แต่เราทุ่มเทอย่างมากกว่าประเทศจะมาถึงจุดนี้ และฉันไม่อยากให้ [ลูกของฉัน] ไปเป็นทหารในยุคนี้" เธอกล่าว
"ฉันหวังอย่างมากว่า ลูก ๆ ทั้ง 4 คนของฉันจะมีประเทศที่แตกต่าง ซึ่งเรามีความเท่าเทียมกัน ชาวอาหรับมีความเท่าเทียม คนรักเพศเดียวกันมีความเท่าเทียม....ไม่อย่างนั้น เราก็คงไม่ออกมาชูป้ายที่นี่" เธอกล่าวเพิ่มเติม
การประท้วงครั้งนี้ ไม่ได้มีความเป็นเอกภาพ หลายคนมุ่งเน้นไปที่การต่อต้านสิ่งที่พวกเขาเห็นว่า เป็นการโจมตีระบบกฎหมายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลายคนประท้วงสิ่งที่พวกเขาเห็นว่า เป็นการทำลายชีวิตที่ไม่อิงศาสนาในอิสราเอล โดยครึ่งหนึ่งของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพรรคที่เคร่งศาสนาอย่างมากและเป็นฝ่ายขวาจัดที่มีความชาตินิยมอิงศาสนา

ที่มาของภาพ, Reuters
ผู้ประท้วงอีกส่วนหนึ่งมุ่งเน้นไปที่การรณรงค์ต่อต้านการยึดครองดินแดนของชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอล แต่คนเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มน้อยในการประท้วง บีบีซีได้พบเห็นการปะทะกันเล็กน้อยเกิดขึ้น เมื่อผู้ประท้วงคนหนึ่งขัดขวางผู้ประท้วงอีกหลายคนที่ชูธงปาเลสไตน์
นายเนทันยาฮู ไม่แยแสต่อการประท้วง และกล่าวหาว่า ผู้ร่วมการประท้วงปฏิเสธเจตจำนงของผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง
"สองเดือนก่อนเคยมีการชุมนุมขนาดใหญ่ แม่ของการชุมนุมทั้งหมด ผู้คนหลายล้านคนออกมาตามท้องถนนเพื่อลงคะแนนในการเลือกตั้ง" เขากล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
"หนึ่งในประเด็นหลักที่พวกเขาลงคะแนนเลือกคือ การปฏิรูประบบตุลาการ"
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า "ผมต้องพูดว่า ตอนที่เราเป็นฝ่ายค้าน เราไม่ได้เรียกร้องสงครามกลางเมืองและไม่ได้พูดเกี่ยวกับการทำลายล้างประเทศ....ผมคาดหวังว่า บรรดาผู้นำฝ่ายค้านจะทำเช่นเดียวกัน"
การประท้วงนี้ได้ทำให้อิสราเอลกลับมาแตกแยกกันในเรื่องเดิมอีกครั้ง ระหว่างฝ่ายที่เคร่งศาสนาและกับฝ่ายที่ไม่อิงกับศาสนา และระหว่างฝ่ายเสรีนิยมและฝ่ายชาตินิยม
แม้ว่าผู้ประท้วงออกมารวมตัวกันเต็มไปหมดในกรุงเทลอาวีฟ แต่ในอิสราเอลโดยรวมพวกเขาคือส่วนน้อยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยจากการสำรวจความคิดเห็นพบว่า ชาวอิสราเอลได้หันไปอยู่ฝ่ายขวาอย่างชัดเจน
ขณะที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้หันไปพึ่งพาฝ่ายชาตินิยมเคร่งศาสนาของอิสราเอลมากขึ้น เพราะพันธมิตรที่ครั้งหนึ่งเคยภักดีต่อเขาได้ทิ้งเขาไป ส่วนในการไต่สวนคดีทุจริต ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือจุดอ่อนที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมาในฐานะนายกรัฐมนตรี











