เผยรายละเอียดเบื้องต้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก “กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม”

St Edward's Crown

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, พระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด (St Edward's Crown) ซึ่งใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์อังกฤษ

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสหราชอาณาจักรพระองค์ใหม่ จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 6 พ.ค. 2023 ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ในกรุงลอนดอน

ในครั้งนี้กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สามและสมเด็จพระราชินีคามิลลาจะทรงเข้าพิธีสวมพระมหามงกุฎพร้อมกัน โดยรายละเอียดต่าง ๆ ของพระราชพิธีสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ยังคงเป็นความลับสุดยอด ภายใต้แผนการที่มีชื่อเป็นรหัสว่า "ปฏิบัติการลูกโลกทองคำ" (Operation Golden Orb)

แต่อย่างไรก็ตาม มีรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับพระราชพิธี ซึ่งทางการได้เปิดเผยให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบกันบ้างแล้ว เช่นเรื่องที่กำหนดให้วันประกอบพระราชพิธีเป็นวันหยุดของทั้งประเทศ โดยมีวันหยุดชดเชยในวันจันทร์ที่ 8 พ.ค. 2023

ราชาภิเษกคืออะไร ?

ราชาภิเษก (coronation) คือพิธีทางศาสนาที่มีการสวมพระมหามงกุฎลงบนพระเศียรของกษัตริย์พระองค์ใหม่ ซึ่งในกรณีของสหราชอาณาจักรแล้ว พิธีนี้เป็นสัญลักษณ์ในการถวายพระราชอำนาจ รวมทั้งบทบาทประมุขแห่งศาสนจักรอังกฤษและพระอิสริยยศอื่น ๆ ในคราวเดียวกัน

ในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของอังกฤษ พิธีสวมพระมหามงกุฎของกษัตริย์พระองค์ใหม่นั้น ไม่จำเป็นจะต้องจัดขึ้นเมื่อมีการผลัดแผ่นดินเสมอไป เนื่องจากถือว่าผู้สืบทอดบัลลังก์ทรงเป็นกษัตริย์โดยสมบูรณ์ในทันทีที่กษัตริย์พระองค์ก่อนเสด็จสวรรคต ตัวอย่างเช่นกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่แปดซึ่งครองราชย์ได้เพียงไม่ถึงปีก่อนสละราชสมบัติ ก็ไม่ได้ทรงเข้าพิธีราชาภิเษกเช่นกัน

King Charles III delivers his address to the nation following the death of Queen Elizabeth II, 9 September 2022

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สามมีพระราชดำรัสทางโทรทัศน์ถวายความอาลัยแด่พระราชมารดา

ขั้นตอนต่าง ๆ ในพระราชพิธี มีอะไรบ้าง ?

ขั้นตอนการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของอังกฤษนั้น แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดเลยตลอดช่วงเวลา 1,000 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้สถาบันกษัตริย์ของหลายประเทศในยุโรปก็ยึดถือปฏิบัติในแบบเดียวกัน

สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่สามนั้น ทางสำนักพระราชวังบักกิงแฮมได้แถลงเป็นนัยว่าอาจมีความเปลี่ยนแปลงบางประการ แม้โดยหลักแล้วจะยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมายาวนาน แต่ก็จะมีการปรับเปลี่ยนให้ "สะท้อนถึงบทบาทของกษัตริย์ยุคใหม่และการมองการณ์ไกลไปสู่อนาคต"

คาดว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในครั้งนี้ จะไม่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เท่าครั้งของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองเมื่อปี 1953 ส่วนขั้นตอนการประกอบพิธีก็จะสั้นลงมาก โดยมีองค์ประกอบทางศาสนาที่หลากหลาย เช่นผู้แทนของศาสนาต่าง ๆ เข้าร่วมในพิธีนอกเหนือไปจากศาสนจักรแห่งอังกฤษเท่านั้น

โดยทั่วไปแล้วพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของอังกฤษ มี 6 ขั้นตอนหลักดังนี้

1. ถวายความจงรักภักดี: อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี ผู้นำศาสนจักรแห่งอังกฤษ ประกาศการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์พระองค์ใหม่ขณะประทับยืนอยู่ข้างพระราชอาสน์ จากนั้นผู้เข้าร่วมพระราชพิธีร้องตะโกนขึ้นพร้อมกันว่า "ขอพระผู้เป็นเจ้าทรงคุ้มครองพระราชา" (God Save the King!) และมีการเป่าแตรตามมา

2. ทรงกล่าวคำปฏิญญา: กษัตริย์พระองค์ใหม่ทรงให้คำมั่นว่าจะยึดถือกฎหมายและพิทักษ์รักษาศาสนจักรแห่งอังกฤษ

3. การเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์: ฉลองพระองค์คลุมที่ใช้ในพระราชพิธีจะถูกถอดออก จากนั้นกษัตริย์ประทับบนพระราชอาสน์โดยมีผ้าดาดเพดานสีทองกางไว้เพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมพิธีมองเห็นจากด้านบน อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีจะเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ที่พระหัตถ์ พระอุระ และพระเศียร โดยส่วนประกอบของน้ำมันศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นความลับ แต่ทราบกันว่ามีดอกส้ม กุหลาบ, มะลิ, อบเชย, และไขจากลำไส้วาฬ (ambergris) ผสมอยู่ด้วย

4. ถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์: อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์แก่กษัตริย์พระองค์ใหม่ ขณะที่ยังประทับบนพระราชอาสน์ โดยเริ่มจากการถวายพระลูกโลกประดับกางเขน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระราชอำนาจทางศีลธรรมและศาสนา ตามมาด้วยการถวายพระคทาซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรมและความเมตตากรุณา จากนั้นจึงจะสวมพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดลงบนพระเศียร

Following the death of Queen Elizabeth II, her coffin is draped with the Royal Standard and pulled on the gun carriage

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่วางบนหีบพระบรมศพของควีน จะถูกนำมาใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย

5. ขึ้นประทับบนพระราชบัลลังก์: กษัตริย์พระองค์ใหม่ทรงลุกจากพระราชอาสน์เพื่อไปประทับบนพระราชบัลลังก์ จากนั้นเหล่าพระราชวงศ์และขุนนางผู้เข้าร่วมพิธีทยอยกันเข้าเฝ้าถวายความเคารพโดยคุกเข่าลงต่อหน้าพระพักตร์

6. พระราชพิธีสำหรับสมเด็จพระราชินี: หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนในพระราชพิธีของกษัตริย์พระองค์ใหม่แล้ว จะมีการเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์และสวมพระมหามงกุฎให้กับสมเด็จพระราชินีด้วยเช่นกัน

มีใครบ้างที่ได้เข้าร่วมในพระราชพิธี ?

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นถือเป็นรัฐพิธีด้วย ดังนั้นรัฐบาลของสหราชอาณาจักรจึงมีสิทธิคัดเลือกและจัดทำรายชื่อผู้ได้รับเชิญให้เข้าร่วมพระราชพิธีสำคัญในครั้งนี้ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากบรรดาพระราชวงศ์อังกฤษแล้ว ยังมีนายกรัฐมนตรีและผู้แทนจากรัฐสภา รวมทั้งเหล่าประมุขของรัฐและพระราชวงศ์จากต่างประเทศอีกจำนวนมาก

เมื่อครั้งที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น มีผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมพิธีภายในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ถึง 8,251 คน ทำให้ต้องปิดมหาวิหารไปนาน 5 เดือนก่อนถึงวันจริง เพื่อติดตั้งเก้าอี้นั่งเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจำนวนผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมพระราชพิธีในคราวนี้จะมีน้อยลงกว่าเดิมเพียงไม่เกิน 2,200 คน ซึ่งตรงกับจำนวนที่นั่งที่มีอยู่เดิมของมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์

นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังคาดว่าจะมีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่สามไปทั่วโลก ซึ่งน่าจะมีผู้รับชมถึงหลายร้อยล้านคน

The Queen's coronation

ที่มาของภาพ, Universal History Archive

คำบรรยายภาพ, พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง เมื่อปี 1953

พระมหามงกุฎประจำพระราชพิธี

พระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด (St Edward's Crown) ซึ่งใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์อังกฤษ จะถูกนำมาสวมลงบนพระเศียรของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่สามในครั้งนี้ โดยพระมหามงกุฎดังกล่าวซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ทำจากทองคำแท้และหนักถึง 2.23 กิโลกรัม

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงเคยสวมพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดเพียงครั้งเดียวเป็นเวลาสั้น ๆ กว่าหนึ่งนาทีเท่านั้น ระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระองค์

หลังการเสด็จสวรรคตของควีน ทั่วโลกเริ่มมีการอภิปรายถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนอีกครั้ง ว่าด้วยเรื่องของอัญมณีล้ำค่าที่จักรวรรดิอังกฤษในอดีตได้จากอาณานิคมโพ้นทะเล และถูกนำมาประดับไว้ในพระมหามงกุฎและเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของราชวงศ์อังกฤษ

หนึ่งในนั้นคือเพชรคัลลิแนนที่สอง (Cullinan II) จากแอฟริกาใต้ ซึ่งได้รับฉายาว่า "ดวงดาวแห่งแอฟริกา" ชิ้นส่วนหนึ่งจากโคตรเพชรนี้ประดับอยู่บนพระมหามงกุฎอิมพีเรียลสเตต (Imperial State Crown) ซึ่งกษัตริย์พระองค์ใหม่จะทรงสวมในตอนท้ายของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และขณะเสด็จออกสีหบัญชรที่พระราชวังบักกิงแฮม

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า สมเด็จพระราชินีคามิลลาจะทรงสวมพระมหามงกุฎเดียวกันกับที่ "ควีนมัม" หรือสมเด็จพระพันปีหลวงในรัชกาลก่อน ทรงเคยสวมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าจอร์จที่หกหรือไม่ แต่พระมหามงกุฎดังกล่าวมีส่วนหนึ่งของโคตรเพชร "โคอินูร์" (Koh-i-Noor) ซึ่งอินเดีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน และอิหร่าน ต่างก็อ้างว่าเป็นเจ้าของหนึ่งในโคตรเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกชิ้นนี้ด้วย

HRH Prince Charles, Prince of Wales and Her Royal Highness Camilla, Duchess of Cornwall pose for an official portrait to celebrate Wales Week 2019 taken at their Welsh residence Llwynywormwood on July 2, 2019 in Myddfai, Wales

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สามและสมเด็จพระราชินีคามิลลาจะทรงเข้าพิธีสวมพระมหามงกุฎพร้อมกัน ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 6 พ.ค. 2023

ราชาภิเษกครั้งนี้เสียค่าใช้จ่ายมากแค่ไหน ?

รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ เนื่องจากถือว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นรัฐพิธีด้วยเช่นกัน คาดว่ารัฐบาลจะพยายามประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจประชาชนที่กำลังลำบาก ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้นมากในปัจจุบัน

แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลสหราชอาณาจักรคงจะไม่ตัดลดค่าใช้จ่ายในพระราชพิธีลงมากจนเกินไป เพราะถือว่าเป็นโอกาสที่ดีทางการทูต รวมทั้งการเผยแพร่ภาพลักษณ์เชิงบวกของสหราชอาณาจักรไปทั่วโลก ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการเสริมสร้างอิทธิพลและอำนาจแบบอ่อนหรือซอฟต์เพาเวอร์ (soft power) อีกด้วย