รัสเซีย ยูเครน : ส่งธัญพืชออกจากยูเครนทางเรือแล้วปริมาณเท่าใด

ที่มาของภาพ, Getty Images
รัสเซียได้ประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงที่มีต่างชาติเป็นตัวกลางที่อนุญาตให้ยูเครนกลับมาส่งออกธัญพืชจากท่าเรือต่าง ๆ ในทะเลดำได้
โดยได้มีการขนส่งครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ส.ค. หลังจากที่รัสเซียได้ยกเลิกการปิดกั้นทางทะเล ทำให้เรือต่าง ๆ สามารถใช้เส้นทางที่ปลอดภัยผ่านทางทะเลดำได้
ธัญพืชและอาหารหลายล้านตันอย่างข้าวโพดและน้ำมันดอกทานตะวันตกค้างอยู่ในยูเครนหลังจากรัสเซียยกทัพบุก
มีการส่งอาหารออกจากยูเครนทางเรือมากแค่ไหนแล้ว
ข้อมูลของสหประชาชาติระบุว่า จนถึงวันที่ 28 ต.ค. มีธัญพืชและอาหารอื่น ๆ มากกว่า 9.3 ล้านตันถูกส่งออกจากท่าเรือต่าง ๆ ของยูเครน รวมถึงข้าวโพด, ข้าวสาลี และน้ำมันดอกทานตะวัน

รัฐบาลยูเครนระบุในเดือน ส.ค. ว่า จะสามารถส่งออกธัญพืชได้ 3 ล้านตันในเดือน ก.ย. และ 4 ล้านตันในเดือน ต.ค.
ตัวเลขในเดือน ก.ย. อยู่ที่มากกว่า 4 ล้านตัน เพราะอัตราการขนส่งตามข้อตกลงนี้ได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงต่ำกว่าในช่วงก่อนเกิดสงคราม
ตอนที่มีการลงนามในเส้นทางการขนส่งในเดือน ก.ค. ราคาอาหารทั่วโลกได้ปรับตัวลดลง ดัชนีราคาอาหารขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติได้ลดลงเกือบ 9% ในเดือนนั้น
ตัวเลขนี้ลดลงต่อเนื่องในเดือน ส.ค. และ ก.ย. แต่ว่าเป็นผลมาจากการปรับตัวลดลงของราคาอาหารประเภทอื่น ๆ ทั่วโลก อย่าง น้ำตาล, เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากนม
ราคาข้าวสาลีระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือน ก.ย. เนื่องจากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นว่า โครงการธัญพืชจากยูเครนจะดำเนินต่อไปหลังจากเดือน พ.ย. หรือไม่ (โดยเดือน พ.ย. คือช่วงเวลาที่โครงการนี้จะสิ้นสุดลงตามข้อตกลง)
อาหารถูกส่งไปไหนบ้าง
แม้ว่าอาหารบางส่วนถูกส่งไปยังประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกหลายประเทศโดยตรง แต่ตัวเลขของสหประชาชาติก็แสดงให้เห็นว่า ในตอนแรกปริมาณอาหารมากที่สุดถูกส่งไปยังสเปน, ตุรกี, อิตาลี, จีน และเนเธอร์แลนด์ สหประชาชาติระบุในเดือน ก.ย. ว่า มีอาหารไม่ถึง 30% ถูกส่งไปยังประเทศที่มีรายได้ต่ำ ขณะที่ 44% ถูกส่งไปยังประเทศที่มีรายได้สูง
แต่สหประชาชาติระบุว่า ธัญพืชที่ส่งไปยังจุดหมายปลายทางอาจจะผ่านการแปรรูปและจากนั้นก็ถูกส่งต่อไปยังแห่งอื่น

ที่มาของภาพ, Getty Images
เดวิด ออสเลอร์ จากวารสารเดินเรือ Lloyd's List ระบุว่า ในการส่งอาหาร 3 ล้านตันต่อเดือนออกจากยูเครน ต้องมีการใช้เรือ 15 ลำบรรทุกอาหารเหล่านั้นที่ท่าเรือต่าง ๆ ของยูเครนทุกวัน
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า "เจ้าของเรือกลัวการส่งเรือของตัวเองไปที่นั่น พวกเขายังคงกลัวว่า เรือของพวกเขาจะถูกกับระเบิดหรือถูกฝ่ายรัสเซียโจมตี"
นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านการขนส่งในข้อตกลงขนส่งธัญพืชนี้อีกหลายอย่าง
สหประชาชาติระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เรือที่ตกค้างอยู่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และกำลังรอการตรวจสอบตามเงื่อนไขของข้อตกลง ทางสหประชาชาติกำลังหาหนทางต่าง ๆ ในการเพิ่มจำนวนและอัตราของการตรวจสอบ
มีธัญพืชตกค้างอยู่ในยูเครนมากแค่ไหน
ธัญพืชที่เตรียมส่งออกราว 20 ล้านตัน ติดอยู่ในยูเครนนับตั้งแต่เดือน ก.พ. พร้อมกับอาหารอื่น ๆ อย่างข้าวโพดและน้ำมันดอกทานตะวัน
เรื่องนี้ทำให้ปริมาณอาหารขาดแคลนและราคาเพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เพราะยูเครนคือแหล่งสำคัญในการนำเข้าอาหารของประเทศต่าง ๆ

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแอฟริกา (African Development Bank) ระบุว่า ปริมาณอาหารที่ตกค้างอยู่ในยูเครน ทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารในทวีปแอฟริการาว 30 ล้านตัน และราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้น 40%
ในไนจีเรีย ส่งผลให้ราคาอาหารหลักอย่างพาสตาและขนมปังเพิ่มขึ้นมากถึง 50%
เยเมน ซึ่งปกตินำเข้าข้าวสาลีมากกว่า 1 ล้านตันต่อปีจากยูเครน ทำให้ราคาแป้งสูงขึ้น 42% และราคาขนมปังสูงขึ้น 25%
ซีเรีย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้าวสาลีของยูเครนรายใหญ่อีกรายหนึ่ง ราคาขนมปังปรับตัวเป็นสองเท่า
ช่องทางเดินเรือที่ปลอดภัยมีวิธีการอย่างไร
รัสเซียและยูเครนต่างลงนามในข้อตกลงต่าง ๆ กับตุรกี เพื่อตั้งเส้นทางเดินเรือจากโอเดสซา และท่าเรือเมืองข้างเคียงอีก 2 แห่งไปยังช่องแคบอิสตันบูล

ที่มาของภาพ, Getty Images
เส้นทางนี้มีความยาว 310 ไมล์ทะเล และกว้าง 3 ไมล์ทะเล
เรือของยูเครนจะนำทางเรือขนส่งธัญพืชในการเข้าและออกจากท่าเรือผ่านกับระเบิดต่าง ๆ ที่กองทัพยูเครนติดตั้งไว้
ตุรกีจะทำหน้าที่ตรวจสอบเรือต่าง ๆ ว่า มีอาวุธหรือไม่ ตามการร้องขอของฝ่ายรัสเซีย
รัสเซียก็ได้รับอนุญาตให้ส่งออกธัญพืชและปุ๋ยผ่านทางทะเลดำเช่นกัน
ข้อตกลงนี้มีกำหนดจะหมดอายุลงหลัง 120 วัน ซึ่งตรงกับช่วงกลางเดือน พ.ย. นี้
ในช่วงที่มีการปิดกั้นท่าเรือต่าง ๆ ยูเครนพยายามที่จะส่งออกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ผ่านทางบก โดยการใช้รถบรรทุกและรถไฟ

สหภาพยุโรปได้ก่อตั้งสิ่งที่เรียกว่า "เส้นทางน้ำหนึ่งใจเดียวกัน" เพื่อที่จะช่วยให้สามารถส่งธัญพืชของยูเครนออกจากท่าเรือในทะเลบอลติกและจากท่าเรือของโรมาเนียที่เมืองคอนสตันซาได้
อย่างไรก็ตาม การขาดแคลนขีดความสามารถทางถนนและทางรถไฟทำให้ยูเครนสามารถส่งออกธัญพืชทางบกได้มากที่สุดเพียง 10% เท่านั้น










