รัสเซีย ยูเครน : สงครามยูเครนอาจทำให้วิกฤตในเยเมนและอัฟกานิสถานแย่ลงอย่างไร

ที่มาของภาพ, WFP
"อย่าให้เราต้องเอาอาหารจากเด็กที่กำลังหิวโหยเพื่อไปให้เด็กที่กำลังอดอยาก" โครงการอาหารโลก (WFP) ของสหประชาชาติ ระบุ
ด้วยราคาอาหารและราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงการที่ชาติต่าง ๆ ที่เคยบริจาคเงินให้ ตัดงบลง โครงการอาหารโลกมีความจำเป็นต้องลดปริมาณอาหารลงถึงครึ่งหนึ่งของที่เคยให้คนหลายล้านคนในเยเมน ชาด และไนเจอร์
เมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2021 สหประชาชาติได้ออกมาเรียกร้องเงินบริจาคสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจะนำไปช่วยคนถึง 273 ล้านคน
เจ้าหน้าที่กลุ่มให้ความช่วยเหลือบอกว่า ผู้คนเหล่านี้ไม่ได้จะสุขสบายขึ้นหากได้รับการช่วยเหลือ แต่หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ พวกเขาจะถึงขั้นเสียชีวิต
แต่นี่เป็นการขอความช่วยเหลือก่อนที่รัสเซียจะบุกรุกรานยูเครน และทั้งรัสเซียและยูเครนต่างก็เคยขายธัญพืชชนิดต่าง ๆ ให้กับโครงการอาหารโลก
ขาดแคลนอาหาร
ในช่วงเดือนแรกของสงคราม โครงการอาหารโลกช่วยเหลือคนถึงล้านคนในยูเครน แต่ตอนนี้ธัญพืชจากยูเครนซึ่งคนหลายล้านคนที่กำลังหิวโหยต้องพึ่งพา ได้หมดลงไปแล้ว
ในขณะเดียวกัน หลายประเทศในแอฟริกาก็ต้องนำเข้าธัญพืชจากยูเครนเช่นกัน โดยไม่ได้พึ่งความช่วยเหลือจากสหประชาชาติ
โซมาเลียได้ธัญพืชมากกว่า 60% มาจากยูเครนและรัสเซีย ขณะที่เอริเทรียนำเข้าข้าวสาลีถึง 97% จากยูเครน
เมื่อเดือน มี.ค. สหประชาชาติได้ประกาศขอความช่วยเหลือ "อย่างเร่งด่วน"

ที่มาของภาพ, WFP
นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ออกมาเตือนว่า ชาวอัฟกันต้อง "ขายลูก ๆ ตัวเอง และขายอวัยวะ เพื่อที่จะสามารถหาเลี้ยงครอบครัวพวกเขา"
แต่การขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในครั้งนั้นบรรลุเป้าหมายแค่ครึ่งหนึ่งของเป้าที่ตั้งไว้
การขอความช่วยเหลือในลักษณะเดียวกันให้กับเยเมน ซึ่งสหประชาติบอกว่ากำลังเผชิญวิกฤตมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดในโลก บรรลุเป้าหมายแค่ 1 ใน 3 ของที่ตั้งไว้
แม้ว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มให้ความช่วยเหลือจะไม่ยอมรับออกมาอย่างเปิดเผย แต่ก็มีความรู้สึกคับอกคับใจที่ดูเหมือนชาติตะวันตกที่มักบริจาคเงินช่วยเหลือ จะ "เลือก" ช่วยคนบางกลุ่มมากเป็นพิเศษ โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ชาติเหล่านี้ได้รวบรวมเงินช่วยเหลือยูเครนสูงเป็นประวัติการณ์และก็ยังเปิดรับผู้ลี้ภัยจากยูเครนหลายหมื่นคนด้วย
โรเบิร์ต มาร์ดินี ผู้อำนวยการใหญ่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross) บอกว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลเรือนยูเครนที่ตกอยู่ในสภาวะเปราะบาง "สมควรได้รับความเห็นใจและน้ำใจที่หลั่งไหลออกมาอย่างที่เราได้เห็นกัน" แต่เขาบอกว่ายังมีความขัดแย้งในที่อื่น ๆ ในโลกด้วยที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
ตั้งแต่สงครามในยูเครนเริ่มขึ้น วิกฤตในอัฟกานิสถาน เยเมน ซีเรีย และอีกหลายประเทศ ก็แย่ลงเรื่อย ๆ
ความเห็นอกเห็นใจต่อทุกคน
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) รู้สึกยินดีที่ผู้คนมีน้ำจิตน้ำใจต่อชาวยูเครนที่ต้องอพยพออกจากบ้าน แต่เจ้าหน้าที่กลุ่มให้ความช่วยเหลือก็บอกว่า เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศในยุโรปหลายประเทศ อาทิ ฮังการีและโปแลนด์ ยังกีดกันไม่ให้ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียเข้ามาในประเทศตัวเอง
ชาเบีย มันตู จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ มองว่า วิกฤตยูเครนอาจเป็นโอกาสที่จะทำให้โลกเข้าใจดีขึ้นถึงการเป็นผู้ลี้ภัย รวมถึงการเป็นประเทศเพื่อนบ้านของประเทศที่กำลังเกิดวิกฤต อาทิ เลบานอน ยูกันดา หรือตุรกี ที่ต้องเปิดรับผู้ลี้ภัยหลายแสนคน

ที่มาของภาพ, Reuters
ปีที่ยากลำบาก
แต่แม้วิกฤตจะทำให้โลกมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น กลุ่มช่วยเหลือต่าง ๆ ทราบดีว่าปีนี้จะเป็นปีที่ยากลำบาก
การที่รัสเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council - UNSC) เป็นผู้รุกรานยูเครนในสงครามครั้งนี้ จะยิ่งทำให้การให้การช่วยเหลือประเทศที่กำลังประสบวิกฤตยากเย็นขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เวลาจะส่งความช่วยเหลือข้ามพรมแดนไปให้ถึงซีเรีย สหประชาชาติต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งรัสเซียและประเทศตะวันตกต่าง ๆ
นอกจากนี้ ราคาอาหารและราคาเชื้อเพลิงก็ยังพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ และประเทศที่ร่ำรวยก็ต้องพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายหลังจากที่หมดเงินมหาศาลไปกับพยายามฟื้นฟูประเทศจากวิกฤตโควิด
เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมบอกว่านี่เป็นสถานการณ์ "เคราะห์ซ้ำกรรมซัด" ที่ชี้ให้เห็นว่าการให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไม่มีวันจะเป็นทางออก เพราะมันเป็นแค่พลาสเตอร์ปิดแผลที่พยายามปิดแผลฉกรรจ์จากสงคราม










