นักโบราณคดีชี้ต้นกำเนิดไก่บ้านทั่วโลก มาจากแหล่งอารยธรรมยุคหินใหม่ของไทย

ไก่ป่าสีแดง (Red junglefowl) เป็นบรรพบุรุษของไก่บ้านหลากสายพันธุ์ที่คนเลี้ยงกันทุกวันนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ไก่ป่าสีแดง (Red junglefowl) เป็นบรรพบุรุษของไก่บ้านหลากสายพันธุ์ที่คนเลี้ยงกันทุกวันนี้

ทีมนักโบราณคดีจากหลายสถาบันวิจัยในสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส เผยการค้นพบหลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่บ่งชี้ว่า ไก่ป่าอาจถูกมนุษย์นำมาเป็นสัตว์เลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์จนกลายมาเป็นไก่บ้านครั้งแรก ในช่วงรอยต่อระหว่างปลายยุคหินใหม่กับยุคสำริด ระหว่าง 1,650 - 1,250 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งล่าช้ากว่าที่เคยคิดกันไว้หลายพันปี

หลักฐานดังกล่าวคือกระดูกไก่บ้านอายุเก่าแก่ 3,670 ปี ที่พบในหลุมฝังศพของแหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา โดยหลักฐานนี้สอดคล้องกับข้อมูลที่ทราบกันอยู่เดิมแล้วว่า ไก่ป่าสีแดง (Red junglefowl) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นบรรพบุรุษของไก่บ้านหลากสายพันธุ์ที่ผู้คนทั่วโลกเลี้ยงกันอยู่ทุกวันนี้

รายงานวิจัย 2 ชิ้น ว่าด้วยต้นกำเนิดของไก่บ้าน ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร PNAS และ Antiquity ฉบับล่าสุด หลังมีการตรวจสอบอายุของซากกระดูกไก่ที่พบตามแหล่งโบราณคดีทั่วโลก 600 แห่ง ใน 89 ประเทศเสียใหม่ ทำให้พบว่ามีการคาดคะเนอายุของกระดูกไก่โบราณจากแถบยูเรเชียตะวันตกและแอฟริกาเหนือผิดพลาด อันเป็นที่มาของความเข้าใจผิดก่อนหน้านี้ว่า ภูมิภาคดังกล่าวคือแหล่งกำเนิดของไก่บ้านที่มีอายุเก่าแก่ราว 6,000 - 10,000 ปี

(ซ้าย) ไก่ป่าหรือไก่เถื่อน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gallus gallus (ขวา) ไก่บ้าน หรือ Gallus gallus domesticus

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, (ซ้าย) ไก่ป่าหรือไก่เถื่อน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gallus gallus (ขวา) ไก่บ้าน หรือ Gallus gallus domesticus

ดร. โอฟีลี เลอบราสเซอร์ จากศูนย์มานุษยชีววิทยาและจีโนมิกส์แห่งนครตูลูสของฝรั่งเศส บอกว่าพบกระดูกไก่บ้านจากยุคโบราณจำนวนมากที่แหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด ทั้งยังพบว่าไก่เหล่านั้นถูกฝังอย่างระมัดระวังรวมกับร่างมนุษย์ในหลุมศพ โดยไม่พบร่องรอยว่ามันถูกเชือดแต่อย่างใด แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับไก่บ้านในเชิงพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ มากกว่าจะเป็นการเลี้ยงเพื่อนำมาเป็นอาหาร

วัฒนธรรมการฝังไก่ที่เลี้ยงไว้ในหลุมศพของมนุษย์โบราณนั้น พบในช่วงยุคสำริดและยุคเหล็กของยุโรปเช่นกัน โดยไก่ถูกมองว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถนำทางวิญญาณมนุษย์ไปสู่ปรโลกได้ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อดังกล่าวได้เสื่อมสูญไปและเริ่มมีการเลี้ยงไก่เพื่อกินเนื้อและไข่เป็นอาหาร ในยุคของจักรวรรดิโรมันโบราณ

โครงกระดูกที่แหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด หลายร่างมีไก่ฝังรวมอยู่ด้วย

ที่มาของภาพ, WIKIMEDIA COMMONS

คำบรรยายภาพ, โครงกระดูกที่แหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด หลายร่างมีไก่ฝังรวมอยู่ด้วย

ดร. เลอบราสเซอร์ยังสันนิษฐานว่า ไก่ป่าในอดีตละทิ้งที่อยู่อาศัยบนต้นไม้ของมัน และลงมาหากินบนพื้นดินใกล้บ้านเรือนของมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ หลังเริ่มมีการทำนาปลูกข้าวแบบแห้ง (dry rice) โดยเมล็ดข้าวคือสิ่งล่อใจให้ไก่ป่าเข้าใกล้คน ก่อนจะเกิดการคัดเลือกปรับปรุงสายพันธุ์จนกลายเป็นไก่บ้าน ในทำนองเดียวกับที่สุนัขป่าบางตัวถูกคัดเลือกโดยมนุษย์และกลายมาเป็นสุนัขบ้านนั่นเอง