รัสเซีย ยูเครน : ทหารยูเครนเล่าวิธีเอาตัวรอดและเดินทางกลับบ้านหลังตกเป็นเชลยศึกรัสเซีย

ฮลิบ สตรัซโคพยายามลุกขึ้นนั่งจากเตียงผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองปอลตาวาของยูเครน
กระดูกเชิงกรานของทหารหนุ่มวัย 25 ปี ถูกดามไว้ด้วยโลหะ นี่เป็นเพียงบาดแผลเดียวจากอีกมากมายที่เขาได้มาระหว่างความพยายามต่อสู่เพื่อปกป้องเมืองมาริยูปอล ซึ่งตั้งอยู่ไกลออกไปทางตอนใต้ถึง 500 กิโลเมตร
สีหน้าของเขาแสดงความเจ็บปวด ขณะที่โอเลซยาผู้เป็นแม่ช่วยให้เขาลุกขึ้นนั่ง แต่สตรัซโคกลับดูกระหายที่จะเล่าเรื่องราวของตัวเอง
"ตอนหันไปมอง ผมเห็นรถถังกำลังเล็งมาทางผม" เขาย้อนความทรงจำ
"ตอนที่รถถังยิงออกมา มีเวลาไม่พอหนีการมาถึงของ[ระเบิด] มันเกิดขึ้นในทันที ผมเห็นแสงสว่างจ้า"

เขาตกตึกลงมา 3 ชั้นเมื่อทหารรัสเซียยิงระเบิดออกมาจากรถถัง
"ผมตระหนักได้ว่า ผมมีทางเลือกที่จะตะโกนและได้รับความช่วยเหลือหรือตายอยู่ในซากปรักหักพังนี้" สตรัซโค กล่าว
"ทุกการส่งเสียงร้องต้องใช้ความพยายามอย่างมาก หลังจากที่ผมตะโกนออกไปสามถึงสี่ครั้ง ผมก็ได้ยินเสียงคนตอบกลับมาว่า 'เราอยู่ที่นี่ เราจะช่วยคุณ'"
สหายร่วมรบของสตรัซโคช่วยชีวิตเขาเอาไว้และส่งตัวเขาไปยังโรงพยาบาลสนาม
"มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราว 12 คน จากหน่วยอื่นๆ" สตรัซโคย้อนความทรงจำ อย่างไรก็ดี พวกเขายังไม่ได้รอดพันจากภัยอันตราย
"ทีมแพทย์มาถึงและบอกเราว่า เพื่อรักษาชีวิตของเอาไว้ เราจะถูกส่งตัวไปให้กับฝั่งรัสเซีย"
กองทัพรุกรานดินแดนกำลังกินพื้นที่เมืองมาริยูปอลเข้ามาเรื่อยๆ และเหล่าทหารมีโอกาสที่จะได้รับการรักษาจากฝั่งศัตรูมากกว่าจากฝั่งยูเครน

ขณะเดียวกัน ที่บ้านเกิดของเขาในเมืองปอลตาวา โบสถ์ที่สตรัซโคไปสวดภาวนาตั้งแต่เด็กจัดพิธีภาวนาให้กับเขา
เฉกเช่นเดียวกับสถาบันต่างๆ ทั่วยูเครน มหาวิหารอัสสัมชัญ (Assumption Cathedral) ในเมืองก็ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เช่นเดียวกัน โถลงกลางของโบสถ์เต็มไปด้วยกล่องใส่ชุดปฐมพยาบาล

"พ่อรู้ว่ามีแค่สองทางเท่านั้นที่จะออกมาจากมาริยูปอลได้ ไม่ตายก็เป็นเชลยศึก" อาร์ชบิชอป เฟอดีร์ แห่งเมืองปอลตาวา ผู้ยังคงเดินหน้าให้จัดพิธีกรรมต่างๆ ในโบสถ์อย่างต่อเนื่องกล่าว
อาร์ชบิชอปผู้นี้เชื่อมั่นว่าสตรัซโคจะไม่ยอมแพ้ แต่เขาเองก็ไม่ทราบว่าสตัรซโคจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อภาพสตรัซโคและเชลยศึกชาวงยูเครนคนอื่นๆ ถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่มีรัสเซียหนุนหลัง

"พ่อรู้ว่าพระเจ้าได้แสดงปาฏิหาริย์แล้ว" อาร์ชบิชอปกล่าว "เขาอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ และกระดูกหักหลายแห่ง"
กระดูกเชิงกรานและกรามของสตรัซโคหัก เขาสูญเสียการมองเห็นข้างหนึ่งไป
อาร์ชบิชอปเป็นห่วงสตรัซโค แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่ได้ทราบว่าเขายังมีชีวิตอยู่
"พระเจ้าตอบกลับคำสวดภาวนาของเรา และพ่อมั่นใจว่าเราสามารถช่วยให้เขาเป็นอิสระจากการถูกจับเป็นเขลยได้" อาร์ชบิชอปเฟอดีร์ กล่าว
เขาเสริมว่ามีทหารเรืออีกมากจากปอลตาวาที่หายตัวไปในมาริยูปอล เมืองที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียมาแล้วกว่า 80 วัน

กลับมาที่ห้องผู้ป่วยสุดอุดอู้ที่สตรัซดคพักรักษาตัวอีกครั้ง เขาย้อนความไปถึงการรักษาที่ตนเองได้รับจากฝั่งรัสเซีย หรือจะเรียกให้ถูกคือการรักษาที่ไม่ได้รับ
"พยาบาลหลายคนนำอาหารเข้ามาและป้อนผม เพราะผมนั่งไม่ได้และกรามก็หัก" เขาเล่า
"ขณะพยาบาลอีกกลุ่มก็จะเอาอาหารมาวางไว้แล้วบอกว่า 'พยายามกินมันซะ แกมันก็แค่คนยูเครนชั้นต่ำ'" อาการบาดเจ็บของสตรัซโคทำให้เขาไม่สามารถกินอาหารได้ด้วยตัวเอง
"ถาดอาหารถูกตั้งอยู่อย่างนั้น 2-3 ชั่วโมง เธอกลับมาแล้วถามผมว่าอิ่มไหมแล้วก็เอาถาดอาหารออกไป เราอยู่ที่นั่นโดยไม่มียาชา ผมเชื่อว่าผมต้องรอด นั่นคือทั้งหมดที่ผมทำได้"
เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เหล่านี้ชาวยูเครนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคดอนบาสที่มีรัสเซียคอยสนับสนุน สตรัซโคกล่าวว่าเขาไม่ได้รู็สึกโกรธคนเหล่านั้น "พวกเขาอยู่ภายใต้โฆษณาชวนเชื่อของรัสเซียมา 8 ปี และความเกลียดชังที่ผมได้รับก็เป็นผลลัพธ์ของมัน"
สตรัซโคจำได้ว่ามีนักรบเชเชนและทหารรัสเซียคอยเฝ้าเขา ฝั่งนักรบเชเชนจะเข้ามาตอนกลางคืนและเหน็บแนมเขา นักรบเหล่านี้ลากมีดไปตามร่างกายของเขา "น่าเสียดาย การตัดหูนายเป็นเรื่องต้องห้าม" พวกเขากล่าว ขณะที่ทหารรัสเซียเฝ้ามอง
บีบีซีไม่สามารถยืนยันคำพูดของสตรัซโคได้
ในที่สุด สตรัซโคถูกนำตัวไปยังรัสเซีย ก่อนถูกนำตัวไปยีงสนามบินกองทัพในไครเมียซึ่งถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย 17 วันให้หลังความเจ็บที่เริ่มต้นขึ้น เขากล่าวว่าเขาจะไม่มีวันลืมสิ่งที่ทหารรัสเซียพูดกับเขา
"ถ้านายทำตามคำสั่งของฉัน นายจะได้กลับไปยูเครนเย็นนี้"
ทหารเรือผู้นี้ถูกนำตัวเข้าไปในรถพยาบาลและเดินทางไปยังเขตแดนยูเครน ปรากฏว่าสตรัซโคเป็นส่วนหนึ่งของเชลยศึกที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงแลกเปลี่ยนเชลยศึกระหว่างยูเครนและรัสเซีย
เขาถูกส่งตัวไปรักษาตัวทางตอนเหนือของประเทศ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองซาโปริเฟีย (Zaporizhzhia) ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน ก่อนจะถูกส่งตัวกลับบ้านเกิดในเมืองปอลตาวา
สตรัซโคบรรยายว่าน้ำตาเขาไหลออกมาเมื่อได้รู้ข่าวว่ากำลังจะได้กลับบ้าน
ทหารผู้นี้คือหนึ่งในทหารยูเครนจำนวน 12 คน ซึ่งเป็นทหารเรือทั้งหมดจากหน่วยต่าง ๆ ที่ได้เดินทางกลับบ้าน หลังจากเป็นแนวหน้ารบเพื่อปกป้องโรงงานเหล็กในเมืองมาริยูปอล
"คนขับรถอีกคนเข้ามาและบอกว่า 'ใจเย็นๆ นายอยู่ในยูเครนแล้ว'"
"ผมดีใจอย่างมาก" เขากล่าว "ผมแทบไม่เชื่อเลยว่าตัวเองอยู่ในยูเครน ที่ซึ่งผมสามารถหายใจได้อย่างอิสระ"

แม้หน้าตาของแม่เขาจะเต็มไปด้วยความกังวล แต่สตรัซโครู้อย่างชัดแจ้งว่าเขาจะทำอะไรต่อ
"ผมพร้อมจะกลับไปสู้ จะเป็นที่ด่านหน้าหรือที่ไหนก็ได้ ผมจะช่วยกองทัพเอาชัยชนะจากรัสเซียมาให้ได้"
หลังจากนั้น สตรัซโคก็ได้รับความช่วยเหลือให้กลับไปนอนราบอีกครั้งอย่างเจ็บปวด แต่เขายังคงยิ้มอยู่











