รัสเซีย-ยูเครน : 60 วันในหลุมหลบภัย ภายใต้การปิดล้อมของทหารรัสเซีย

ผู้หญิงชาวยูเครน
    • Author, ลอรา บิกเกอร์
    • Role, บีบีซีนิวส์

แคเทอรินาหลับตาลงพร้อมสูดลมหายใจเข้าเมื่อฉันถามถึงสามีของเธอ นักรบผู้ที่เธอเชื่อว่าอยู่ที่ไหนสักแห่งในอุโมงค์เขาวงกตใต้ดินของโรงงานผลิตเหล็กกล้าแอซอฟสตาลในเมืองมาริอูโปล

เธอดูสงบนิ่งและเก็บอารมณ์ได้ดีมาจนถึงตอนนี้ ตัวเธอเองพร้อมลูกชายอีกสองคนใช้เวลามากกว่าสองเดือนอยู่ในหลุมหลบภัยแห่งหนึ่งในบริเวณโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ซึ่งการทิ้งระเบิดราวกับจะไม่มีวันสิ้นสุดลง

"ขีปนาวุธมันถล่มหนักหน่วงมากจนราวกับว่าผนังของหลุมหลบภัยสั่นสะเทือนและห้องหับก็ดูเล็กลงทุกที" เธอเล่าให้ฉันฟัง

"บางครั้งก็จะมีช่วงหยุดพักราวหนึ่งชั่วโมง และเราก็จะหวังว่าทุกอย่างจะจบแล้ว จบสิ้นสักที แต่ไม่ พวกเขาเดินหน้าต่อ"

ด้านหลังของพวกเรา ลูกชายวัย 6 และ 11 ขวบ ของเธอกำลังเล่นต่อสู้ยิงปืนที่ทำขึ้นมาจากกระดาษและเทปพันสายไฟ

"พวกเขาเริ่มปรับตัวได้กับการออกมาใช้ชีวิตในที่โล่งแจ้งอีกครั้ง" แคเทอรินา บอก

"ได้เห็นพวกเขาวิ่งเล่นท่ามกลางแสงแดดคือความรู้สึกที่วิเศษที่สุดในโลก"

แคเทอรินาจำได้ว่าตอนที่ออกมาเจอแสงแดดอีกครั้ง ทั้งเธอและลูก ๆ ของเธอต่าง "ลืมตาไม่ขึ้นเพราะแสงจ้า" หลังจากต้องอยู่ในความมืดมากว่าสองเดือน

ขณะที่เด็กชายทั้งสองกำลังหลบอยู่หลังต้นไม้ราวกับพวกเขากำลังต่อสู้กับทหารรัสเซีย ในตอนหนึ่งหนูน้อยนอนราบลงกับพื้น และร้องตะโกนว่า "อุดหูไว้" เด็กคนหนึ่งบอก "ทุกอย่างเรียบร้อย" ขึ้นมา และทั้งสองก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

นั่นทำให้ฉันรู้สึกหลอน

เพราะแม้แต่เกมที่เด็กเล่นกัน มันยังรู้สึกสมจริง พวกเขาทำท่าโหลดกระสุนปืน ทั้งสองคงได้เห็นมันมาแล้วอย่างใกล้ชิด

แคเทอรีนาเชื่อว่าพ่อของเด็ก ๆ ยังคงมีชีวิตอยู่ในโรงงานแห่งนั้น เธอได้ข่าวจากเขาต้นสัปดาห์ที่แล้ว และเขายังคงเต็มไปด้วยชีวิตชีวิตอย่างเคย

"เขาเป็นผู้ชายที่เข้มแข็ง เข้มแข็งไปถึงจิตวิญญาณ เขาคอยสนับสนุนฉันมาตลอดชีวิต"

มันเป็นรักแรกพบ เธอเล่าให้ฉันฟังด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม มาริอูโปลซึ่งเป็นบ้านเกิดของทั้งคู่ถูกระเบิดจากรัสเซียถล่มยับ

แคเทอรีนาเริ่มจากพาลูกชายทั้งสองคนของเธอเข้าไปยังโรงงานเหล็กกล้าแอซอฟสตาลในช่วงต้นเดือนมีนาคม หลังจากท่าเรือของเมืองถูกโจมตีเป็นครั้งแรก เธอคิดว่าจะหลบภัยอยู่ที่นั่นวันหรือสองวัน หรือมากที่สุดก็แค่สัปดาห์เดียว แต่เมื่อการทิ้งระเบิดโจมตีหนักหน่วงขึ้น ทั้งหมดจึงติดอยู่ใต้ดินของโรงงานแห่งนั้นมากกว่า 60 วัน

เสบียงลดลงเรื่อย ๆ อาหารและน้ำเปล่ากลายเป็นของหายาก เช่นเดียวกันข้อมูลข่าวสาร เธอและผู้หนีภัยสงครามอีกราว 30 คน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเมื่อกองทัพรัสเซียเข้ามาล้อมรอบเมือง

สามีของเธอจะเข้ามาเยี่ยมบ้างเป็นครั้งเป็นคราวเนื่องจากเขาและนักรบชาวยูเครนอีกราว 1,000 นาย ยังคงเดินหน้าต่อสู้และปกป้องโรงงานเหล็กกล้าแห่งนี้ ซึ่งเป็นฐานทัพสุดท้ายของพวกเขา

"เมื่อไหร่ก็ตามที่เขามาเยี่ยม เขามักจะบอกกับเราเสมอว่าให้อดทนอีกหน่อย เขาให้กำลังใจเราด้วยมุขตลก เสียงหัวเราะ และ บอกกับพวกเราว่าไม่ต้องกังวล ทุกอย่างเรียบร้อยดี"

"มันน่าหวาดหวั่นเพราะพวกเขาจะกลับเข้ามาและออกไปตอนที่มีการทิ้งระเบิด มันแปลกที่ได้เห็นว่าพวกเขามีกำลังใจดี แต่ฉันก็ไม่คิดว่ามันมีทางเลือกอื่น ในแง่ของกำลังใจและจิตวิญญาณ ฉันคิดว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่เข้มแข็งที่สุดที่นี่"

ในที่สุดแคเทอรีนาก็ได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรกาชาดและองค์การสหประชาชาติ เธอได้กลับมาอยู่บนพื้นดินอีกครั้ง

ฉันได้พบกับแคเทอรินาครั้งแรกที่ศูนย์ช่วยเหลืออพยพในเมืองซาปอริซเซีย ตอนที่เธอก้าวลงจากรถบัส เธอแบกทุกสิ่งทุกอย่างที่มีไว้ในเป้บนหลัง

"มีหลายครั้งที่พวกเรารู้สึกหมดหวังว่าจะได้ออกมาจากที่นั่น" เธอกล่าวกับฉัน

กว่าสองสัปดาห์มาแล้วที่กลับขึ้นมาอยู่บนพื้นดินอีกครั้ง เธอกำลังวางแผนอนาคตของครอบครัว

บ้านของเธอถูกทำลาย เธอใช้เวลาสองเดือนอยู่ภายใต้หลุมหลบภัยที่เย็นเยียบและเน่าเหม็น ตอนนี้เธอกำลังเฝ้ารอข่าวสามี

เธอยังดูมีกำลังใจ หรืออาจพูดได้ว่าเธอมีน้ำอดน้ำทน

"ฉันเชื่อว่าในที่สุดทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี ฉันมั่นใจว่ายูเครนจะชนะและเราจะเป็นประเทศที่มีเอกราชต่อไป"