สี จิ้นผิง : "โควิดเป็นศูนย์" นโยบายที่ถูกใช้เพื่อเหตุผลทางการเมืองมากกว่าการควบคุมโรคในจีน

นครเซี่ยงไฮ้กำลังอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ทั้งเมือง เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "โควิดเป็นศูนย์"

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นครเซี่ยงไฮ้กำลังอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ทั้งเมือง เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "โควิดเป็นศูนย์"
    • Author, เฮาเวิร์ด จาง
    • Role, บรรณาธิการบีบีซีภาคภาษาจีน

ขณะที่ความสนใจของคนทั่วโลกกำลังพุ่งเป้าไปที่การแก้ไขวิกฤตในยูเครน ทว่า วาระข่าวสำคัญในแดนมังกรในตอนนี้กลับอยู่ที่อนาคตทางการเมืองของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ต้องการสืบทอดอำนาจต่อไปเป็นสมัยที่ 3 ถือว่าเป็นการทำลายธรรมเนียมที่เคยเป็นมาอย่างยาวนานลงอย่างสิ้นเชิง

ขณะเดียวกัน เมืองใหญ่หลายแห่งในจีนก็กำลังเผชิญกับมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ ซึ่งสร้างความไม่พึงพอใจให้กับชาวจีนอย่างกว้างขวางมากขึ้นเรื่อย ๆ

ด้านบรรดาผู้สังเกตการณ์เรื่องประเทศจีนต่างเชื่อว่า นโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" ที่รัฐบาลจีนกำลังพลักดันอยู่และนำไปสู่การล็อกดาวน์ ซึ่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจนั้น เป็นมาตรการควบคุมทางการเมืองมากกว่าการควบคุมโรคระบาด

ความโกรธเคืองเรื่องการล็อกดาวน์

ชาวจีนในกรุงปักกิ่งของจีนทยอยออกมาใช้ชีวิตข้างนอกบ้านมากขึ้น แม้ว่าจะอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ชาวจีนในกรุงปักกิ่งของจีนทยอยออกมาใช้ชีวิตข้างนอกบ้านมากขึ้น แม้ว่าจะอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์

กระแสความไม่พึงพอใจทั้งในประเทศและจากต่างประเทศต่อนโยบายดังกล่าวได้ขยายวงกว้างออกไปในหลายเมืองนับตั้งแต่ฮ่องกง ไปจนถึงนครเซี่ยงไฮ้ และในขณะนี้มาถึงกรุงปักกิ่งแล้ว

โดยเฉพาะในเมืองเศรษฐกิจหลักของจีน เช่น นครเซี่ยงไฮ้ ที่มีหลายพื้นที่ต้องถูกล็อกดาวน์มานานกว่าหนึ่งเดือนและยังไม่มีวี่แววว่ามาตรการนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ทำให้พบเห็นความสิ้นหวังและความไม่พอใจของประชาชนในพื้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นภาพชาวเมืองร้องไห้ร้องขออาหาร ยารักษาโรค และปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพของมนุษย์

มีคลิปวิดีโอหลายหมื่นชิ้นถูกนำเข้าสู่สื่อสังคมออนไลน์ของจีน เพื่อสะท้อนให้เป็นภาพชีวิตอันแสนสาหัสในแต่ละวัน รวมทั้งการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐต่อพวกเขาอย่างหยาบคาย แม้ว่าทางการจีนใช้ความพยายามเซ็นเซอร์และลบข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ไปบ้างแล้วก็ตาม แต่ข้อความบางส่วนก็ยังหลงเหลือและเป็นกระแสพูดถึงในอินเทอร์เน็ต

A patient quarrels with workers in a temporary hospital for Covid-positive people in Shanghai, China Friday, Apr. 22, 2022.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพสะท้อนความไม่พึงพอใจของประชาชนต่อมาตรการควบคุมโควิด-19 ในนครเซี่ยงไฮ้

หนึ่งในนั้นคือ วิดีโอที่ใช้ชื่อว่า "Sound of April" (เสียงแห่งเดือน เม.ย) ที่มีรายงานว่ามียอดคนเข้าชมกว่า 400 ล้านครั้งในจีน ก่อนที่เจ้าหน้าที่กองเซ็นเซอร์ของจีนจะลบออกจากระบบ ถึงกระนั้นก็ยังมีคนคัดลอกไว้แล้วนำมาเผยแพร่ในแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น ยูทิวบ์

สำหรับเนื้อหาของวิดีโอชุดนี้เป็นการรวบรวมเสียงจากชาวเซี่ยงไฮ้ บอกเล่าถึงฝันร้ายภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ที่แต่ละคนได้รับ อธิบายให้เห็นภาพของโลกที่ไม่พึงปรารถนา และมุมมองที่หาดูได้ยาก ว่าครั้งหนึ่งมหานครที่ศิวิไลซ์และร่ำรวยจะเป็นเช่นนี้

ในระดับนานาชาติ นักธุรกิจหลายคนที่เคยมีความเชื่อมันต่อความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤตและพลักดันเศรษฐกิจให้เติบโต ก็รู้สึกอิดหนาระอาใจกับความซบเซาทางเศรษฐกิจ พร้อมกับเรียกร้องให้ยุตินโยบายโควิดเป็นศูนย์

People in protective gear stand at the entrance to a Beijing community in lockdown

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, หลังจากการล็อกดาวน์ในนครเซี่ยงไฮ้ ในขณะนี้ นโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" ได้ถูกนำมาบังคับใช้ในเมืองหลวงของจีนแล้ว

สื่อการเงินรายใหญ่หลายสำนักรายงานตรงกันว่า มีกระแสเงินทุนไหลออก "อย่างไม่เคยมีมาก่อน" จากจีนนับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนและการประกาศล็อกดาวน์ที่นครเซี่ยงไฮ้

นายเจิ้ง ไมเคิล ซง (Zheng Michael Song) นักเศรษฐศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (Chinese University of Hong Kong) ประเมินว่า มาตรการคุมเข้มเพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นภาระทางการเงินแก่จีนอย่างน้อยเดือนละ 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.58 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นราว 3.1% ของจีดีพี

นายกิโยม ฟอฮี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอร์บัสแสดงความเห็นว่า มาตรการล็อกดาวน์นี้ยังเป็นอุปสรรคต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัทในจีนอีกด้วย ในขณะที่การล็อกดาวน์เมืองที่เปรียบกับหัวใจทางเศรษฐกิจอย่างนครเซี่ยงไฮ้เป็นระยะเวลากว่า 2 เดือน ก็ทำให้บริษัทต่างชาติจำต้องชะลอการผลิต หรือไม่ก็ถอนธุรกิจออกไป

"ในเมื่อหลายประเทศกำลังใช้นโยบายที่พึ่งพาการฉีดวัคซีน และ "ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเชื้อไวรัสโคโรนา" แล้วทำไมรัฐบาลปักกิ่งจึงยังคงยืนยันใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์อยู่อีก" เขาถาม

2 ชุดความคิดเบื้องหลัง

นายสี จิ้นผิง สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สองเมื่อเดือน มี.ค. 2018 ขณะนี้กำลังใช้ความพยายามในการสืบทอดอำนาจต่อเป็นสมัยที่ 3

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายสี จิ้นผิง สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สองเมื่อเดือน มี.ค. 2018 ขณะนี้กำลังใช้ความพยายามในการสืบทอดอำนาจต่อเป็นสมัยที่ 3

นักสังเกตการณ์จีนในระดับนานาชาติส่วนใหญ่ เชื่อว่า เหตุผลหลักที่อยู่เบื้องหลังนโยบายโควิดเป็นศูนย์หาใช่เป้าประสงค์การต่อสู้กับโรคระบาด แต่กลับเป็นไปเพื่อเกื้อหนุนความชอบธรรมของพรรคคอมมิวนิสต์และค้ำจุนอำนาจส่วนตัวของนายสี

บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้เป้าไปคำอธิบายในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ 2 ชุด ผ่านสื่อทางการจีนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เป็นหลักฐานเพื่อสนับสนุนความเห็นของพวกเขา

ชุดคำอธิบายแรกพยายามบอกว่า ระบบการปกครองของจีนแบบพรรคการเมืองเดียวและรูปแบบอำนาจนิยมที่เป็นอยู่ อยู่เหนือระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยของชาติตะวันตก ที่กำลังวุ่นวายและผิดปกติ

สื่อทางการจีน เช่น โทรทัศน์ซีจีทีเอ็น สำนักข่าวซินหัว และหนังสือพิมพ์พีเพิลส์ เดลี ต่างพยายามนำเสนอข่าวโดยให้ความสำคัญว่า จีนสามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และยุโรปต่างดิ้นรนแก้ปัญหา

ชุดคำอธิบายอีกประการ เกี่ยวกับการเชิดชูศีลธรรมของรัฐบาลจีน สื่อทางการจีนอ้างว่าพรรคคอมมิวนิสต์ยกให้ "ประชาชนมาก่อน" รวมทั้งห่วงใยความเป็นอยู่ของพวกเขาทั้งหมด มากกว่าการมอบสิทธิให้พวกเขาเลือก โดยที่พยายามชี้ว่า ยอดการติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่ต่ำคือบทพิสูจน์ในเรื่องนี้

สื่อทางการจีนชื่นชมประสิทธิภาพของรัฐบาลในการรับมือกับโรคโควิด-19

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สื่อทางการจีนชื่นชมประสิทธิภาพของรัฐบาลในการรับมือกับโรคโควิด-19

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนรายหนึ่งกล่าวตำหนินักข่าวต่างชาติระหว่างการแถลงข่าวในทำนองว่า พวกเขาควรจะคิดว่าพวกเขาโชคดีเพียงใดที่ได้อยู่อาศัยในจีนในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19

จุดที่น่าสนใจอีกประการ คือ ถึงแม้ว่าสื่อทางการจีนและเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จะยังคงดำเนินการตามชุดความคิดดังกล่าวแล้ว แต่ก็เริ่มมีเสียงไม่เห็นด้วยปรากฏดังขึ้นในจีนบ้าง แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาอันสั้นก่อนที่เงียบหายไปก็ตาม

ต้นทุนทางการเมือง

ผู้เชี่ยวชาญบางคนยกเหตุการณ์การสั่งปิดเว็บไซต์ Duoweinews.com แบบกระทันหัน เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือมีสัญญาณแห่งความไม่ลงรอยกันระหว่างกลุ่มชนชั้นนำการปกครองของจีนต่อเรื่องนโยบายดังกล่าว แม้ว่าเว็บไซต์ดังกล่าวจะมีชื่อเสียงและเป็นกระบอกเสียงสนับสนุนรัฐบาลก็ตาม

มีสัญญาณหลายอย่างที่สะท้อนให้เห็นนโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" ไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ชนชั้นนำของจีน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มีสัญญาณหลายอย่างที่สะท้อนให้เห็นนโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" ไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ชนชั้นนำของจีน

ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์นี้ได้เผยแพร่บทความสารคดีชิ้นหนึ่งที่เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนนโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" อีกครั้ง บทความนี้ถูกเผยแพร่ไม่นานก่อนที่จะถูกเว็บไซต์ถูกสั่งปิด ซึ่งบริษัทเจ้าของเว็บไซต์อธิบายว่า บริษัทอยู่ในช่วงการปรับโครงสร้างใหม่

ผู้เชี่ยวชาญจีนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า รัฐบาลปักกิ่งจะยังคงยืนกรานบังคับใช้นโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" ต่อไปอีกจนกระทั้งฤดูใบไม้ร่วง (ราวกันยายน) หรือไม่ก็จนกว่าจะมีการยืนยันว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สามารถครองอำนาจต่อไปอีกสมัย

นอกจากนี้ยังมีคำถามที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็น "อะไรจะเกิดขึ้นกับชาวจีนนับล้านคนที่ต้องมีชีวิตอยู่ภายในมาตรการล็อกดาวน์ในขณะนี้" หรือ "หากนโยบายนี้ถูกลากยาวออกไป ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร" และ "ผลกระทบทางการเมืองในประเทศจะเป็นเช่นไร หากนโยบายนี้จบลงด้วยความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง"