รัสเซีย ยูเครน : คลิปวิดีโอเผยให้เห็นศพเกลื่อนถนนมาริอูโปล รัสเซียลั่นจะยึดภาคใต้ยูเครนทั้งหมด

ที่มาของภาพ, Getty Images
ตลอดช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการส่งต่อคลิปวิดีโอ 4 ชิ้นทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง ซึ่งคลิปเหล่านี้เผยให้เห็นศพของพลเรือนที่เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 23 ร่าง ถูกทิ้งไว้ข้างถนนสายหลักสายหนึ่งของเมืองมาริอูโปล
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ขณะที่กองกำลังรัสเซียเข้ายึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองท่าสำคัญแห่งนี้เอาไว้ได้แล้ว และกำลังล้อมปราบกองกำลังยูเครนที่หลงเหลืออยู่ ภายในโรงงานเหล็กกล้าอาซอฟสตัล
ทีมข่าวบีบีซี มอนิเทอริง ได้ตรวจสอบคลิปวิดีโอดังกล่าว ซึ่งอาจถ่ายไว้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน พบว่าสถานที่ซึ่งปรากฏในคลิปทั้งหมดคือถนนบอยกา (Boika) ถนนสายหลักของเมือง ตรงช่วงที่ติดกับด้านข้างโรงงานผลิตเหล็กและเหล็กกล้า "อิลิช" (Ilyich) โดยศพทั้งหมดสวมชุดพลเรือนและไม่พบว่ามีอาวุธอยู่ข้างกาย
คลิปวิดีโอ 2 ใน 4 ชิ้น บันทึกและเผยแพร่โดยสำนักข่าว ANNA กับช่องข่าว Signal ของรัสเซีย ส่วนคลิปที่เหลือเป็นของนักข่าวชาวอิตาลี และนายแพทริก แลงคาสเตอร์ ทหารผ่านศึกชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นอดีตหน่วยข่าวกรองของกองทัพเรือสหรัฐฯ เขามักปรากฏตัวในฐานะแขกรับเชิญผู้วิเคราะห์ข่าว ในรายการทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐในรัสเซียบ่อยครั้ง
มีการสัมภาษณ์ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาในบางคลิป แม้ไม่มีผู้ใดได้เห็นเหตุการณ์โดยตรง แต่บางรายบอกว่าทหารยูเครนที่เป็นพลซุ่มยิงซึ่งปักหลักอยู่ภายในโรงงานดังกล่าว เป็นผู้ลงมือสังหารประชาชนที่เดินผ่านไปมา ผู้ให้สัมภาษณ์บางคนยังกล่าวประณามรัฐบาลยูเครนและกล่าวยกย่องประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียด้วย
อย่างไรก็ตาม อดีตมือปืนซุ่มยิงระยะไกลหรือสไนเปอร์ผู้หนึ่งบอกว่า ศพเหล่านี้ไม่น่าจะเสียชีวิตจากการซุ่มยิง เพราะควรจะมีเลือดออกที่ศีรษะมามากกว่านี้ ส่วนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนิติพยาธิวิทยา (forensic pathology) ที่ได้เห็นคลิปวิดีโอดังกล่าวบอกว่า สภาพศพดูเหมือนจะเสียชีวิตในเวลาเดียวกันด้วยคลื่นกระแทกจากแรงระเบิดมากกว่า
รัสเซียประกาศแผนเตรียมยึดภาคใต้ยูเครนทั้งหมด
พลตรีรัสตัม มินเนคาเยฟ ผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพรัสเซีย กล่าวเปิดเผยกับสื่อของทางการรวมทั้งสำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์และสำนักข่าวทาสส์ว่า กองทัพรัสเซียได้กำหนดเป้าหมายจะยึดครองภาคใต้ของยูเครน รวมทั้งภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกให้ได้ทั้งหมดโดยสมบูรณ์
เป้าหมายดังกล่าวมาจากแผนการสร้าง "สะพานแผ่นดิน" (land bridge) เชื่อมต่อแผ่นดินใหญ่ของรัสเซียกับดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองในไครเมีย รวมทั้งแคว้น "ทรานส์นิสเทรีย" (Transnistria) เขตอิทธิพลของกลุ่มกบฏที่รัสเซียหนุนหลังในประเทศมอลโดวา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน

ที่มาของภาพ, REUTERS
"การเข้าควบคุมภาคใต้ของยูเครน เป็นอีกหนทางหนึ่งในการเข้าถึงแคว้นทรานส์นิสเทรีย ซึ่งมีข้อเท็จจริงชี้ว่าประชากรที่พูดภาษารัสเซียที่นั่นถูกกดขี่ข่มเหง" พลตรีมินเนคาเยฟซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการมณฑลทหารภาคกลางของรัสเซียกล่าว
รัฐบาลมอลโดวาได้เรียกตัวทูตรัสเซียเข้าพบในทันที เพื่อแสดงความวิตกกังวลต่อถ้อยแถลงดังกล่าว ซึ่งมีท่าทีคุกคามความมั่นคงของชาติ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศมอลโดวาแถลงย้ำด้วยว่า ประเทศของตนนั้นมีสถานะเป็นกลางในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งทุกฝ่ายรวมทั้งรัสเซียจะต้องเคารพหลักการนี้
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวตอบโต้ถ้อยแถลงของพลตรีมินเนคาเยฟข้างต้นว่า การโจมตีรุกรานยูเครนนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในแผนการของรัสเซีย ซึ่งที่จริงแล้วต้องการจะรุกรานประเทศอื่นด้วย

ที่มาของภาพ, REUTERS
"ชาติที่เชื่อเหมือนเราว่าชีวิตจะมีชัยชนะเหนือความตาย ต้องต่อสู้ร่วมกับเราและช่วยเหลือเรา ยูเครนเป็นเป้าหมายแรกของรัสเซียในเส้นทางนี้ แล้วใครจะเป็นรายต่อไป ?" ผู้นำยูเครนกล่าว
"หากประเทศต่าง ๆ ยังคงนิ่งเฉยอย่างที่เป็นอยู่ เพื่อที่ตัวเองจะไม่ต้องเสียอะไรเลย นั่นคือการเดิมพันที่เสี่ยงมาก เพราะในที่สุดคุณจะสูญเสียทุกอย่าง"
ด้านนายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ มีกำหนดจะเข้าพบหารือทั้งกับผู้นำรัสเซียและผู้นำยูเครนในสัปดาห์หน้า เพื่อเป็นสื่อกลางไกล่เกลี่ยและประสานการเจรจาสันติภาพที่ดูเหมือนจะหยุดชะงักลง โดยในวันอังคารที่ 26 เม.ย. เลขาธิการสหประชาชาติจะเดินทางไปยังกรุงมอสโก ก่อนจะเยือนกรุงเคียฟในวันพฤหัสบดีที่ 28 เม.ย.









