You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
นักประวัติศาสตร์เผยพระอารมณ์ขันของควีน เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษา 96 พรรษา
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักร ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 96 พรรษา ในวันนี้ (21 เม.ย.) ตลอดพระชนมชีพที่เต็มไปด้วยพิธีการและบรรยากาศอันเคร่งขรึม สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไปคือพระอารมณ์ขัน ซึ่งมีส่วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ "ควีน" มีพระชนมายุยืนยาว จนใกล้จะครบหนึ่งศตวรรษแล้ว
โรเบิร์ต ลาซีย์ นักประวัติศาสตร์หลวงกล่าวว่า "การที่เราหัวเราะได้กับทุกเรื่อง เป็นเทคนิคสำคัญอย่างหนึ่งในการมีชีวิตอยู่" เขายังบอกว่าพระอารมณ์ขันชั้นยอดของควีนเป็นช่องทางระบายความเคร่งเครียดจากการเป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบมากมาย ทั้งยังต้องวางพระพักตร์นิ่งเฉยตลอดเวลา
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ดยุคแห่งซัสเซกซ์ผู้เป็นพระราชนัดดายังเคยตรัสว่า พระอารมณ์ขันคือคุณสมบัติยอดเยี่ยมที่สุดอย่างหนึ่งของ "สมเด็จย่า"
นักล้อเลียนตัวฉกาจ
เซอร์แอนโทนี เซลดอน นักเขียนและนักประวัติศาสตร์บอกว่า "พระอุปนิสัยที่ดีมากของควีน คือไม่ทรงถือว่าพระองค์เองเป็นผู้มีความสำคัญมากมายอะไรนัก ซึ่งสิ่งนี้ทำให้การครองราชย์ของพระองค์ประสบความสำเร็จ"
"แทบจะไม่มีการแห่แหนหรือเชิดชูบูชาจนเกินจริงในพระชนมชีพของพระองค์เลย ควีนสามารถจะหัวเราะได้เมื่อถึงคราวเคราะห์ ก่อนจะทรงดำเนินชีวิตต่อไปตามปกติ" เซอร์แอนโทนีกล่าว
โรเบิร์ต ลาซีย์ นักประวัติศาสตร์หลวงซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้สร้างละครซีรีส์ดัง "เดอะคราวน์" (The Crown) เผยว่าควีนนั้นเป็นนักล้อเลียนปล่อยมุกตลกตัวฉกาจ เมื่อประทับอยู่เป็นการส่วนพระองค์กับผู้รับใช้ใกล้ชิดและพระบรมวงศานุวงศ์ ว่ากันว่าทรงเลียนเสียงและบุคลิกของนายบอริส เยลต์ซิน อดีตผู้นำรัสเซียได้เหมือนมาก ทั้งยังทรงทำท่าทางล้อเลียนนักการเมือง นักบวช และตัวละครในโทรทัศน์ได้อย่างน่าขบขันยิ่ง
นอกจากนี้ พระอารมณ์ขันของควีนยังเป็นไปในลักษณะ "ตำหนิติเตียนและล้อเลียนตัวของพระองค์เองอยู่หน่อย ๆ" นายลาซีย์กล่าว
ครั้งหนึ่งโทรศัพท์มือถือของนักการเมืองอังกฤษคนดังส่งเสียงขึ้น ระหว่างที่ควีนโปรดให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ เมื่อนักการเมืองผู้นั้นปิดเสียงโทรศัพท์ของตนแล้ว ควีนจึงได้ตรัสขึ้นว่า "หวังว่าจะไม่ใช่คนสำคัญโทรมานะ"
ใช้ไหวพริบปล่อยมุกประชดเสียดสี
คาเรน ดอลบี ผู้เขียนหนังสือ "ไหวพริบอันร้ายกาจของควีน" (The Wicked Wit of Queen Elizabeth II) บอกว่าชื่นชอบเรื่องขำขันเกี่ยวกับพระองค์เรื่องหนึ่งอย่างมาก
ในวันที่ฝนตกปรอย ๆ วันหนึ่ง ควีนได้เสด็จออกไป "เดินเล่น" ที่ด้านนอกของปราสาทบัลมอรัล โดยมีราชองครักษ์นอกเครื่องแบบตามเสด็จเพียงคนเดียว นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันคนหนึ่งได้เข้ามาทักทายพระองค์ โดยคิดว่าคงจะเป็นคุณยายชาวอังกฤษทั่วไป พร้อมกับถามว่าได้เคยพบกับควีนตัวจริงหรือไม่
"ไม่เคยหรอก แต่คนนั้นเค้าเคยเจออยู่" ทรงตอบพร้อมกับชี้ไปที่ราชองครักษ์
ในการเสด็จส่วนพระองค์อีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ทรงเข้าไปในร้านขายของที่มณฑลนอร์ฟอล์ก พนักงานในร้านได้กล่าวทักทายว่า "คุณดูเหมือนควีนจังเลย" ทำให้พระองค์ตรัสตอบทันควันว่า "ได้ยินอย่างนี้ค่อยเบาใจขึ้นหน่อย"
เซอร์แอนโทนียังเล่าว่า ควีนทรงเป็นผู้ที่ถนัดใช้อารมณ์ขันทำลายบรรยากาศเคร่งเครียดน่าอึดอัด ทรงสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าผู้ที่มาเข้าเฝ้ากำลังประหม่ากลัว แต่ก็ทรงสามารถสร้างเสียงหัวเราะผ่อนคลาย ซึ่งช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับประชาชนใกล้ชิดแน่นแฟ้นขึ้น
ระหว่างที่นักแสดงตลก ทอมมี่ คูเปอร์ ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าควีนครั้งหนึ่งนั้น เขาได้กราบทูลถามว่าทรงโปรดกีฬาฟุตบอลหรือไม่
เมื่อควีนตรัสตอบว่าไม่ได้ทรงสนพระทัยเป็นพิเศษ คูเปอร์จึงกล่าวขึ้นว่า "ถ้าอย่างนั้น ขอพระราชทานตั๋วเช้าชมรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอคัพของพระองค์จะได้ไหม"
ควีนทรงโปรดทอดพระเนตรละครตลกทางโทรทัศน์หลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ครอบครัวกุมาร์บ้านเลขที่ 42" (The Kumars at No. 42) นอกจากนี้ยังทรงชื่นชอบนักจัดรายการวิทยุผู้ล่วงลับ เซอร์เทอร์รี โวแกน ผู้เปี่ยมอารมณ์ขันอีกด้วย
พระอารมณ์ขันที่เป็นธรรมชาติ
ดร. ออเดรย์ ถัง ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมจิตวิทยาอังกฤษ (BPS) ชี้ว่าการตอบสนองต่อสถานการณ์ตึงเครียดด้วยอารมณ์ขันนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยถือได้ว่าเป็นการแสดงออกถึง "ความรู้สึกโล่งใจและผ่อนคลายที่ผู้คนมีร่วมกัน"
เสียงหัวเราะยังทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายเนื้อสบายตัวลดลงได้ ทั้งยังสร้างสายใยความผูกพัน ดังเช่นที่มีผู้พบเห็นว่าควีนและเจ้าชายฟิลิป พระสวามี สามารถจะทรงพระสรวลกับเรื่องต่าง ๆ ไปด้วยกันได้ทั้งสองพระองค์อยู่บ่อยครั้ง
แม้ในงานพระราชพิธีที่เคร่งขรึม ควีนเองก็ทรงอดที่จะแย้มพระสรวลออกมาไม่ได้ในบางครั้ง เมื่อเกิดเหตุน่าขบขันที่คาดไม่ถึงมาก่อน เช่นตอนที่มีฝูงผึ้งเข้ามารบกวนการตรวจพลสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ที่พระราชวังวินด์เซอร์ในปี 2003
"ผมมองว่านั่นเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ควีนหัวเราะคิกคักเหมือนกับเด็กสาวเลย" คริส ยัง ช่างภาพประจำพระองค์กล่าวแสดงความเห็น
ในตอนที่นายฌอง เครเตียง อดีตนายกรัฐมนตรีของแคนาดา ทำหัวปากกาที่ใช้ลงนามหักและเผลอสบถออกมา ควีนทรงพยายามกลั้นขำอย่างเต็มที่ แต่ก็มีผู้สังเกตเห็นจนได้
"ทรงโปรดเรื่องตลกขบขัน เวลาที่อะไรเกิดผิดพลาดขึ้นมา มักจะทรงพระสรวลมากกว่าจะหงุดหงิดไม่พอพระทัย" เซอร์แอนโทนีกล่าวเสริม
ในพระราชดำรัสวันคริสต์มาสปี 1991 ควีนได้ตรัสว่า "เราไม่ควรถือตนเองเป็นสำคัญให้มากเกินไปนัก...ไม่มีใครผูกขาดความฉลาดรอบรู้เอาไว้ได้เพียงคนเดียว"