บริจาคอวัยวะ : ทำไมฉันถึงยอมบริจาคไตให้เพื่อนที่ทำงาน

Ninon with Stuart
คำบรรยายภาพ, นีนอนบอกว่าเธอบริจาคไตให้สจ๊วตเพื่อลูกชายสองคนของเขา

ตอน นีนอน เฟอร์กูสัน เสนอบริจาคไตข้างหนึ่งให้กับเพื่อนที่ทำงาน เพื่อนคนนั้นคิดว่าเธอล้อเล่น

สจ๊วต มิดเดิลตัน เข้ารับการปลูกถ่ายไตที่แม่เขาบริจาคให้เมื่อหลายปีก่อน แต่ไตข้างนั้นเริ่มทำงานได้ไม่ดีแล้ว

ตอน นีนอน เสนอจะบริจาคไตให้เขา เขาคิดว่าเธอล้อเล่น อย่างไรก็ดี เพื่อนวัย 36 ปีคนนี้ยืนยันว่าเธอจะให้จริง ๆ

เธอเล่าให้บีบีซีสก็อตแลนด์ฟังว่าที่เสนอทำเช่นนี้เพราะอยากทำอะไรที่ "สำคัญ" ในชีวิตบ้าง

"คนถามฉันว่าทำไมถึงทำ และคำตอบคือฉันทำไปเพื่อลูกชายสองคนของเขา"

"การที่ลูกต้องอยู่อย่างไม่มีพ่อแม่เป็นความคิดที่เจ็บปวดสำหรับฉัน"

"ลูกชายฉันอายุเท่าลูกคนโตของเขา และเมื่อฉันได้ยินเรื่องนี้ ฉันไม่สามารถทนคิดได้แม้แต่วินาทีเดียวว่าลูก ๆ เขาต้องเสียพ่อไป"

Stuart Middleton

ที่มาของภาพ, Stuart Middleton

คำบรรยายภาพ, สจ๊วตเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตสองครั้งแล้ว

ย้อนไปตอนแรก ครอบครัวของนีนอนซึ่งอาศัยอยู่ที่เทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศส เคลือบแคลงการตัดสินใจของเธอ แต่ตอนนี้คอยถามว่าสุขภาพของสจ๊วตเป็นอย่างไรบ้าง

"ครอบครัวฉันตกใจ และกังวลว่าจะมีปัญหาในระยะยาวตามมาหลายอย่าง" นีนอน เล่า

"พวกเขายังคิดว่าการบริจาคไตเป็นการทำเพื่อสมาชิกในครอบครัว ไม่ใช่เพื่อนร่วมงาน แต่พวกเขาภูมิใจในตัวฉันมากที่เห็นฉันพักฟื้นจนกลับมาหายดีแล้วตอนนี้"

"สจ๊วตเป็นคนที่ดีมากและฉันรู้ว่าฉันตัดสินใจถูก ฉันดีใจมากที่ทำลงไป"

ตอนนี้ นีนอนซึ่งเป็นผู้จัดการด้านธุรกรรมประจำบริษัทพลังงาน Intergen อาศัยอยู่ที่เมืองเอดินบะระในสกอตแลนด์กับลูกชายวัย 8 ขวบ

Ninon with her son, Zander

ที่มาของภาพ, Ninon Ferguson

คำบรรยายภาพ, ลูกชายนีนอนอายุเท่ากับลูกชายคนโตของสจ๊วต

เธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจากคนส่วนใหญ่รวมถึงเพื่อนร่วมงานด้วย จนกระทั่งถึงตอนเข้ารับการผ่าตัดเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2017

"ฉันไม่อยากให้ใครมาทำให้ฉันเปลี่ยนใจ ไม่อยากให้ใครมาพูดขัดลาภ ฉันแน่ใจว่าอยากจะทำฉันก็เลยไม่ได้บอกใครเลย"

ตอนแรก นีนอนต้องเข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อดูว่าอวัยวะเข้ากับร่างกายของสจ๊วตได้ไหม โดยเธอเล่าว่าขั้นตอนการสัมภาษณ์โดยบุคลากรทางการแพทย์ยากที่สุด

"พวกเขาถามคำถามมากมายเพื่อให้แน่ใจว่าฉันรู้ว่าการผ่าตัดมีความเสี่ยงอย่างไร ฉันจำรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ได้ …ฉันรู้สึกสับสนปั่นป่วนจนเริ่มร้องเพราะคิดว่าทำทุกอย่างพัง"

อย่างไรก็ดี เธอผ่านขั้นตอนนั้นมาได้และก็เตรียมเข้ารับการผ่าตัด

เธอเล่าว่าปวดหลังในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังการผ่าตัด แต่ตอนนี้สามารถใช้ชีวิตที่ "มีสุขภาพดีและมีความสุข" ด้วยไตข้างเดียว เธอบอกว่าอยากจะเชิญชวนให้คนอื่นลองพิจารณาบริจาคไต

หลังจากนั้น บริษัท Intergen ได้ให้รางวัลเธอสำหรับ "การกระทำที่มีน้ำใจและเห็นแก่ผู้อื่น"

เดวิด โบกี ผู้ควบคุมด้านการเงินของบริษัทบอกว่า "ที่ทำงาน คุณต้องหาความพอดีระหว่างการเป็นมืออาชีพและการเป็นเพื่อนที่ดี และนี่เป็นสิ่งที่ไปไกลกว่าที่ผมคาดคิดและคิดจะทำด้วยตัวเอง"

"มันเป็นสิ่งที่พิเศษมากที่คิดจะให้ส่วนหนึ่งของร่างกายคุณกับเพื่อนร่วมงานและผมคิดว่ามันสุดยอดมาก"

"ผมและเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ทั้งตกใจและก็แปลกใจ แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจพอ ๆ กันด้วย"

Stuart with Ninon
คำบรรยายภาพ, สจ๊วตเล่นปิงปองกับนีนอนที่ออฟฟิศที่เมืองเอดินบะระ

สจ๊วตซึ่งอายุ 46 ปี บอกว่าเขารู้สึก "โชคดีอย่างน่าเหลือเชื่อ" ที่ได้รู้จักกับนีนอนและบอกว่าน้ำใจของเพื่อนเป็นสิ่งที่ "ไม่สามารถเข้าใจได้"

"ผมคิดว่าคงไม่มีเพื่อนร่วมงานหลายคนที่จะทำแบบนี้" สจ๊วตกล่าว "และที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นคือเธอไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ด้วย มันยากมากที่จะอธิบายว่าเธอเป็นคนพิเศษแค่ไหน"

ศาสตราจารย์ลอร์นา มาร์สัน จากมูลนิธิการวิจัยไตแห่งสหราชอาณาจักร (Kidney Research UK) บอกว่าเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปที่สมาชิกครอบครัวจะบริจาคไตให้กัน แต่พบได้ยากกว่าที่คนจะบริจาคอวัยวะนี้ให้คนรู้จักหรือเพื่อนร่วมงาน

ในสหราชอาณาจักร ในแต่ละปีมีคนมากกว่า 100 คนที่บริจาคไตให้กับคนที่ไม่รู้จัก

"กระบวนการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะมีความเสี่ยงสำหรับทั้งผู้ให้และผู้รับบริจาค แต่หากประสบความสำเร็จ มันสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้รับบริจาคไปได้เลย" ศาสตราจารย์ลอร์นา กล่าว

เมื่อ 9 ปีที่แล้ว สจ๊วตได้รับบริจาคไตจากแม่เขาหลังจากพบว่าตัวเองเป็นโรคเบอร์เจอร์ (Berger's disease) ซึ่งการสะสมของแอนติบอดีไปทำลายระบบการทำงานของไต

นีนอน รู้ดีว่าไตที่เธอบริจาคไปจะหยุดทำงานเข้าสักวันหนึ่ง

"แต่คุณต้องมองโลกในแง่ดีไว้ ฉันพยายามคิดว่าไตฉันยังมีอายุไม่มากดังนั้นอีกนานกว่ามันจะใช้การไม่ได้"

"ฉันช่วยชีวิตคนคนหนึ่งไว้ ฉันภูมิใจในตัวเองมากและรู้สึกว่าอย่างน้อยก็ได้ทำสิ่งพิเศษอย่างหนึ่งในชีวิต"

"ดีมากเลยที่ได้เห็นเขามีสุขภาพดีและมันทำให้ฉันมีความสุขมาก"