รัสเซีย ยูเครน : โอเลนา เซเลนสกา สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของยูเครน

ตอนที่ โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้รับข้อเสนอให้หลบหนีออกนอกประเทศ เมื่อรัสเซียเริ่มบุก เขาตอบแบบขวานผ่าซากว่า "ผมต้องการกระสุน ไม่ใช่การไปส่ง" เขาตัดสินใจอยู่ต่อพร้อมกับภรรยา ลูกสาววัย 17 ปี และลูกชายวัย 9 ขวบ

เมื่อประธานาธิบดียูเครนออกมาเผยว่ารัสเซียมุ่งกำจัดเขาเป็นเป้าหมายแรก และครอบครัวเป็นเป้าหมายต่อไป ความสนใจของสาธารณะก็เบนไปยังความปลอดภัยของสตรีหมายเลขหนึ่ง ที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอพักอยู่ที่ไหน

โอเลนา เซเลนสกา เป็นใคร มาจากไหน

จากที่หลบภัย โอเลนาใช้บัญชีโซเชียลมีเดียของเธอป่าวประกาศประเด็นความทุกข์ของชาวยูเครนและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในประเทศ

"มีเด็กอย่างน้อย 38 คน เสียชีวิตในยูเครน และตัวเลขดังกล่าวอาจเพิ่มสูงขึ้นในเวลานี้จากการยิงถล่มเมืองที่เคยสงบสุขของเรา" เธอเขียนบนบัญชีอินสตาแกรมซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2 ล้านคน

"เราต้องการทางเส้นทางหนีออกจากหลายเมืองที่กำลังถูกโจมตี ยูเครนตกอยู่ในวิกฤตตอนนี้ ! เด็กนับร้อยเสียชีวิตอยู่ที่นั่นในชั้นใต้ดิน โดยปราศจากอาหารและการดูแลทางการแพทย์" เธอกล่าว สะท้อนการเรียกร้องที่คล้ายคลึงกับสามีของเธอ

เส้นทางมนุษยธรรม หรือ humanitarian corridor เป็นเส้นทางหรือพื้นที่ชั่วคราว ที่อนุญาตให้เคลื่อนพลเมืองหรือผู้ลี้ภัยออกจากพื้นที่พิพาทได้อย่างปลอดภัย และเป็นเส้นทางลำเลียงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

สตรีวัย 44 ปีผู้นี้ และสามีต่างเติบโตขึ้นมาในเมืองครีวี ริห์ ซึ่งตั้งอยู่ในตอนกลางของประเทศยูเครน

เธอศึกษาทั้งวิชาสถาปัตกรรมและกฎหมายจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติครีวี ริห์ (Kryvyi Rih National University) แต่ต่อมาย้ายไปเรียนด้านการเขียนบทตามสามี ที่เป็นตลกดาวรุ่งและนักศึกษาด้านกฎหมาย

เส้นทางความสัมพันธ์ของทั้งคู่

โอเลนาทำงานเป็นนักเขียนบทให้กับคณะตลกที่สร้างชื่อให้กับสามีของเธอ

หลังเริ่มคบหากันในมหาวิทยาลัยแล้วศึกษาดูใจกันมาได้ 8 ปี ทั้งสองแต่งงานในปี 2003 และหนึ่งปีหลังจากนั้น ก็ให้กำเนิดลูกสาวคนแรก ก่อนที่ลูกชายคนที่สองของทั้งคู่จะลืมตาดูโลกในปี 2013

ก่อนยูเครนถูกรุกราน เธอแบ่งเวลาของตัวเองระหว่างบทบาทสตรีหมายเลขหนึ่งและงานของเธอที่ Studio Kvartal 95 ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตที่สามีเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

ในปี 2019 โวโลดีมีร์ เซเลนสกี กลายเป็นประธานาธิบดีของยูเครนอย่างเหนือความคาดหมาย ส่งผลให้เธอตกอยู่ในสายตาของสาธารณชน เขาก้าวจากการเป็นนักแสดงและนักแสดงตลกผู้ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองขึ้นมานำประเทศ

"แต่ฉันชอบที่จะอยู่หลังฉากมากกว่า สามีของฉันมักอยู่เบื้องหน้า ขณะที่ฉันสบายใจที่จะหลบในร่มเงา ฉันไม่ใช้ศูนย์กลางของงานเลี้ยง ฉันไม่ชอบเล่าเรื่องตลก" เธอกล่าวกับนิตยสารโว้กในเวลานั้น

บทบาทของเธอในฐานะสตรีหมายเลขหนึ่ง

ในฐานะสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เธอได้พบทั้งสมาชิกราชวงศ์ และผู้นำจากทั่วโลก และรณรงค์เกี่ยวกับสิทธิสตรี รวมไปถึงการปฏิรูประบบโภชนาการในโรงเรียนทั่วประเทศ

เธอเป็นผู้ผลักดันการเฉลิมฉลองศิลปวัฒนธรรรมยูเครนผ่านงานของเธอที่เผยแพร่ออกไปทั่วโลกในภาษายูเครนมาตลอด

ในเวลานี้ที่ประเทศของเธอกำลังทำสงครามกับรัสเซีย เธอใช้แพลตฟอร์มของตัวเองเพื่อสื่อสารต่อสื่อมวลชนทั่วโลก

ในจดหมายเปิดผนึกเนื่องในวันสตรีสากล 8 มี.ค. เธอประณามการ "สังหารหมู่พลเมืองยูเครน" แม้ว่ารัสเซียจะพยายามสร้างวาทกรรมว่าสงครามนี้เป็นเพียง "ปฏิบัติการพิเศษ" เท่านั้น

เธอพุ่งความสำคัญไปที่การบาดเจ็บและเสียชีวิตของเด็ก โดยมีการกล่าวถึงชื่อของเด็ก 3 ราย ที่เสียชีวิตจากการกระหน่ำทิ้งระเบิด

เธอชี้ว่ายูเครนต้องการสันติภาพแต่จะสู้เพื่อปกป้องดินแดนและอัตลักษณ์ของประเทศ

ขณะที่ยูเครนกำลังถูกรุกราน โอเลนาโพสต์ข้อความสนับสนุนชาวยูเครนผ่านโซเชียลมีเดียมาโดยตลอด

เธอออกมาชื่นชมผู้หญิงในบทบาทต่าง ๆ ที่ล้วนมีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้ ตั้งแต่เหล่าสตรีที่อยู่ในด่านหน้า ไปจนถึงผู้หญิงในหลุมหลบภัยที่ทั้งให้กำเนิดและคอยดูแลเด็ก ๆ

"ฉันเคยเขียนว่ายูเครนมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 2 ล้านคน มันก็แค่สถิติ แต่ตอนนี้มันมีความหมายใหม่โดยสิ้นเชิง เพราะมันหมายถึงว่าการต่อต้านของเราในตอนนี้ มีภาพของสตรีปรากฏอยู่เช่นกัน" เธอโพสต์

ด้วยสถานการณ์สงครามที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติลง มีความเป็นไปได้สูงที่โอเลนาจะคงใช้แพลตฟอร์มของตัวเองเพื่อสื่อสารโดยตรงต่อเหล่าผู้นำจากทั่วโลก โดยโพสต์ในโซเชียลมีเดียเมื่อเร็ว ๆ ของเธอเรียกร้องความช่วยเหลือจากชาติตะวันตก

"ชาติสมาชิกนาโต: ปิดน่านฟ้าเหนือยูเครนซะ ! รักษาชีวิตลูกหลานของเรา เพราะวันพรุ่งนี้มันจะช่วยรักษาชีวิตลูกหลานพวกคุณ"

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"