รัสเซีย ยูเครน : ระเบิดลูกปรายหรือระเบิดพวงคืออะไร มีหลักฐานยืนยันหรือไม่ว่ารัสเซียใช้โจมตีพลเรือน

ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาไต่สวนข้อกล่าวหาที่ว่า รัสเซียใช้อาวุธต้องห้ามที่มีอานุภาพร้ายแรง เช่นระเบิดสุญญากาศและระเบิดลูกปรายโจมตีพลเรือนชาวยูเครนในเขตที่อยู่อาศัย อันเป็นการกระทำที่นับได้ว่าเข้าข่ายอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

บีบีซีได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวเช่นกัน โดยมุ่งไปที่เหตุการณ์ซึ่งชาวเมืองคาร์คิฟอ้างว่า รัสเซียใช้ระเบิดลูกปรายโจมตีพลเรือนเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก

อันเดรย์ (นามสมมติ) เล่าว่ากำลังอาบน้ำอยู่ในห้องของเขาที่แฟลตแห่งหนึ่งในเมืองคาร์คิฟ ขณะที่เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เขารีบเช็ดตัวและหมอบลงไปที่พื้น โดยรู้สึกว่าอาคารที่อยู่สั่นไปทั้งหลังและได้ยินเสียงกระจกหน้าต่างแตก

เมื่อมองออกไปข้างนอก อันเดรย์เห็นผู้คนมากมายนอนกองอยู่กับพื้นใกล้เครื่องจ่ายน้ำอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อครู่นี้เขาก็ไปเข้าคิวรอรับน้ำดื่มเหมือนคนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน นายกเทศมนตรีเมืองคาร์คิฟประกาศว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดครั้งนี้ 4 ราย

มีผู้รวบรวมหลักฐานการใช้ระเบิดลูกปรายเป็นคลิปวิดีโอและภาพถ่ายจำนวนมาก ซึ่งถูกนำออกเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยผลการวิเคราะห์ภาพของบีบีซีชี้ว่า เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นทางตอนเหนือของเมืองคาร์คิฟ ซึ่งมีรายงานว่าถูกกองกำลังรัสเซียยิงโจมตีหลายครั้งในช่วงเช้าและเที่ยงของวันนั้น

บีบีซียังได้รับคลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถของชาวเมืองคาร์คิฟผู้หนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีเหตุระเบิดย่อม ๆ เกิดขึ้นติดต่อกันหลายครั้งในพื้นที่จำกัด อันเป็นลักษณะของระเบิดลูกปราย โดยกล้องจับภาพนี้ได้เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนน "23 สิงหาคม" ซึ่งถูกตั้งชื่อเพื่อรำลึกถึงวันที่เมืองคาร์คิฟได้รับการปลดปล่อยจากนาซี

ระเบิดลูกปรายหรือระเบิดพวงคืออะไร

ระเบิดลูกปรายหรือระเบิดพวง (cluster munitions) ได้แก่จรวดหรือขีปนาวุธที่บรรจุระเบิดลูกเล็ก ๆ จำนวนมากไว้ภายใน สามารถยิงจากบนพื้นหรือยิงทางอากาศลงจากเครื่องบิน โดยระหว่างที่กำลังพุ่งเข้าสู่เป้าหมายนั้น จรวดที่บรรจุระเบิดลูกเล็กจะเปิดออกและปล่อยให้ตกสู่พื้น ทำร้ายผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นจำนวนมากโดยไม่เลือกหน้า

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวยูเครน เผยแพร่ภาพชิ้นส่วนของระเบิดลูกปรายที่รัสเซียใช้โจมตี

พีต นอร์ตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองเกี่ยวกับอาวุธบอกว่า ภาพเหตุการณ์ที่บีบีซีได้รับมานั้น สอดคล้องกับการใช้ระเบิดลูกปราย เนื่องจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นติดต่อกันหลายครั้งมาจากประจุระเบิดที่ค่อนข้างเล็ก และดูเหมือนว่าผู้ที่ยิงระเบิดเข้ามาจะใช้จรวดเป็นสิ่งบรรจุระเบิดขนาดย่อมเหล่านี้

กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชน รวมทั้งชาติภาคีของสนธิสัญญาห้ามการผลิตและใช้อาวุธชนิดนี้กว่า 100 ประเทศ ต่างประณามการใช้ระเบิดลูกปรายกับพลเรือน เพราะก่อความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้เป็นบริเวณกว้าง ทั้งยังทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลังการสู้รบยุติลงไปแล้วหลายวันได้อีกด้วย เพราะจะมีระเบิดลูกเล็กราว 2% ที่ยังไม่ระเบิดออกในทันทีเมื่อตกถึงพื้น ส่วนเครื่องยิงจรวดนั้นก็สามารถยิงระเบิดที่มีลูกปรายอยู่ถึง 7,000 ลูกได้ ภายในครั้งเดียว

รัสเซียและยูเครนต่างไม่ได้ลงนามเข้าเป็นชาติภาคีสนธิสัญญาห้ามการใช้ระเบิดลูกปราย ส่วนนายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกของรัฐบาลรัสเซียได้ปฏิเสธเรื่องการใช้อาวุธต้องห้ามดังกล่าวกับชาวยูเครนแล้ว

แซม แครนนี-อีแวนส์ นักวิเคราะห์จาก Royal United Services Institute (RUSI) สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาด้านความมั่นคงของสหราชอาณาจักรบอกว่า เหตุโจมตีด้วยระเบิดลูกปรายที่เครื่องจ่ายน้ำอัตโนมัติของเมืองคาร์คิฟนั้น แท้จริงแล้วฝ่ายรัสเซียอาจตั้งใจโจมตีอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท XADO ผู้ผลิตปืนไรเฟิลซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายเดียวกัน

แต่อย่างไรก็ตาม แครนนี-อีแวนส์ เห็นว่าไม่สมควรใช้ระเบิดลูกปรายในกรณีนี้ "หากต้องการทำลายเป้าหมายสำคัญที่เป็นอาคารขนาดใหญ่ ควรใช้ขีปนาวุธหัวรบเดี่ยวที่มีประจุระเบิดพลังสูงมากกว่า เพราะระเบิดลูกปรายที่มีประจุระเบิดขนาดย่อม ไม่สามารถทำอันตรายคนที่อยู่ในตัวอาคารได้ แต่กลับคร่าชีวิตและสร้างความหวาดกลัวต่อผู้คนในที่โล่งแจ้งเสียมากกว่า"

องค์การนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ตรวจสอบภาพและข้อมูลที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวยูเครนเผยแพร จนพบว่ากองกำลังรัสเซียใช้ระเบิดลูกปรายในหลายจุดของเมืองคาร์คิฟจริง โดยหลักฐานจากซากระเบิดลูกปรายชี้ว่า อาวุธเหล่านี้ถูกผลิตขึ้นในรัสเซียเมื่อปี 2019 แต่รัสเซียได้เลิกจำหน่ายระเบิดลูกปรายให้ยูเครนไปตั้งแต่ปี 2012 แล้ว

หลักฐานการใช้ระเบิดลูกปรายในเมืองอื่นของยูเครน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้วัตถุระเบิดหลายรายยังชี้ว่า ร่องรอยการโจมตีโรงเรียนอนุบาลในเมืองอ็อกเทียร์กา (Okhtyrka) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน รวมทั้งเด็กเล็ก 3 คน ปรากฏรูโหว่บนหลังคาซึ่งลักษณะสอดคล้องกับระเบิดลูกปรายอย่างมาก

กลุ่มรวบรวมข้อมูลข่าวกรองอิสระ Bellingcat สามารถระบุตำแหน่งที่มาของอาวุธได้ว่า หัวรบที่บรรจุระเบิดลูกปรายถูกยิงมาจากเครื่องยิงจรวด BM-27 ห่างจากโรงเรียนอนุบาลดังกล่าวไปทางตะวันออกราว 200 เมตร

โนม ลูเบลล์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยเอสเซกซ์ของสหราชอาณาจักร แสดงความเห็นต่อบีบีซีว่า เหตุโจมตีด้วยระเบิดลูกปรายในเมืองคาร์คิฟถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน เพราะแม้จะต้องการโจมตีเป้าหมายทางทหารในเมือง แต่กองกำลังรัสเซียควรต้องระมัดระวัง คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนยูเครนเหนือสิ่งอื่นใด โดยไม่ควรมุ่งแสวงหาความได้เปรียบทางทหารแต่เพียงอย่างเดียว

ส่วนฟิลิปเป แซนด์ส ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน (UCL) บอกว่า หากดูจากจำนวนพลเรือนยูเครนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บกันค่อนข้างมากแล้ว อาจถือได้ว่าฝ่ายรัสเซียน่าจะมีเจตนามุ่งเป้าทำร้ายพลเรือน เพื่อข่มขวัญและบั่นทอนกำลังใจในการสู้รบด้วย

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"