รัสเซีย ยูเครน : ทำไมคนไทยบางส่วนไม่อพยพออกจากยูเครน

เลิฟ และสามี

ที่มาของภาพ, Nok Netchanok/Facebook

คำบรรยายภาพ, ทางการยูเครนได้ออกกฎหมายใหม่ห้ามผู้ชายออกนอกประเทศ เนตรชนก พรมขาว หรือ เลิฟ (ซ้าย) จึงตัดสินใจอยู่เคียงข้างสามีต่อไป
    • Author, เอกรินทร์ บำรุงภักดิ์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ตัวเลขจากทางการไทยระบุว่า มีคนไทยอาศัยอยู่ในยูเครน 256 คน และจนถึง 3 มี.ค. คนไทยอพยพออกมาแล้ว 203 คน ยังมีคนไทยบางส่วนที่ยังอยู่ในยูเครนรวมถึงผู้ที่ไม่ประสงค์จะอพยพออกมา 31 คน โดยเฉพาะผู้ที่มีครอบครัวอยู่ที่นั่น

บีบีซีไทย คุยกับหญิงไทย 2 คน ที่ต้องการอยู่ในยูเครนต่อไป แม้สถานการณ์ในยูเครนจะยังคงตึงเครียด และเสี่ยงที่จะได้รับอันตราย หากสถานการณ์เลวร้ายลง

"คนไทยหนึ่งเดียวในดนีโปร"

ดวงกมล หญิงไทยวัย 47 ปี อาศัยอยู่ในเมืองดนีโปร ทางตอนกลางของประเทศเล่าว่า เธอเป็นคนไทยเพียงหนึ่งเดียวในเมือง สถานการณ์ในเมืองยังสงบ ไม่มีระเบิด แต่เมื่อมีสัญญาณเตือนภัย เธอต้องเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำ นอกจากนี้ก็มีที่หลบภัยที่อยู่ใต้อาคารอะพาร์ตเมนต์แต่ไม่ได้มีทุกหลัง

"สัญญาณไซเรนเขาจะเตือนมาในโทรศัพท์ แล้วก็มันจะมีตรงถนน อะไรอย่างนี้นะคะ เราก็จะต้องวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำ เพราะว่าห้องน้ำเป็นอะไรที่ปลอดภัยที่สุด เพราะว่ามันจะไม่มีกระจกแตกมาโดนเรา" ดวงกมลเล่าเมื่อ 3 มี.ค.

เธอบอกว่า สถานการณ์ในเมืองเดอนีโปร "ตอนนี้คือยังสงบอยู่ค่ะ แต่ที่เมืองอื่น ๆ อย่างเช่น เมืองหลวง เมืองคาร์คิฟ เมืองที่ว่าอยู่ติดทางเขตดอนบาส เมืองอะไรทางนั้นนะคะ ทางนั้นเนี่ยคือ บุ้มบ้าม แล้วก็เมืองทางตอนใต้" ดวงกมลเล่า

ภาพชั้นวางของที่ว่างเปล่า

ที่มาของภาพ, Duangkamol/Facebook

คำบรรยายภาพ, ดวงกมล โพสต์ภาพนี้ทางเฟซบุ๊ก พร้อมกับเล่าว่า "วันนี้ต้องรีบไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อหาซื้อน้ำดื่ม แต่หมด เกือบทุกที่ และนี่ก็เป็นของที่เราสามารถหาซื้อได้ในวันนี้"

แม้สถานการณ์ยังน่ากังวล และเธอมีชีวิตอยู่ด้วยความหวาดระแวง แต่เธอยืนยันหนักแน่นว่า จะไม่เดินทางกลับไทย "เพราะว่าพี่มีครอบครัวอยู่ที่นี่ค่ะ แล้วสามีก็อยู่ที่นี่ แล้วอีกอย่างหนึ่งเนี่ย ตอนนี้เขาไม่ให้ผู้ชายของยูเครนอายุ 18-60 ปี ออกนอกประเทศ เพราะเขาจะเก็บไว้เป็นกองกำลังสำรอง"

เธอแจ้งความประสงค์กับทางเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยที่โทรติดต่อเธอมาแล้ว นอกจากนี้การอพยพก็ไม่ใช่เรื่องง่าย "คนก็เยอะ เบียดเสียดยัดเยียดกัน เราก็มีลูกด้วย ถ้าเราเป็นตัวคนเดียว หรือสองคนกับสามี มันไม่เท่าไหร่ แต่เรามีลูก มีอะไรหลาย ๆ อย่าง ทำให้เราอพยพไปไม่ได้" คุณแม่ซึ่งมีลูกสาววัย 16 ปี และ 9 ปี เล่า

ช่วงนี้เธอกำลังจัดเตรียมสถานที่บริเวณห้องใต้ดินในบ้านอีกแห่งหนึ่งของเธอ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยในกรณีที่สถานการณ์เลวร้ายลง โดยสามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากอะพาร์ตเมนต์ที่อยู่ในปัจจุบันไปถึงที่นั่นภายในเวลา 10-15 นาที นอกจากนี้เธอต้องคอยออกไปหาซื้อข้าวของที่จำเป็นมาตุนไว้ทุกวัน

รายได้ที่เคยได้จากค่าเช่าอะพาร์ตเมนต์รวมทั้งจากบริษัทของสามีก็หดหายไปในยามสงคราม เมื่อถามถึงความช่วยเหลือจากทางการ เธอบอกว่า มีแต่ประชาชนที่บริจาคช่วยทหารยูเครนเพื่อใช้ในการสู้รบ แต่ก็มีคนไทยที่ประสบชะตากรรมเดียวกันกับเธอเรี่ยไรเงินบริจาคมาแบ่งให้กับคนไทยที่ยังต้องอาศัยอยู่อย่างยากลำบากในยูเครน

สาวไทยที่เลือกอยู่เคียงข้างสามี

เนตรชนก พรมขาว หรือ เลิฟ เพิ่งย้ายมาอยู่กรุงเคียฟได้ 5 เดือน และเพิ่งได้งานประจำทำก่อนเกิดสงครามไม่กี่เดือน เธอตัดสินใจอพยพออกจากเมืองในวันถัดจากวันที่รัสเซียบุกยูเครน เพื่อเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับสามี แต่เมื่อเดินทางมาถึงเมืองลวิฟที่อยู่ติดกับพรมแดนโปแลนด์ถึงทราบว่า ทางการยูเครนได้ออกกฎหมายใหม่ห้ามผู้ชายออกนอกประเทศ เธอจึงตัดสินใจอยู่เคียงข้างสามีต่อไป

คนไทยในยูเครน

ที่มาของภาพ, Nok Netchanok/Facebook

คำบรรยายภาพ, เลิฟโพสต์ภาพนี้ทางเฟซบุ๊กพร้อมกับข้อความว่า "...คนไทยในยูเครนบอกว่า เลิฟช่วยพวกเขา แต่พวกเขาเข้าใจผิด จริง ๆ พวกเขาช่วยตัวเองจากความตายจนมาถึงฐานอพยพ..."

ระหว่างนี้สถานทูตไทยได้มาตั้งศูนย์พักพิงเพื่อช่วยอพยพคนไทยในยูเครน สาวไทยวัย 31 ปีจึงได้เข้าไปเป็นอาสาสมัครในการช่วยประสานงานในการอพยพคนไทยออกมาที่เมืองลวิฟ เพื่อเดินทางต่อไปยังโปแลนด์ จนสามารถอพยพคนไทยได้นับร้อยคน

"ครั้งแรกเลยที่หนีออกมา เลิฟก็พาเพื่อน ๆ มาประมาณ 10 กว่าคน หลังจากนั้นก็เรียนรู้เส้นทาง และพยายามเรียกแท็กซี่ให้เพื่อนและพาเพื่อนทุกคนออกมา แต่ตอนนี้ยากมาก เหลือ 1 คนที่ติดค้างอยู่" เธอเล่าถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า การอพยพออกมายากลำบากขึ้น และต้องผ่านด่านตรวจของทหารหลายด่าน

"ตอนนี้ทหารดักเต็มไปหมด เต็มเคียฟเลยอะค่ะ แล้วเพื่อนบอกว่า ตอนนี้ทหารตรวจมา 5 ด่านแล้ว จากบ้านใช้เวลามา 2 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่สามารถออกมาที่สถานีรถไฟได้เลยค่ะ"

เลิฟโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า "กลุ่มคนไทยที่อยู่ในยูเครนตอนนี้มีความยากลำบากมาก ไม่มีที่นอน ข้าวน้ำกำลังขาดแคลน เงินเริ่มหมดเพราะค่าโรงแรมหลบภัยแพงมาก ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มครอบครัวที่สามีออกจากยูเครนไม่ได้เพราะกฎหมายของยูเครนตอนนี้ ผู้ชายห้ามออกนอกประเทศ"

เธอเล่าว่า ทางการไทยจัดหาที่พักให้กับเฉพาะคนไทยที่ตัดสินใจอพยพออกจากยูเครน และไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปช่วยเหลือเธอและผู้ร่วมชะตากรรมเลย ขณะที่ทางการยูเครนก็ยังต้องทุ่มเททรัพยากรไปกับการทำสงคราม ประชาชนจึงต้องดูแลตัวเองไปก่อน เลิฟจึงได้ตัดสินใจขอรับบริจาคผ่านบัญชีส่วนตัว และนำเงินมาเรี่ยไรแจกให้กับคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนในยูเครน โดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางโซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊กและติ๊กต๊อก

"คนไทยที่เขาโอนมาให้คือ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่อยากช่วยเหลือ แล้วก็ไปเช็กเราในช่องติ๊กต๊อก เลิฟมีแชนแนลอยู่ที่จะสร้างความไว้ใจให้คนได้" เลิฟเล่า โดยเธอมีบัญชีติ๊กต๊อกชื่อว่า "อีเลิฟ&นางเจน" ที่เธอทำร่วมกับสามีที่เป็นผู้ชายที่แต่งตัวเป็นผู้หญิง

เลิฟ และสามีที่แต่งตัวเป็นผู้หญิง

ที่มาของภาพ, @denysov1990/TikTok

คำบรรยายภาพ, บัญชีติ๊กต็อก "อีเลิฟ&นางเจน" ของเลิฟ มีผู้ติดตามมากกว่า 2.4 แสนคน

เลิฟ สามารถรวบรวมคนไทยที่ยังอยู่ในยูเครนเข้ามาอยู่ในกลุ่มไลน์เพื่อติดต่อกันได้ 22 คน โดยเงินที่ได้รับบริจาคมายังมีไม่มาก และเลือกที่จะส่งให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดก่อน

อพยพคนไทยออกมาแล้ว 203 คน

2 มี.ค. ที่ผ่านมา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระบุว่า มี 2 เที่ยวบินได้นำชาวไทยมาถึงแล้ว 96 คน

ส่วนเมื่อ 3 มี.ค. มีคนไทยในยูเครนเดินทางกลับถึงประเทศไทยเพิ่มเติมอีก 40 คน

เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงวอร์ซอ ระบุว่า จะมีคนไทยอีก 59 คน ออกเดินทางในวันที่ 4 มี.ค. นี้ เพื่อกลับประเทศไทย

"ณ ขณะนี้ จากจำนวนคนไทยในยูเครนทั้งหมด 256 คน กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการอพยพคนไทยออกจากประเทศยูเครนแล้ว จำนวน 203 คน ทั้งนี้ มีคนไทยอีก 14 คนที่เข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ หรืออยู่กำลังเดินทางมาที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ เพื่อเดินทางเข้าประเทศโปแลนด์ในวันที่ 4 มีนาคม 2565 และเดินทางกลับไทยต่อไป"

แรงงานไทยในยูเครนกลับถึงประเทศไทย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, 2 มี.ค. ที่ผ่านมา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระบุว่า มี 2 เที่ยวบินได้นำผู้อพยพชาวไทยมาถึงแล้ว 96 คน

นอกจากนี้ยังระบุว่า จากการตรวจสอบของสถานเอกอัครราชทูต คนไทยที่ต้องการอพยพในเมืองต่าง ๆ เช่น กรุงเคียฟ เมืองโอเดซา เมืองคาร์คิฟ สามารถเดินทางออกมาได้หมดแล้ว ยกเว้นคนไทยจำนวน 31 คนที่แสดงความประสงค์จะอยู่ต่อโดยเฉพาะคนไทยที่มีครอบครัวในยูเครน ฯลฯ อย่างไรก็ดี ยังมีคนไทยอีก 8 คน ประกอบด้วย 1 คนในเมืองเซเบโรโดเนส (Severodonetsk) และ 7 คนในเมืองมิกโคลาอีฟ (Mykolayiv) ที่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้เพราะสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย โดยสถานเอกอัครราชทูต เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือทันทีเมื่อสถานการณ์อำนวย ทั้งนี้ คนไทยกลุ่มนี้ยังปลอดภัย